ความนิยมโซนสุขุมวิทและแนวรถไฟฟ้าดันราคาคอนโดใจกลางเมืองสูงขึ้น

24 06 2011

Summary: แสนสิริทำการวิจัยสำรวจตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาสแรกปี 54 พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มราคาต่ำกว่า 50,000 บาทต่อ ตร.ม. คาดแนวโน้มสัดส่วน 50% และส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงไม่ใช่เพื่อเก็งกำไร ซึ่งในปี 53 ยอดขายหลักมาจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียง

Analysis: จากการที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI, การออกนโยบายของรัฐบาล ดอกเบี้ย 0% 2 ปีเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้ต่ำ – ปานกลาง ได้มีบ้านและที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองหลังแรก รวมถึงฐานลูกค้าระดับกลาง – ล่าง นับเป็นกลุ่ม real demand ขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้ช่วยกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้มีความเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ปัจจัยที่มีผลในการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ของคนกลุ่มนี้คือ โครงการคอนโดมิเนียมมีราคาเหมาะสม ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี เช่น ใกล้สถานีรถไฟฟ้า และได้รับการพัฒนาจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียง ที่เชื่อถือได้และมีผลงานที่เป็นที่ยอมรับก็จะทำให้ตัดสินใจซื้อได้เร็วและง่ายขึ้น ทั้งนี้พื้นที่ได้รับความนิยมสูงยังคงเป็นพื้นที่บริเวณสุขุมวิทโดยเฉพาะสุขุมวิทตอนปลาย ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่แสนสิริสามารถที่จะช่วงชิงส่วนแบ่งทั้ง supply และ demand ได้มากที่สุดเนื่องด้วยปัจจัยข้างต้นที่กล่าวเอาไว้

Source: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันจันทร์ที่ 06 มิถุนายน 2011

Appendix: แสนสิริ ส่งทีมวิจัยสำรวจตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงที่ผ่านมา พบคอนโดฯ เปิดใหม่ไตรมาสแรกปี 2554 จำนวน 30 โครงการ รวม 12,275 ยูนิต ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มราคาตํ่ากว่า 50,000 บาทต่อ ตร.ม.คาดแนวโน้มปริมาณการดูดซับคาดการณ์ที่สัดส่วน 50% และส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง เผยปี 53 ยอดขายหลักมาจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงและแสนสิริยังครองแชมป์ด้าน supply และ demand ของคอนโดโซนสุขุมวิทตอนปลาย สอดคล้องกับผลวิจัยว่าผู้บริโภคปัจจุบันให้ความสำคัญกับแบรนด์และความมั่นใจในการดำเนินงานของบริษัทอสังหาฯ มากยิ่งขึ้น

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการ คอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยล่าสุดว่าสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในระหว่างเดือนมกราคม–เดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นพบ supply คอนโดมิเนียมเปิดใหม่ประมาณ 30 โครงการรวม 12,275 ยูนิต มูลค่าเสนอขายรวมที่ 24,882 ล้านบาท หากพิจารณาด้านราคาพบว่า กลุ่มราคาเสนอขายของโครงการใหม่เน้นคอนโดมิเนียมกลุ่มราคาตํ่ากว่า 50,000 บาทต่อ ตร.ม. เป็นหลัก โดยมีจำนวน 7,454 ยูนิต (คิดเป็น 61% จากจำนวน supply ใหม่ทั้งหมด) รองลงมาคือ กลุ่มราคา 50,000 – 69,999 บาทต่อ ตร.ม.จำนวน 2,601 ยูนิต (คิดเป็น 21%),กลุ่มราคา 100,000-199,999 บาทต่อ ตร.ม.จำนวน 1,332 ยูนิต (คิดเป็น 11%) และกลุ่มราคา 70,000-99,999 บาทต่อ ตร.ม. จำนวน 888 ยูนิต (คิดเป็น 7%)

“แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีจะมียอดขายจำนวน 3,804 ยูนิต มูลค่ายอดขายรวมอยู่ที่ 6,643 ล้านบาท (คิดเป็น 31% จากจำนวน supply ใหม่ทั้งหมด) แต่กลุ่มคนซื้อส่วนใหญ่ก็เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ไมใช่การซื้อเพื่อเก็งกำไร ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ต้องอาศัยเวลาในการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ หากโครงการคอนโดมิเนียมมีราคาเหมาะสม ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีและได้รับการพัฒนาจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียง เชื่อถือได้และมีผลงานที่เป็นที่ยอมรับก็จะทำให้ตัดสินใจซื้อได้เร็วและง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีและช่วยป้องกันการเกิดฟองสบู่คอนโดมิเนียมหรือภาวะคอนโดมิเนียมล้นตลาดได้”

นายอุทัย กล่าวต่อว่า จากการคาดการณ์ supply ในช่วงครึ่งปีแรก 2554 ซึ่งรวมถึงคอนโดมิเนียมคงค้างจากปี 2553 และโครงการใหม่ที่เสนอขายในช่วงปีนี้นั้นจะมีจำนวนรวมประมาณ 48,000 – 53,000 ยูนิต โดยปริมาณการดูดซับคาดการณ์ที่จำนวน 25,000-30,000 ยูนิตหรือคิดเป็นสัดส่วนโดยประมาณ 50% จากยูนิตเสนอขายที่คาดว่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงกับครึ่งปีหลังปี 2553 และระดับราคาจะเปลี่ยนแปลงโดยเฉลี่ยรวมทุกพื้นที่ไม่เกิน 1% เนื่องจากมี supply ราคาตํ่าเข้ามาสูง ส่วนพื้นที่ในโซนสุขุมวิทชั้นใน, รัชดา – ลาดพร้าว และสุขุมวิทรอบนอกจะเป็นโซนที่ลูกค้าและผู้ประกอบการให้ความนิยมเนื่องจากศักยภาพของทำเล การอยู่อาศัยหนาแน่นของชุมชน และราคาที่หลากหลาย เพราะปัจจุบันลูกค้าให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านราคาก่อนปัจจัยด้นทำเล คอนโดมิเนียมราคาไม่แพงแต่ยังสามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้าได้แม้ต้องเดินทางซักระยะก่อนถึงสถานีจึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้โซนดังกล่าวอาจมีการถีบตัวเพิ่มขึ้นของราคาประมาณ 3 – 5% ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2554

สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2553 ที่ผ่านมาเติบโตสูงขึ้นกว่าปี 2552 ถึง 76% เมื่อเทียบตามจำนวน supply และเติบโตสูงขึ้นอีก 72% เมื่อเทียบตามจำนวน demand โดยมียอดเสนอขายทั้งปีอยู่ที่ 88,066 ยูนิต และยอดขายที่ 52,103 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 59% จากยอดเสนอขาย โดยเมื่อช่วงครึ่งปีหลังของปีที่ผ่านมาคอนโดมิเนียมที่เสนอขายในกลุ่มราคาต่ำกว่า 50,000 บาทต่อ ตร.ม. มียอดขายสูงสุด คาดว่าเป็นผลมาจาก supply ที่เปิดตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2552 ที่ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI และฐานลูกค้าระดับกลาง – ล่าง นับเป็นกลุ่ม real demand ขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง อย่างไรก็ตาม ยอดขายส่วนใหญ่มาจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงเพราะลูกค้ามีความเชื่อมั่นในแบรนด์และมั่นใจในการดำเนินงาน ทั้งนี้ พื้นที่บริเวณสุขุมวิทยังได้รับความนิยมสูงโดยเฉพาะสุขุมวิทตอนปลาย (ตั้งแต่สุขุมวิท 71 เป็นต้นไป) โดยมี supply เสนอขายสูงสุด 9,325 ยูนิต และเป็นโซนที่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ชิงส่วนแบ่งทั้ง supply และ demand ได้มากที่สุด

 By: วรรณธนี นวลมาก             5220224112


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: