“สิงห์ลุยธุรกิจอสังหาฯ-พลังงานเต็มสูบ”

18 06 2011

ชื่อ – นามสกุล :      นางสาวมณฑา  มากมี                            รหัส :      5220224154

Issue 2   :                       “สิงห์ลุยธุรกิจอสังหาฯ-พลังงานเต็มสูบ”

………………………………………………………………………………………………

 

Industry :              ธุรกิจประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

Strategy :               ขยายธุรกิจไปสู่ไลน์ใหม่ๆ

 

Competitor :         เบียร์ช้าง, อาชา, ไฮเนเก้น, ลีโอ เป็นต้น

 

ประเด็นข่าว :         สิงห์ขยายธุรกิจโดยเน้นในกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ขยับเป็น 30% โดยเน้นในกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ และพลังงานทดแทน และเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มสแน็ก ภายใต้แบรนด์ “มาชิตะ” บริษัทกำหนดเป้าหมายที่จะลดพอร์ตการทำธุรกิจในกลุ่มแอลกอฮอล์เหลือ 70% จากเดิมที่มีสัดส่วนถึง 90% ภายใน 5ปี

 

Advantage :           การลดสัดส่วนการทำธุรกิจในกลุ่มของแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นรายได้หลักของสิงห์ แต่ด้วยภาวะตลาดในที่ชะลอตัวและมีการแข่งขันรุนแรง และที่สำคัญด้วยกฎระเบียบของการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งยากที่จะเพิ่มรายได้ในส่วนนี้ได้นอกจากบุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจอื่น เช่น อาหาร และเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์กลับมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น บริษัทจึงมองว่าจำเป็นต้องขยายธุรกิจไปสู่ไลน์ใหม่ๆ มาเล่นในกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ และพลังงานทดแทนหลังจากมีประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยลงทุนก่อนหน้านี้ แต่การลงทุนครั้งนี้จะเป็นของสิงห์ คอร์เปอเรชั่น และเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มสแน็กที่เป็นแบบการว่าจ้างในรูปแบบของโออีเอ็มหลังจากมองเห็นว่าตลาดนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก

 

Analysis :                 การลดสัดส่วนการทำธุรกิจหลักจากกลุ่มแอลกกฮอล์ไปทำกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ-พลังงานทดแทนและ กลุ่มสแน็กซึ่งออกตัวเป็นแบรนด์ใหม่ ซึ่งเป็นการฉีกแนวของการทำธรุกิจของแบรนด์สิงห์เองที่ทำแต่เครื่องดื่มแอลกกฮอล์และนอนแอลกกฮอล์ ด้วยช่องทางในการเติบโตของอสังหาฯ-พลังงานทดแทนและกลุ่มสแน็กมีโอกาสในการเติบโตที่มากกว่าน่าจะนำรายได้มาสู่สิงห์อีกช่องทางหนึ่ง ด้วยสิงห์เองก็เป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในตัวแล้ว ซึ่งการอยากแตกไลน์สินค้าโดยอาศัยความสำเร็จของแบรนด์เดิมเพื่อให้สินค้าใหม่ออกตัวได้ง่ายและงดงามกว่าการเริ่มสร้างแบรนด์ใหม่ แต่แนวคิดนี้ต้องนำมาปฏิบัติอย่างระมัดระวัง เพราะสินค้าใหม่ที่ออกมาอาจส่งเสริมหรือกลับมาทำร้ายแบรนด์หลักก็ได้ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ควรพิจารณาในการแตกไลน์ให้แบรนด์ คือการยอมรับของลูกค้า ซึ่งหมายความว่าลูกค้าหลักของแบรนด์ มองเห็นความสอดคล้องและเข้ากันได้ของสินค้าใหม่กับแบรนด์เดิมนั่นเอง

 

Rating  :                  P1 = Posistive

 

 

สิงห์ลุยธุรกิจอสังหาฯ-พลังงานเต็มสูบ

โดย : โต๊ะข่าวธุรกิจการตลาด วันที่ 16 มิถุนายน 2554 09:30

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เดินแผนเพิ่มพอร์ตธุรกิจกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ขยับเป็น 30% ใน 3 ปี ปักธงลุยธุรกิจอสังหาฯ และพลังงานทดแทนเต็มตัวนายสันต์ ภิรมย์ภักดี ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาดนอนแอลกอฮอล์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท ว่า ภายใน 5 ปี บริษัทกำหนดเป้าหมายที่จะลดพอร์ตการทำธุรกิจในกลุ่มแอลกอฮอล์เหลือ 70% จากเดิมที่มีสัดส่วนถึง 90% ซึ่งจะทำให้กลุ่มของนอนแอลกอฮอล์มีสัดส่วนขึ้นมาเป็น 30% ใน 5 ปีนับจากนี้ จากปัจจุบันกลุ่มนอนแอลกอฮอล์มีสัดส่วนประมาณ 10-12% จากรายได้รวมของบริษัททั้งหมด 1 แสนล้านบาท  สำหรับแนวทางการขยายธุรกิจกลุ่มนอนแอลกอฮอล์นั้น บริษัทไม่ได้มุ่งเป้าไปที่สินค้ากลุ่มฟู้ดและเบฟเวอเรจเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงการขยายไปในธุรกิจอื่นๆ ด้วย อาทิ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และพลังงานทดแทน เป็นต้น โดยล่าสุดบริษัทได้เข้าไปซื้อที่ดินย่านอโศก-พระราม 9 ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นสถานทูตญี่ปุ่น จำนวน 9 ไร่ และล่าสุดได้ซื้อเพิ่มอีก 1 ไร่จากไจก้า รวมเป็น 10 ไร่ “ตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่า ซื้อที่ตรงนี้มาในราคาเท่าไร และจะพัฒนาเป็นรูปแบบใด อาจจะเป็นโรงแรม ค้าปลีก คอนโดมิเนียม หรืออะไรก็ได้ และครั้งนี้ถือเป็นการบุกตลาดอสังหาฯ อย่างเต็มตัว หลังจากก่อนหน้านี้คุณพ่อและคุณลุงมีธุรกิจส่วนตัวที่เป็นอสังหาฯ อยู่แล้ว ทั้งที่ดินและสนามกอล์ฟ แต่การลงทุนครั้งนี้จะเป็นของสิงห์ คอร์เปอเรชั่น” ผู้บริหารกล่าว ทั้งนี้ การลดสัดส่วนการทำธุรกิจในกลุ่มของแอลกอฮอล์นั้น บริษัทมองว่าแบรนด์สิงห์อยู่ในเมืองไทยมานานถึง 77 ปี รายได้หลักมาจากธุรกิจแอลกอฮอล์เป็นหลัก แต่ภาวะตลาดในปัจจุบันกลับชะลอตัวและมีการแข่งขันรุนแรง ขณะที่ธุรกิจอื่น เช่น อาหาร และเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์กลับมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น บริษัทจึงมองว่าจำเป็นต้องขยายธุรกิจไปสู่ไลน์ใหม่ๆ และที่สำคัญด้วยกฎระเบียบของการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ต้องหันไปบุกตลาดต่างประเทศมากขึ้นด้วยเช่นกัน 

ไซด์บาร์ทุ่ม130ล.เปิดมาชิตะชิงแชร์สาหร่ายทะเล วานนี้ (15 มิ.ย.) บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ประกาศเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มสแน็ก ภายใต้แบรนด์ “มาชิตะ” สาหร่ายทะเลทอดกรอบ จากก่อนหน้านี้ได้ทยอยเปิดตัวธุรกิจใหม่ๆ ไปแล้ว ทั้งธุรกิจข้าวถุงภายใต้แบรนด์ ข้าวพันดี รวมไปถึงการขยายตลาดสินค้าเดิมที่มีอยู่ ล่าสุดเปิดตัว บีอิ้งรสชาติใหม่ รสทับทิม นายสันต์ ภิรมย์ภักดี ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาดนอนแอลกอฮอล์ ระบุว่า สาเหตุที่เข้ามารุกตลาดสแน็กโดยเฉพาะสาหร่ายทะเลเนื่องจากเห็นว่าตลาดนี้มีคู่แข่งไม่มาก โดยมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งและมีส่วนแบ่งตลาดเพียงรายเดียวคือ เถ้าแก่น้อย จึงเป็นตลาดที่มีโอกาสและช่องว่างการทำตลาดอยู่ อีกทั้งภาพรวมตลาดสาหร่ายทะเลแต่ละปียังมีการเติบโต 10% คิดเป็นมูลค่าราว 1,700 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับมันฝรั่งที่ขยายตัว 11% จากตลาดรวมสแน็กในเมืองไทยมีมูลค่าประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งภาพรวมแต่ละปีนั้นทรงตัว สำหรับสัดส่วนของตลาดสาหร่ายปัจจุบันกลุ่มสาหร่ายทอดยังคงมีสัดส่วนสูงสุดที่ 60% รองลงมาเป็นสาหร่ายอบ 30% สาหร่ายย่าง 7% และกลุ่มเทมปุระ 3% สำหรับการทำตลาดมาชิตะเริ่มต้นบริษัทได้ว่าจ้างในรูปแบบของโออีเอ็ม โดยให้บริษัท เคเจซีฟู้ด เป็นผู้ผลิตให้ ซึ่งเคเจซีฟู้ดเป็นผู้นำเข้าสาหร่ายจากเกาหลีรายใหญ่ของไทย โดยสิงห์และเคเจซีลงทุนเครื่องจักรหนึ่งเครื่อง เบื้องต้นกำลังผลิต 4 หมื่นลังต่อเดือน โรงงานผลิตอยู่ที่นวนคร และในอนาคตหากตลาดตอบรับดี บริษัทอาจจะร่วมทุนตั้งโรงงานผลิต โดยช่องทางจำหน่ายนั้น ขายผ่านทั้งเซเว่น อีเลฟเว่น และโมเดิร์นเทรด โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 15 ปีขึ้นไป ตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดปีแรก 12% สำหรับมาชิตะมี 2 รสชาติ ออริจินัลและสไปซี่ ทั้งนี้บริษัทจะใช้งบการทำตลาด 130 ล้านบาท เพื่อสร้างในการรับรู้แบรนด์ และเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบริษัทได้ดึง “คยูฮยอน” สมาชิกคนดังจากวงซูเปอร์จูเนียร์เกาหลีมาเป็นพรีเซ็นเตอร์


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: