Current Issue 2: พานาโซนิคชูนโยบายสีเขียว

17 06 2011

Date                :           14 มิถุนายน 2554

ที่มา               :           www.thanonline.com

Strategic         :           Offensive

เนื้อหาข่าว

พานาโซนิค คอร์ป เชื่อมั่นสามารถเปลี่ยนวิกฤติแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายอย่างหนัก ให้เป็นโอกาสมุ่งไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลังปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิชิ ผลักดันให้รัฐบาลญี่ปุ่นทบทวนนโยบายด้านพลังงานใหม่

นายฟูมิโอะ โอทสึโบะ ประธานบริษัทพานาโซนิคฯ กล่าวว่าความพยายามล่าสุดของบริษัทในการก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีพลังงานทดแทนท้ายที่สุดแล้วจะให้ผลตอบแทนที่ดีกับบริษัท

พานาโซนิคเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่นจำนวนมากที่กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้ผลิตหน้าใหม่จากประเทศอื่นในเอเชีย โดยเฉพาะคู่แข่งจากเกาหลีใต้อย่างซัมซุงและแอลจีในตลาดโทรทัศน์ ด้วยเหตุนี้พานาโซนิคจึงตัดสินใจว่าบริษัทจำเป็นต้องเสาะหาช่องทางการเติบโตในตลาดอื่น “ถ้าพานาโซนิคยังย่ำอยู่กับการผลิตอุปกรณ์จำพวกโสตทัศน์และเครื่องใช้ไฟฟ้า การเติบโตในอนาคตของเราจะเกิดขึ้นได้อย่างจำกัด” โอทสึโบะ กล่าว

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เป้าหมายของพานาโซนิคคือเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็น “บริษัทนวัตกรรมสีเขียวอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์” ให้สำเร็จภายในปี 2561 พานาโซนิคตั้งเป้าที่จะครองส่วนแบ่งในตลาดแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนทั่วโลกได้สูงที่สุด และหวังอาศัยการควบรวมกิจการของบริษัท ซันโย อิเล็กทริก ฯ ก้าวขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นหลักในธุรกิจพลังงานแสดงอาทิตย์ของโลก

ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นได้กลายมาเป็นปัจจัยที่เปิดให้พานาโซนิคมีโอกาสทำได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ได้มากขึ้น ความเสียหายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิชิ ที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวและสึนามิ ส่งผลให้ญี่ปุ่นมีโอกาสเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนนี้ นอกจากนี้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮามาโอกะทางตอนกลางของประเทศที่ถูกปิดดำเนินการเนื่องจากความเกรงกลัวเรื่องความปลอดภัยยิ่งทำให้วิกฤติพลังงานของญี่ปุ่นรุนแรงขึ้น

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ขอให้บริษัทต่างๆ ลดการใช้ไฟฟ้าลง 15% ส่วนประชาชนตามบ้านเรือน รัฐบาลก็ขอความร่วมมือให้ตั้งอุณหภูมิห้องไว้ที่ 28 องศาเซลเซียส ใช้พัดลมแทนการใช้เครื่องปรับอากาศ และถอดปลั๊กไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน

นายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศว่าญี่ปุ่นจะทำการปรับเปลี่ยนนโยบายพลังงานในระยะยาว ซึ่งก่อนหน้านี้ประกอบด้วยแผนการเพิ่มการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์จาก 30% เป็น 50% โดยรัฐบาลจะหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และชีวมวล รวมถึงการประหยัดพลังงานให้มากขึ้นด้วย ซึ่งนายโอทสึโบะกล่าวว่า แนวคิดด้านพลังงานใหม่ของรัฐนับเป็นโอกาสทองของบริษัท “ในระยะกลางถึงระยะยาว วิสัยทัศน์การฟื้นฟูประเทศญี่ปุ่นมีส่วนซ้อนทับกับแนวทางของพานาโซนิคอยู่มาก”

อย่างไรก็ดี พานาโซนิคจะต้องก้าวผ่านมรสุมในอนาคตอันใกล้ให้ได้เสียก่อน โอทสึโบะคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณนี้ ยอดขายของบริษัทจะลดต่ำลงอย่างมากจากผลกระทบของแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 11 มีนาคม โดยเฉพาะจากการขาดแคลนซัพพลาย นอกจากนี้บริษัทยังเผชิญกับความไม่แน่นอนเรื่องการขาดแคลนไฟฟ้าช่วงฤดูร้อน อีกทั้งมองไม่เห็นว่าจะมีความต้องการสินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นจากกระบวนการซ่อมแซมฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ

“เมื่อวันที่ 28 เมษายน เราคาดการณ์ว่าภัยพิบัติจะทำยอดขายของเราในไตรมาสแรก (เม.ย.-มิ.ย.) สูญไปเป็นมูลค่าหลายแสนล้านเยน แต่ในเวลานี้เรามองว่าตัวเลขดังกล่าวจะลดเหลือเพียงครึ่งหนึ่งหรือ 1 ใน 3 เท่านั้น อย่างไรก็ตามผลประกอบการในไตรมาส 2 (ก.ค.-ก.ย.) จะไม่ดีขึ้นจากเดิมนัก เพราะปัญหาด้านซัพพลายเชนที่ยังคงอยู่” โอทสึโบะ กล่าว

แผ่นดินไหวและปัญหาด้านซัพพลายไฟฟ้าที่ตามมาส่งผลกระทบต่อโรงงานผลิตของพานาโซนิคในญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก โดยโรงงานบางแห่งถึงกับต้องหยุดทำการ แม้ว่าเวลานี้โรงงานทุกแห่งจะกลับมาดำเนินการผลิตได้แล้ว แต่ก็ไม่สามารถผลิตได้เต็มกำลัง นายโอทสึโบะกล่าวว่าถ้าหากชิ้นส่วนในสต๊อกหมดลง โรงงานบางแห่งอาจไม่สามารถผลิตสินค้าได้ครบตามใบสั่ง

ประธานพานาโซนิคกล่าวด้วยว่าแผนการลดจำนวนคนงานที่ประกาศไว้เมื่อเดือนก่อนจะยังคงเกิดขึ้นในอัตราเท่าเดิม พานาโซนิคกล่าวเมื่อปลายเดือนเมษายนว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทลดจำนวนพนักงานลง 17,600 ตำแหน่ง และมีแผนจะปรับลดลงอีก 17,000 ตำแหน่งทั่วโลกในช่วง 2 ปีข้างหน้าเพื่อสร้างความคล่องตัวและลดการซ้ำซ้อนในการดำเนินการ บริษัทคาดหมายว่าเมื่อถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2556 บริษัทจะมีพนักงานทั้งสิ้น 350,000 คนหรือน้อยกว่านั้น ลดลงประมาณ 4.6% จากประมาณ 367,000 คนในเดือนมีนาคม 2554

วิเคราะห์ข่าว

จากข่าวการผันตัวเองมาเป็นผู้นำนวัตกรรมสีเขียวของ Panasonic ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับชาวโลก เนื่องจากทุกวันนี้ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้ามีมากขึ้นทั้งส่วนของบ้านเรือน และส่วนของ ภาคอุตสาหกรรม ในขณะที่การผลิตพลังงานไฟฟ้ามีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งจากเหตุการณ์โรงงานนิวเคลียร์ระเบิดที่ญี่ปุ่น ยิ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าหากสูญเสียโรงผลิตไฟฟ้าหลักไป ประชาชนก็จะเดือดร้อน หากเปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้ว ประเทศไทยผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหินเป็นหลัก และเป็นที่ทราบกันดีว่า ถ่านหินที่มีขณะนี้ จะหมดในเร็ววัน ดังนั้นเป็นเรื่องที่ดี ที่ทาง Panasonic ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน และหาก Panasonic สามารถผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานได้ นั่นจะเป็นประโยชน์มหาศาล นอกจากนี้ หาก Panasonic เริ่มคิดค้นวิจัยและนำสินค้าสู่ตลาดได้เร็วกว่าคู่แข่ง  ก็จะทำให้ Panasonic เป็นผู้นำตลาดไปโดยสิ้นเชิง  นอกจากการประหยัดพลังงานไฟฟ้าแล้ว  Panasonic อาจมองหาพลังงานทดแทน อย่างเช่นปัจจุบันนี้ มีการนำ Solar cell เข้ามาเป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์ electronics ต่างๆ หรือ นำมาเป็นส่วนหนึ่งของพลังงาน เช่น ที่ชาร์จแบตจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือการนำแผง Solar cell มาติดตั้งตามบ้านเรือนเพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานแทนการใช้กระแสไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่แน่นอนว่า ขณะนี้ Solar cell ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย และหลายบริษัืททำการศึกษาวิจัยในการนำมาใช้

Issued by :   นางสาว ธนาววรรณ   หน่องพงษ์    5220224009


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: