เบอร์ลี่ฯจับมือพันธมิตรทุ่ม1.8พันล.ตั้งโรงงานผลิตกระป๋องที่เวียดนาม

14 06 2011

Current Issue 2 : เบอร์ลี่ฯจับมือพันธมิตรทุ่ม1.8พันล.ตั้งโรงงานผลิตกระป๋องที่เวียดนาม

Source                  : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Date                       : 14 มิ.ย. 54

Strategy               : Offensive Strategy

Detail                    : บริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน (TBC) ได้ร่วมทุนกับบริษัท บอล คอร์ปอเรชั่น ตั้งบริษัท ทีบีซี-บอล เบเวอร์เรจ แคน ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปิดโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระป๋องที่ประเทศเวียดนาม โดยประเทศเวียดนามมีความต้องการใช้กระป๋อง 4,000 ล้านกระป๋องต่อปีขณะที่ในประเทศไทยมีความต้องการใช้กระป๋อง 2,000 ล้านกระป๋องต่อปี บริษัท ทีบีซี-บอล เบเวอร์เรจ แคน คาดว่าในปีแรกจะมียอดการผลิตกระป๋องในเวียดนาม 400 ล้านกระป๋อง หรือเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะที่โรงงานผลิตแห่งนี้สามารถผลิตได้เต็มที่ 850 ล้านกระป๋อง ซึ่งคาดว่าภายใน 4 ปีข้างหน้า จะผลิตได้เต็มประสิทธิภาพของโรงงาน

Analysis              : บริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน มองเห็นถึงโอกาสการเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์กระป๋องในประเทศเวียดนาม และสามารถที่จะเข้าไปจับมือร่วมทุนกับบริษัท บอล คอร์ปอเรชั่นซึ่งเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังมีการผลิตชิ้นส่วนยานอวกาศ และให้บริการทางด้านเทคโนโลยีให้กับหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา การรวมทุนครั้งนี้จะสร้างความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากให้กับ บริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน จึงเป็นเรื่องที่อาจจะไม่ยากนักที่จะเข้าไปแข่งขันในตลาดบรรจุภัณฑ์กระป๋องซึ่งมีผู้ผลิตอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งรองรับความต้องการของตลาดในประเทศเวียดนามอยู่ 80%

เบอร์ลี่ฯจับมือพันธมิตรทุ่ม1.8พันล.ตั้งโรงงานผลิตกระป๋องที่เวียดนาม

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์(BJC) กล่าวว่า บริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน (TBC) ได้ร่วมทุนกับบริษัท บอล คอร์ปอเรชั่น ตั้งบริษัท ทีบีซี-บอล เบเวอร์เรจ แคน ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปิดโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระป๋องที่ประเทศเวียดนาม โรงงานดังกล่าวมีมูลค่าลงทุนเบื้องต้น 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 1,800 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดดำเนินการผลิตได้ในไตรมาส 2 ปี 2555 เพื่อรองรับตลาดบรรจุภัณฑ์กระป๋องในเวียดนามที่มีขนาดใหญ่กว่าตลาดในเมืองไทยเท่าตัว ตามการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มในประเทศเวียดนามที่ขยายตัวตามการขยายตัวของประชากรโดยเฉพาะชนชั้นกลาง โดยประเทศเวียดนามมีความต้องการใช้กระป๋อง 4,000 ล้านกระป๋องต่อปีขณะที่ในประเทศไทยมีความต้องการใช้กระป๋อง 2,000 ล้านกระป๋องต่อปี ขณะที่ปัจจุบันโรงงานในประเทศไทยมีกำลังการผลิตกระป๋องปีละ 1,500 ล้านกระป๋อง ส่งออกปีละ 300 ล้านกระป๋องไปยังประเทศพม่าและกัมพูชา ส่วนโรงงานผลิตกระป๋องในเวียดนาม 80% จะรองรับความต้องการของตลาดในประเทศเวียดนาม และอีก 20% จะส่งออกไปประเทศใกล้เคียง อาทิมาเลเซีย เป็นต้น นายอัศวิน กล่าวว่า ในปีแรกคาดว่าจะมียอดการผลิตกระป๋องในเวียดนาม 400 ล้านกระป๋อง หรือเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะที่โรงงานผลิตแห่งนี้สามารถผลิตได้เต็มที่ 850 ล้านกระป๋อง ซึ่งคาดว่าภายใน 4 ปีข้างหน้า จะผลิตได้เต็มประสิทธิภาพของโรงงาน “การที่บริษัทมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นทำตลาดในอินโดจีน ก็เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งสิ่งที่จะดำเนินการจากนี้ไปควบคู่กันก็คือ การเพิ่มขีดความสามารถในการกระจายสินค้าให้มีศักยภาพ โดยสนใจเข้าไปซื้อกิจการค้าปลีกใหญ่เพื่อที่จะได้มีช่องทางกระจายสินค้าเป็นของตัวเอง ขณะนี้ได้มีการศึกษาการร่วมทุนในธุรกิจค้าปลีก 1 รายในปลายปีนี้” นายอัศวินกล่าว นอกจากนี้ ปลายปีนี้บริษัทเตรียมเปิดโรงงานผลิตทิชชูขึ้นอีกแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะมีรายได้จากการลงทุนที่เวียดนามประมาณ 4-5% จากรายได้รวม ซึ่งปีนี้คาดว่าปีนี้จะมียอดขายรวม 2.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อน

Posted by ปภณ มาลีหอม 5220224188


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: