ดันตลาดกลางข้าวนครสวรรค์เทียบชั้น ‘ชิคาโก’

24 06 2011

ชื่อ – นามสกุล : สิตางศุ์ เกิดสมบุญ รหัส : 5220224144

Issue 2 : ดันตลาดกลางข้าวนครสวรรค์เทียบชั้น ‘ชิคาโก’

Industry : Food

Strategy : การประมูลราคา

Competitor : ผู้ซื้อ – ผู้ขายข้าวจากทั่วประเทศ

ประเด็นข่าว : กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมตัวเปิดตลาดกลางประมูลข้าวสาร ขึ้นในจ.นครสวรรค์ ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้ระบบ จำหน่ายผ่านตัวบุคคลต่อบุคคล หรือระหว่างบริษัทที่มีการตกลงราคาซื้อขายตามที่ได้ตกลงไว้เพียง 2 ฝ่ายเท่านั้น การเปิดตลาดกลางเพื่อให้ประมูลราคาซื้อขายจะเป็นผลดี เนื่องจากในอนาคตคาดว่าหากมี การประมูลข้าวในปริมาณและมูลค่าที่มากขึ้นเรื่อยๆ ตลาดกลางประมูลข้าวนครสวรรค์ จะสามารถดึงดูด ผู้ซื้อและผู้ขายจากต่างประเทศมาเปิดประมูลกันในตลาดกลางแห่งนี้จนทำให้เป็นศูนย์กลางในการค้า ข้าวของโลกในอนาคต ซึ่งอาจเริ่มจากเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวในภูมิภาคอาเซียน ที่ในอนาคตอาจจะมีข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือ ผู้นำเข้าจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนเข้ามาซื้อขายข้าวในตลาดกลางมากขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะเพิ่มกิจกรรมหรือดึงผู้ผลิตข้าวหลากหลายชนิดเข้ามาตลาดให้มากขื้น

ข้อดี : ถือเป็นการเปิดสถานที่ศูนย์รวม และดึงดูดให้นักลงทุนผู้ซื้อ – ขายข้าวจากหลากหลายที่มาร่วมประมูลราคาที่เหมาะสมกับข้าวหลากหลายชนิด นอกจากนี้ก็ยังทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวของโลกในอนาคตได้อีกด้วย

ข้อเสีย : อยู่ที่ความพร้อมว่า ประเทศไทยมีความพร้อมมากแค่ไหนในการเปิดสถานที่และเปลี่ยนระบบจากเดิมที่เคยตกลงราคากันแค่ 2 ฝ่าย กลายเป็นการประมูลราคาแทน

ดันตลาดกลางข้าวนครสวรรค์เทียบชั้น ‘ชิคาโก’

ไทยดันตลาดประมูลข้าวนครสวรรค์เทียบชั้นตลาด”ชิคาโก”หวังกำหนดราคาอ้างอิงตลาดโลก ตั้งเป้าเทรดเดือนละ 500 ล้านบาท เอกชนเชื่อยังต้องใช้เวลา

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการข้าว ได้ร่วมมือกันเปิดตลาดกลางประมูลข้าวสาร ขึ้นในจ.นครสวรรค์ ซึ่งก่อนหน้านี้ระบบการจำหน่ายข้าวของไทย เน้นจำหน่ายผ่านตัวบุคคลต่อบุคคล หรือระหว่างบริษัทที่มีการตกลงราคาซื้อขายตามที่ได้ตกลงไว้เพียง 2 ฝ่ายเท่านั้น การเปิดตลาดกลางเพื่อให้ประมูลราคาซื้อขาย จึงถือว่าเป็นการจำหน่ายข้าวที่ดึงดูดผู้ซื้อและผู้ขายอีกจำนวนมากให้เข้ามาในระบบการซื้อขาย ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวเป็นราคากลาง ที่สามารถนำไปอ้างอิงกับตลาดการค้าข้าวได้ในอนาคต คาดว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวโลกได้

“ตลาดกลางการประมูลข้าวจังหวัดนครสวรรค์ ถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางในการซื้อขายที่สำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดภาคกลางและภาคเหนือที่มีผลผลิตข้าวมากที่สุดถึง30%ของผลผลิตในประเทศและเป็นจุดเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งสำคัญทั้งทางบก ทางน้ำ และ ระบบราง เชื่อว่าตลาดกลางนี้ที่มีการเปิดประมูลซื้อขายข้าวเดือนละ 1ครั้ง จะมีการซื้อขายไม่ต่ำกว่าครั้งละ 2หมื่นตันหรือมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท”นายยรรยง กล่าว

นายยรรยง กล่าวว่า ในอนาคตคาดว่าหากมีการประมูลข้าวในปริมาณและมูลค่าที่มากขึ้นเรื่อยๆ ตลาดกลางประมูลข้าวนครสวรรค์ จะสามารถดึงดูดผู้ซื้อและผู้ขายจากต่างประเทศมาเปิดประมูลกันในตลาดกลางแห่งนี้จนทำให้เป็นศูนย์กลางในการค้าข้าวของโลกในอนาคต ซึ่งอาจเริ่มจากเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวในภูมิภาคอาเซียน ที่ในอนาคตอาจจะมีข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือ ผู้นำเข้าจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนเข้ามาซื้อขายข้าวในตลาดกลางมากขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะเพิ่มกิจกรรมหรือดึงผู้ผลิตข้าวหลากหลายชนิดเข้ามาตลาดให้มากขื้น

สำหรับผลการประมูลข้าวในตลาดกลางนครสวรรค์ วันที่ 21มิ.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ขาย 42ราย 74ตัวอย่าง ปริมาณ 24,100 ตัน โดยจำนวนผู้ซื้อ 16 ราย ปริมาณที่ซื้อขาย 12,362 ตัน รวม 11ตัวอย่าง คิดเป็นมูลค่า 195.88ล้านบาท ชนิดของข้าว มีข้าวขาว ข้าวนึ่ง ข้าวท่อน ข้าวหอมปทุม ข้าวขาว 5%และปลายข้าวหอมมะลิ เป็นต้น

นายคมกฤชช์ ธรรมรัตนกุล ประธานหอการค้าจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า เป้าหมายราคาข้าวที่ซื้อขายในตลาดประมูลข้าวแห่งนี้ สามารถนำไปกำหนดราคาซื้อขายข้าวของโลกได้ เหมือนการใช้ราคาอ้างอิงจากชิคาโก เพราะไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก สามารถกำหนดทิศทางราคาได้ ขณะที่ชิคาโกไม่มีการซื้อขายข้าวจริงเป็นเพียงการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า ที่ไม่มีการนำสินค้ามาจำหน่ายจริงอ ย่างที่ไทยกำลังดำเนินการอยู่

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าเป้าหมายดังกล่าวจะประสบความสำเร็จ เพราะต้องขึ้นกับว่าปริมาณการเข้าร่วมประมูลและการซื้อขายจริงจะมีความหนาแน่นเพียงใด

“ขณะที่กำลังอยู่ในขั้นเริ่มต้นแต่ทิศทางก็เป็นไปด้วยดี เจ้าหน้าที่ที่มาทำงานก็เป็นนักศึกษาอาสามาทำงานให้ก่อน หากปริมาณการซื้อขายหนาแน่นแล้วเชื่วว่าไทยสามารถตั้งเป็นศูนย์กลางกำหนดราคาข้าวโลกเหมือนชิคาโกได้ โดยในการประมูลครั้งแรกมีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 1 ล้านบาท ครั้งที่ 2 มูลค่า 20-30 ล้านบาท และครั้งที่ 3มูลค่า 50 ล้านบาท ส่วนครั้งที่ 4 มูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท”นายคมกฤชช์ กล่าว

ทั้งนี้ ไม่ต้องการให้มองว่าตลาดกลางเป็นการตัดตอนขั้นตอนการซื้อขายข้าวผ่านหยง หรือผู้จัดหาข้าวออกไป แต่เป็นเพียงการกำหนดสถานที่ให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้นำเสนอสินค้าและเสนอราคาโดยตรงผ่านชนิดและคุณภาพข้าวที่หลากหลายและเป็นช่องทางเลือกอีกทางของการซื้อขายข้าวในตลาด

 

22 มิ.ย. 54

http://www.bangkokbiznews.com


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: