ISSUE 2 : ไอเอ็นจี’วาง6ยุทธศาสตร์เชิงรุก

18 06 2011

Date :  วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน 2011 เวลา 08:07 น.

ที่มา :  http://www.thanonline.com/ 

ภายหลังการแต่งตั้งนายอิกนาซีโอ อากีล่าร์ ขึ้นมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด ได้ไม่นาน บริษัทประกันชีวิตแห่งนี้ ก็ประกาศแต่งตั้ง นายเคพี ตันให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทน (Chief Agency Officer) แต่งตั้งนางสาวยศวดี หงษ์ชุมแพ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารช่องทางการจัดจำหน่ายธุรกิจองค์กร (Chief Corporate Partnership Officer) พร้อมกับรื้อโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน ทำให้ไอเอ็นจีเติบโตอย่างมีกำไร ยั่งยืน มั่นคง ผ่านทีมงานบริหาร 9 สายงาน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2554

ทั้งนี้ โครงสร้างการบริหารงานองค์กรทั้ง 9 ประกอบด้วยแม่ทัพคือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) แล้วแยกเป็นฝ่ายช่องทางจำหน่ายผ่านตัวแทน ฝ่ายช่องทางธุรกิจองค์กร ฝ่ายการตลาด ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบริหารความเสี่ยง ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ฝ่ายบุคลากรและธุรการ ซึ่งดังกล่าวนี้จะมีฝ่ายพัฒนายุทธศาสตร์องค์กรที่รับหน้าที่ในการกำหนดกลยุทธ์จากซีอีโอโดยตรง….และผู้ที่อยู่เบื้องหลังการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์องค์กรครั้งนี้  เขาคนนั้นก็คือ “นายพูลลาภ เพ็ญกิตติ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพัฒนากลยุทธ์องค์กร จึงต้องจับตาดูการกลับขึ้นมาผงาดอีกครั้งของไอเอ็นจี

++หัวใจหลักดันองค์กรโตอย่างยั่งยืน

นายพูลลาภ เพ็ญกิตติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพัฒนากลยุทธ์องค์กร บริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ในการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและเป็นองค์กรที่เติบโตมีกำไรอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ทั้งนี้เพราะในอดีตที่ผ่านมาไอเอ็นจีมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วมาตลอดระยะเวลา 12 ปี แต่ธุรกิจประกันชีวิตเมื่อมีการเติบโตก็ต้องมีผลขาดทุนส่วนเกิน จากภาระต้นทุนที่สูงมาก ทำให้ผลการดำเนินงานติดลบสะสมมากถึง 2,800 ล้านบาท

++วาง6 ยุทธศาสตร์การตลาดเชิงรุก

ทั้งนี้ เป้าหมายหลักที่นายอิกนาซีโอ อากีล่าร์ ซีอีโอคนใหม่วางกรอบไว้เพื่อให้องค์กรเติบโตอย่างมีกำไร เพื่อเน้นการทำงานให้เกิดความกระตือรือร้นและบริษัทไม่ประสบกับภาวะขาดทุนมี  6 ประการ คือ 1. พลิกฟื้นช่องทางการขายผ่านตัวแทนให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนและพัฒนาฝ่ายขายให้เป็นมืออาชีพเพิ่มสัดส่วนตัวแทนขายเต็มเวลาจากปัจจุบันอยู่ที่ 14% เป็น 20% และ2. พัฒนาช่องทางการขายผ่านแบงก์แอสชัวรันซ์ให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มการฝึกอบรมให้แก่พนักงานของธนาคาร ลดระยะเวลาของกระบวนการขายตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการออกกรมธรรม์ รวมทั้งพัฒนาปรับปรุงการสนับสนุนการขายให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมีพันธมิตรคือธนาคารเอชเอสบีซี (ไทย) ธนาคารทหารไทย และซิตี้แบงก์  3. การเสนอผลตอบแทนที่ให้กับลูกค้าต้องสอดคล้องและไม่มากกว่าผลตอบแทนที่บริษัทจะได้รับ เพราะที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ของไอเอ็นจีการันตีผลตอบแทน และผลิตภัณฑ์ที่ขายส่วนใหญ่เป็นแบบออมทรัพย์ 70% ขณะที่ดอกเบี้ยกลับมีความผันผวนแบบขาลง 4. ปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์โดยเน้นขายความคุ้มครองเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 30% เป็น 40%-50% และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ออมทรัพย์ใหม่ให้มีผลตอบแทนอิงกับการลงทุน รวมถึงอาจต้องมีการปรับสัดส่วนการลงทุนใหม่จากเดิมที่ลงทุนเฉพาะในพันธบัตรรัฐบาลทั้ง 100% 5. เตรียมตัวพร้อมรับกับเกณฑ์การกำกับการดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (RBC) ที่จะเกิดขึ้น และ 6. พัฒนาและสร้างความเข้าใจแก่บุคลากรโดยบริษัทจะมีการเดินสายเพื่อสื่อสารถึงโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อให้ทีมงานก้าวไปด้วยกันอย่างมั่นคง

“ที่ผ่านมาเราเจอปัญหาขลุกขลักมาโดยตลอดจึงเป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่นี้ ซึ่งแม้จะเริ่มอย่างเป็นทางการได้ไม่นาน แต่ที่ผ่านมาเราก็มีการประเมินผลพนักงานทุกเดือน เพื่อหาจุดอ่อนและหาแนวทางที่จะต้องแก้ไข ปรับปรุง ยอมรับว่าตอนนี้เราทำงานกันหนักมาก เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดี ทุกคนต้องเคลื่อนตัวเหมือนเป็ดที่นิ่งทำได้ทุกอย่าง และตอนนี้โครงสร้างทุกอย่างก็เริ่มนิ่งแล้ว”

++เร่งปั้นเบี้ยเติบโตอย่างมีกำไร

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมขั้นต่ำที่ระดับ 10,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเบี้ยต่ออายุ 8,000 ล้านบาท เบี้ยรับปีแรกผ่านช่องทางตัวแทน 800-1,000 ล้านบาท เบี้ยรับปีแรกผ่านช่องทางการขายประกันผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันซ์) 1,700 ล้านบาท และเบี้ยรับปีแรกช่องทางขายตรง (ไดเร็กต์ มาร์เก็ตติ้ง) 200 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายการดำเนินงานระยะ 5 ปี (ปี 2555) ภายหลังการปรับโครงสร้างการทำงานตั้งเป้าเบี้ยรับรวมขยับขึ้นเป็น 19,155 ล้านบาท จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 9,373 ล้านบาท มีกำไร 1,000 ล้านบาท จากสิ้นปีที่ผ่านมามียอดขาดทุนสะสม 2,800 ล้านบาท ขณะที่จะเพิ่มจำนวนลูกค้าเป็น 600,000 ราย จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 282,000 ราย

“เบี้ยประกันรับปีแรกจากช่องทางตัวแทนซึ่งเป็นช่องทางหลักปรับลดลงทุกปี ตั้งแต่ปี 2551 อยู่ที่ 1,292 ล้านบาท ลดลงเหลือ 1,209 ล้านบาท 875 ล้านบาท ในปี 2552 และ 2553 ตามลำดับ ขณะที่ตัวแทนขายก็ลาออกไปค่อนข้างมาก จาก 8,000 กว่าราย เหลือ 4,700 รายในปัจจุบัน และเป็นตัวแทนที่ทำงานสม่ำเสมอ (แอกทีฟ) เพียง 1,000 ราย เท่านั้น ซึ่งเราต้องเริ่มจากการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวแทนที่ไม่แอกทีฟให้มีความเชื่อมั่นในตัวผู้นำ เชื่อมั่นในองค์กร รักองค์กร และกลับมาทำงานอย่างจริงจังอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ตัวแทนที่ลาออกกลับเข้ามาทำงานอีกรอบ”

วิเคราะห์ข่าว :

บริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด ได้ประกาศ กลยุทธ์หลัก 3 ประการได้แก่ ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) ความมีระเบียบวินัย (Discipline) และผลการดำเนินงานที่โดดเด่น (Performance) มีจัดทำแผนงานและจัดเตรียมทรัพยากรเพื่อรองรับและสนับสนุนช่องทางการขายทั้ง 3 ช่องทางดังกล่าวให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและขับเคลื่อนบริษัทให้ก้าวสู่ความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ มีการพัฒนาช่องทางการขายทั้ง 3 ช่องทาง ได้แก่ ช่องทางตัวแทน ช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ และช่องทางการประกันภัยแบบตรงให้มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกลยุทธ์โดยรวมของบริษัทและเติบโตตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งถือได้ว่าบริษัทได้ใช้กลยุทธ์ Offensive Strategy และ Defensive Strategy ในการช่วยพัฒนาองค์กรให้สามารถมีผลงานที่ออกมาอย่างโดดเด่นได้

Posted By : นางสาวอภันตรี ปรัชญสุนทร (5220224002)


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: