ชิ้นส่วนยานยนต์อินเดียรุกไทย

18 06 2011

ชื่อ – นามสกุล :      นางสาวอารีย์ สมใจ               รหัส :      5220224219

 Issue 2:   ชิ้นส่วนยานยนต์อินเดียรุกไทย

Industry:               ธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์

 

Strategy:                Win without war strategy

 

ประเด็นข่าว:          ชิ้นส่วนยานยนต์อินเดียรุกไทย อินเดียเห็นว่า ไทยมีศักยภาพในอุตสาหกรรมรถยนต์สูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงงานฝีมือ ค่าแรงที่ไม่สูงมาก ระบบสาธารณูปโภคที่พร้อม การเมืองที่ค่อนข้างนิ่ง นอกจากนี้ยังเห็นว่าไทยมีหลายสิ่งที่คล้ายกับอินเดีย จึงทำให้อินเดียแลไทยสามารถทำธุรกิจร่วมกันได้ดี

 

Analysis:               อินเดียสนใจตลาดชื้นส่วนรถยนต์ในเมืองไทย เพราะไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่เป็นประตูสู่อาเซียน ซึ่งอินเดียต้องการบุกตลาดอาเซียนผ่านทางไทยอีกด้วย โดยเฉพาะอีก 2 ปี ข้างหน้าที่ประชาคมอาเซียน หรือ AEC เริ่มใช้ เมื่อรวมกับความร่วมมือเขตการค้าเสรี อาเซียน หรือ อาฟต้า ด้วยแล้ว ทำให้ภูมิภาคนี้มีศักยภาพสูง “แต่ก็ไม่ใช่ว่างานนี้จะเป็นการเปิดช่องทางให้อินเดียเข้ามาในตลาดไทยเท่านั้น ในทางกลับกัน ก็เชื่อว่างานนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายการลงทุนหรือส่งสินค้าไปอินเดียได้มากขึ้นเช่นกัน เรียกว่างานนี้จะเป็นแบบ วิน-วิน”

 

แหล่งที่มา:              กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 

วันที่:                       วันที่ 9 มิถุนายน 2554 12:21

 

นายภัสการ์ ซาการ์ ผู้อำนวยการบริหารและเลขาธิการ หน่วยงานส่งเสริมการส่งออกสินค้าวิศวกรรมอินเดีย หรือ อีอีพีซี อินเดีย (EEPC India) กล่าวว่า งานแมนูแฟคเจอริ่ง เอ็กซ์โป ซึ่งจะจัดขึ้นขทรี่ไบเทค 23-26 มิ.ย.นี้ ทางอีอีพีซี จะนำผู้ประกอบการจากอินเดียเข้าร่วมแสดงงาน 150 บริษัท โดยในจำนวนนี้ 70% เป็นผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ โดยมีเป้าหมายคือต้องการหาโอกาสในการค้าขาย การลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่อินเดียเห็นว่ามีความสำคัญอย่างมาก จาการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ในภูมิภาค และขยายตัวอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้อินเดียยังเห็นว่า ไทยมีศักยภาพในอุตสาหกรรมรถยนต์สูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงงานฝีมือ ค่าแรงที่ไม่สูงมาก ระบบสาธารณูปโภคที่พร้อม การเมืองที่ค่อนข้างนิ่ง นอกจากนี้ยังเห็นว่าไทยมีหลายสิ่งที่คล้ายกับอินเดีย ทำให้สามารถทำธุรกิจร่วมกันได้ดี เช่น วัฒนธรรม เป็นต้น

 อย่างไรก็ตามเป้าหมายของการซื้อขาย หรือ การหาผู้รับเหมาช่วงการผลิตในไทย ภายหลังงานนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีมากน้อยเท่าไร แต่โดยปกติการไปร่วมงานในประเทศต่าง ซึ่งจะใช้ชื่อว่า อินดี้ (INDEE) จะเกิดการลงทุนประมาณ 20% แต่ทั้งนี้ภาพทั้งหมดจะเห็นชัดหลังจัดงานประมาณ 3 ปี เนื่องจากต้องมีขั้นตอนในการติดต่อกันระหว่างกลุ่มธุรกิจอินเดีย กับธุรกิจในประเทศที่ร่วมงาน รวมไปถึงกระบวนการอื่นๆ เช่น การทดสอบสินค้า เป็นต้น

 นายซาการ์กล่าวว่า การที่อินเดียสนใจตลาดเมืองไทย อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้ชื่อว่าไทยเป็นประตูสู่อาเซียน ซึ่งอินเดียต้องการบุกตลาดอาเซียนผ่านทางไทยอีกด้วย โดยเฉพาะอีก 2 ปี ข้างหน้าที่ประชาคมอาเซียน หรือ AEC เริ่มใช้ เมื่อรวมกับความร่วมมือเขตการค้าเสรี อาเซียน หรือ อาฟต้า ด้วยแล้ว ทำให้ภูมิภาคนี้มีศักยภาพสูง

 “แต่ก็ไม่ใช่ว่างานนี้จะเป็นการเปิดช่องทางให้อินเดียเข้ามาในตลาดไทยเท่านั้น ในทางกลับกัน ก็เชื่อว่างานนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายการลงทุนหรือส่งสินค้าไปอินเดียได้มากขึ้นเช่นกัน เรียกว่างานนี้จะเป็นแบบ วิน-วิน”

 สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ของอินเดีย ปัจจุบันมีทั้งค่ายรถในประเทศ ซึ่งรายใหญ่ที่สุดคือ ทาทา มอเตอร์ นอกจากนั้นก็มีการลงทุนของค่ายรถข้ามชาติ เช่น โตโยต้า จีเอ็ม ฟอร์ด นิสสัน โฟล์คสวาเก้น ขณะที่ในภาคชิ้นส่วนก็มียอดขายที่เติบโตขึ้น 20% ในช่วงปี 2547-2552 ขณะที่การส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์เติบโตเฉลี่ยปีละ 24% โดยการผลิตหลักแบ่งเป็น เครื่องยนต์และชิ้นส่วนเครื่องยนต์สัดส่วน 31% ระบบส่งถ่ายกำลังและพวงมาลัย 19% ชิ้นส่วนระบบกันสะเทือนและระบบเบรก 12% อุปกรณ์ 10% และชิ้นส่วนระบบอีเลคทรอนิคส์ 9%

 ด้านนางนัคมา เอ็ม มอลลิค อุปทูต อินเดีย ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันอินเดียให้ความสำคัญกับภูมิภาคตะวันออกมาก มีแนวนโยบายที่เรียกว่า Inida look East 

 ขณะที่การค้าระหว่างไทย กับอินเดียถือว่ามีความสำคัญมาก และขยายตัวแต่ละปีสูง โดยปี 2553 มีมูลค่าระหว่างกัน 6,640 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.99 แสนล้านบาท และคาดว่าอีก 2 ปี ข้างหน้ามูลค่าจะเพิ่มขึ้น 100% ขณะที่การค้าระหว่าง อาเซียน-อินเดีย ซึ่งเริ่มขึ้นปี 2553 ก็เติบโตเร็วมาก โดยตั้งเป้าว่าปี 2555 จะมีมูลค่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท โดยมีสินค้ายานยนต์เป็นสินค้าหลัก

 นายชัยณรงค์ ลิมป์กิตติสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด ผู้จัดงาน แมนูแฟคเจอริ่ง เอ็กซ์โป กล่าวว่า งานในปีนี้จะมี 7 งานย่อย คือ อินเตอร์พลาส ไทยแลนด์ เป็นงานแสดงเครื่องจักรเพื่ออุตสาหกรรมการผลิตพลาสติกและยาง งานอินเตอร์โมลด์ ไทยแลนด์ งานแสดงเครื่องจักรเพื่ออุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์และการขึ้นรูป งานออโตโมทีฟ แมนูแฟกเจอริ่ง งานแสดงเครื่องจักรเพื่อการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ งานแอสเซมบลี เทคโนโลยี งานแสดงเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและการประกอบ งานเนปคอน ไทยแลนด์ งานแสดงเทคโนโลยีเพื่อการผลิตขชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ และอินดัสเทรียล คอมโพเนนท์ แอนด์ ซับคอนแทรกติ้ง งานแสดงเพื่อการบริการรับเหมาช่วงการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และ อินดี้ แบงคอก 2554 ของอินเดีย ที่จองพื้นที่ฮอลล์ 106 ทั้งฮอลล์ โดยมีผู้ร่วมงาน 1,500 บู๊ธ จาก 30 ประเทศ และคาดหวังผู้ชมงาน 4.2 หมื่นคน


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: