ผู้บริหาร TF แจงยอดขาย “มาม่า” เพิ่มขึ้น แต่กำไรลดลง เพราะต้นทุนพุ่ง ทั้งแป้งสาลีและน้ำมันปาล์ม เตรียมลงทุนตั้ง รง.ผลิตเอง ตามนโยบายที่ไม่เน้นการขึ้นราคา แต่จะใช้วิธีลดทุนทุนแทน

26 06 2011

 นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TF ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงาน โดยยอมรับว่า กำไรสุทธิของบริษัทในปีนี้ลดลงจากปีก่อน แม้จะเชื่อว่ารายได้จะเป็นไปตามเป้าหมาย 10% จากปี 2553 บริษัทมีรายได้รวม 8 พันล้านบาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักปรับเพิ่มขึ้นทั้งแป้งสาลีและน้ำมันปาล์ม
       
       ทั้งนี้ แป้งสาลีที่เป็นวัตถุดิบหลักราคาสูงขึ้น 50% ซึ่งราคาแป้งสาลีจาก 300 บาทต่อกระสอบ เพิ่มเป็น 450 บาทต่อกระสอบ ซึ่งแป้งสาลีเป็นวัตุดิบหลัก 40% ในกระบวนการผลิต ส่วนน้ำมันปาล์มปรับขึ้นต่อเนื่อง จากปี 2553 ราคาเฉลี่ย 29 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ขณะที่เดือน มกราคม 2554 ราคาพุ่งไป 68 บาทต่อ กก. ทำให้เดือนเดียวบริษัทขาดทุนไป 70 ล้านบาท
       
       อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มจะค่อยๆ ปรับตัวลดลง หลังจากผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ที่ 40-42 บาทต่อกก. แต่ที่มาเลเซียราคาลงไปที่ 38 บาทต่อ กก.แล้ว ส่วนในแง่ของยอดขายในปีนี้ยังเติบโตต่อเนื่อง โดย 5 เดือนแรกยอดขายเติบโตได้แล้ว 9.9% ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดที่ 50% ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
       
       ทั้งนี้ บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากมาม่าคัพที่ 20% มาม่าซอง 80% ซึ่งมาม่าคัพมีอัตราการเติบโตประมาณ 20% ถือว่าสูงกว่าภาพรวมตลาด พร้อมตั้งเป้าว่าใน 4-5 ปี ข้างหน้าจะมีมาม่าคัพ 40% มาม่าซอง 60% ขึ้นอยู่กำลังซื้อและรายได้ของประชากร
       
       นายพิพัฒน์ ยืนยันว่า มาม่าไม่ขึ้นราคาขาย เพราะเพิ่มภาระผู้บริโภค โดยจะใช้วิธีลดต้นทุนแทน บริษัทศึกษาการสร้างโรงงานผลิตแป้งสาลี คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 2556 โดยร่วมทุนกับ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PB ถือหุ้น 10% และบริษัท คอรี่-กลอรี่ ฟลาวมิลล์ จำกัด ถือหุ้น 30% ซึ่งการมีพันธมิตรเป็นการกระจายความเสี่ยงกำไร ชดเชยต้นทุน และประหยัดค่าขนส่ง ซึ่งจะตั้งโรงงานใหม่ภายในโรงงานผลิตมาม่า
       
       นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาที่จะสร้างโรงงานน้ำมันปาล์มด้วย คาดว่าจะสรุปได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะลงทุนตั้งแต่การสกัดหรือกลั่น รวมถึงจังหวะเวลาในการลงทุนที่เหมาะสม เพราะช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีปัญหาขาดแคลนวัตุดิบน้ำมันปาล์มทำให้การผลิตชะงักไป
       
       สำหรับแผนในปีนี้ บริษัทเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตด้วยการลงทุนซื้อเครื่องจักรผลิตมาม่าคัพอีก 2 เครื่อง ได้รับมอบปีนี้ 1 เครื่อง ปีหน้าอีก 1 เครื่อง และเครื่องผลิตมาม่าซอง 5 เครื่อง รับมอบปีนี้ 2 เครื่อง ปีหน้า 3 เครื่อง กำลังการผลิตมาม่าซอง รวมส่งออกด้วย 6 ล้านแพ็คต่อวัน ปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านแพคต่อวัน และปี 2556 เพิ่มเป็น 8 ล้านแพคต่อวัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 มิถุนายน 2554 14:59 น.

 

วิเคราะห์ข่าว :

                การที่ TF จะลงทุนในการผลิตวัตถุดิบหลักที่มีผลกระทบต่อทั้งการผลิต ,ต้นทุน ถือเป็นการลงทุนที่สมควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากตามกลยุทธการขยายLine แบบ Vertical จะส่งผลดีต่อความนิ่ง, อำนาจต่อรองของบริษัทที่มีต่อวัตถุดิบ มีสูงขึ้น และลดความเสี่ยงในการขาดหรือโดนโก่งราคาวัตถุดิบในอนาคตลง ถึงแม้ว่าการลงทุนดังกล่าวจะต้องใช้งบประมาณ, ความสามารถ และระยะเวลามากพอสมควร แต่ในระยะยาวแล้ว TF จะมีอำนาจในการควบคุมอุตสาหกรรมนี้อย่างเต็มตัวและส่งผลต่อการกดดันคู่แข่งขันอย่างมาก

 น.ส.ธนพร   ศิริวรรณ 5220224040

 

 

 

 

 


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: