สิงห์ลุยธุรกิจอสังหาฯ-พลังงานเต็มสูบ

17 06 2011

 สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เดินแผนเพิ่มพอร์ตธุรกิจกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ขยับเป็น 30% ใน 3 ปี ปักธงลุยธุรกิจอสังหาฯ และพลังงานทดแทนเต็มตัว

นายสันต์ ภิรมย์ภักดี ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาดนอนแอลกอฮอล์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท ว่า ภายใน 5 ปี บริษัทกำหนดเป้าหมายที่จะลดพอร์ตการทำธุรกิจในกลุ่มแอลกอฮอล์เหลือ 70% จากเดิมที่มีสัดส่วนถึง 90% ซึ่งจะทำให้กลุ่มของนอนแอลกอฮอล์มีสัดส่วนขึ้นมาเป็น 30% ใน 5 ปีนับจากนี้ จากปัจจุบันกลุ่มนอนแอลกอฮอล์มีสัดส่วนประมาณ 10-12% จากรายได้รวมของบริษัททั้งหมด 1 แสนล้านบาท 
 สำหรับแนวทางการขยายธุรกิจกลุ่มนอนแอลกอฮอล์นั้น บริษัทไม่ได้มุ่งเป้าไปที่สินค้ากลุ่มฟู้ดและเบฟเวอเรจเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงการขยายไปในธุรกิจอื่นๆ ด้วย อาทิ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และพลังงานทดแทน เป็นต้น โดยล่าสุดบริษัทได้เข้าไปซื้อที่ดินย่านอโศก-พระราม 9 ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นสถานทูตญี่ปุ่น จำนวน 9 ไร่ และล่าสุดได้ซื้อเพิ่มอีก 1 ไร่จากไจก้า รวมเป็น 10 ไร่
 “ตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่า ซื้อที่ตรงนี้มาในราคาเท่าไร และจะพัฒนาเป็นรูปแบบใด อาจจะเป็นโรงแรม ค้าปลีก คอนโดมิเนียม หรืออะไรก็ได้ และครั้งนี้ถือเป็นการบุกตลาดอสังหาฯ อย่างเต็มตัว หลังจากก่อนหน้านี้คุณพ่อและคุณลุงมีธุรกิจส่วนตัวที่เป็นอสังหาฯ อยู่แล้ว ทั้งที่ดินและสนามกอล์ฟ แต่การลงทุนครั้งนี้จะเป็นของสิงห์ คอร์เปอเรชั่น” ผู้บริหารกล่าว
 ทั้งนี้ การลดสัดส่วนการทำธุรกิจในกลุ่มของแอลกอฮอล์นั้น บริษัทมองว่าแบรนด์สิงห์อยู่ในเมืองไทยมานานถึง 77 ปี รายได้หลักมาจากธุรกิจแอลกอฮอล์เป็นหลัก แต่ภาวะตลาดในปัจจุบันกลับชะลอตัวและมีการแข่งขันรุนแรง ขณะที่ธุรกิจอื่น เช่น อาหาร และเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์กลับมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น บริษัทจึงมองว่าจำเป็นต้องขยายธุรกิจไปสู่ไลน์ใหม่ๆ และที่สำคัญด้วยกฎระเบียบของการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ต้องหันไปบุกตลาดต่างประเทศมากขึ้นด้วยเช่นกัน 
ไซด์บาร์

วิเคราะห์ข่าว :

จากกระแสต่อต้านทางสังคมที่มีต่อธุรกิจแอลกอฮอล์ทำให้ทั้งบริษัทไทยเบฟเวอเรจ และสิงห์ต้องมีการปรับการลงทุน โดยหันไปให้ความสำคัญกับธุรกิจอื่นๆมากขึ้นทั้งคู่ โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ได้มีเจ้าตลาดอย่างเต็มตัว และทุกบริษัทที่มีศักยภาพสามารถเข้าไปแข่งขันและต่อสู้ได้ และกลุ่มพลังงานทดแทนที่คาดว่าในอนาคตจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

แต่การลงทุนดังกล่าวถือเป็นการลงทุนที่ไม่ได้นำความได้เปรียบจากอุตสาหกรรมเดิมมาใช้ให้เป็นประโยชน์เท่าใดนัก เนื่องจากความได้เปรียบจากธุรกิจแอลกอฮอล์จะส่งผลดีโดยตรงต่อการลงทุนในธุรกิจอาหารและเบฟเวอเรจ ดังนั้นการที่สิงห์เลือกการขยายการลงทุนไปในธุรกิจที่นอกเหนือจากธุรกิจที่สิงห์มีความได้เปรียบนั้น ถือเป็นความเสี่ยงพอสมควร

 

 น.ส.ธนพร   ศิริวรรณ 5220224040

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: