พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ไต่เพดานบินเร็ว เผชิญทุกทัศนวิสัย

30 06 2011

 “กัปตันเต๋” พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ลูกชายสุดเลิฟของหมอเสริฐ ในวันที่นั่งเก้าอี้นักบิน (ธุรกิจ) ที่ 1 ต่อจากผู้พ่อมากว่า 2 ปี

คนรุ่นใหม่อย่างเขามีแผนจะพาบางกอกแอร์เวย์สหลบหลีกหลุมอากาศธุรกิจ ด้วยการไต่เพดานบินให้เร็ว พร้อมเผชิญทุกทัศนวิสัย

หลังจาก “หมอเสริฐ” นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ถอยฉากออกจากธุรกิจการบินในบริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เพื่อเปิดทางให้ทายาทรุ่นที่สองอย่าง “กัปตันเต๋”  พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ บุตรชายขึ้นนั่งเก้าอี้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่แทน

ขณะที่หมอเสริฐหันมาให้ความสนใจธุรกิจโรงพยาบาล ในฐานะประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) จอมเทคโอเวอร์ธุรกิจโรงพยาบาลโดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมากับดีลการควบรวมกิจการระหว่างเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ – สมิตเวช กับเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ของทนายวิชัย ทองแตง

ล่าสุด กับดีลการเข้าไปซื้อหุ้นบริษัทโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 11.11% ซึ่งอาจจะเดินไปสู่การควบรวมกิจการกันในอนาคต เพื่อต่อยอดความเป็นเบอร์ 1 ธุรกิจโรงพยาบาลในเอเชีย

ขณะที่ธุรกิจการบินของหมอเสริฐก็มีความไม่คิดติดอันดับเอเชียไม่ต่างกัน โดยปลุกปั้นแบรนด์บางกอกแอร์เวย์สจนได้รับรางวัล สายการบินระดับภูมิภาคยอดเยี่ยมของเอเชีย (Best Regional Airline for Asia) จาก Skytrax หนึ่งในนิตยสารด้านการเดินทางโดยอากาศยานของยุโรป มาตั้งแต่ปี 2547-2552  ก่อนจะส่งต่อหน้าที่นักบิน (ธุรกิจ) ที่ 1 ให้กัปตันเต๋เป็นผู้ขับเคลื่อนอากาศยาน มาเป็นเวลากว่า 2 ปี (ตั้งแต่ 1 พ.ค. 2551)

กัปตันเต๋ บอกว่า ที่ผ่านมาสายการบินบูติคแห่งแรกของเมืองไทยอย่างบางกอกแอร์เวย์ส ไม่ต่างจากสายการบินอื่นๆ ที่ต้องเผชิญกับภาวะ “ตกหลุมอากาศ” เป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้ธุรกิจการบินทั่วโลกชะลอตัว และภัยธรรมชาติในบางประเทศ เช่น ภูเขาไฟระเบิดในยุโรป ทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลง

ทว่า บางกอกแอร์เวย์ส ภายใต้การบัญชาการของนักบินที่ 1 เช่นเขา เน้นการปรับตัวเร็วตามสไตล์คนรุ่นใหม่ในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจรอบที่ผ่านมา บางกอกแอร์เวย์สเลือกที่จะใช้แผนการลดต้นทุนของสายการบินทุกทิศทุกทาง โดยการปรับลดเงินเดือนผู้บริหารไปเมื่อปี 2552 ถือเป็นมาตรการแรกๆ ของเขาหลังรับตำแหน่ง   

ไม่เพียงการปรับลดเงินเดือนผู้บริหาร การจะทำให้ทัศนวิสัยทางธุรกิจดีขึ้นได้นั้น กัปตันเต๋เลือกที่จะลดต้นทุนน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจการบิน ด้วยการใช้เทคนิคการบินหนึ่งในวิชาการบินที่เขาร่ำเรียนมาเข้ามาช่วย

เช่น บินอย่างไรให้ประหยัด กัปตันเต๋บอกว่า หากบินทำเวลาได้ดีขึ้นแค่ 1 นาทีก็ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นไม่ต่างจากการขับรถยนต์ ปีหนึ่งๆ เขาบอกว่า สามารถลดต้นทุนการบินได้เป็นสิบๆ ล้านบาท

การไต่เพดานบินให้เร็วของบางกอกแอร์เวย์ส ยังหมายถึง การวางแผนปรับเปลี่ยนฝูงบินใหม่ เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของ Economy of Scale หรือการลดต้นทุนดำเนินงาน

กัปตันเต๋บอกว่า ที่ผ่านมาบางกอกแอร์เวย์สพยายามปรับเปลี่ยนไปใช้ฝูงบินแอร์บัส (Airbus) ทั้งหมด จากที่ก่อนหน้านี้ใช้ทั้งฝูงบิน Airbus  และ Boeing  เพื่อต้องการรองรับจำนวนผู้โดยสารให้ได้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน

สำหรับแผนการขยายเส้นทางการบินในภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก รับการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจสายการบินในภูมิภาค เช่น การแข่งขันจากสายการบินต้นทุนต่ำ (Low cost Airlines) กัปตันเต๋บอกว่า สิ่งที่บางกอกแอร์เวย์ให้น้ำหนักมากที่สุดคือ การจับมือพันธมิตรในการทำ Code Share (การทำเส้นทางการบินร่วมในเส้นทางบินใหม่ๆ)

ล่าสุดยังได้เพิ่มการทำ Code Share กับสายการบินอื่นๆ โดยอยู่ระหว่างเจรจากับสายการบินฟินแอร์ มาเลเชี่ยน แอร์ไลน์ และคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในปีนี้

สเต็ปนี้ยังครอบคลุมไปถึงการปรับเส้นทางการบินของสายการบินบูติคแอร์ไลน์แห่งนี้ เพื่อแก้โจทย์ให้สายการบินพลิกกลับมามีกำไร หลังจากที่ต้องขาดทุนค่อนข้างมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ด้วยการเพิ่มเส้นทางบินให้ครอบคลุมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้  เช่น การเปิดเส้นการบินใหม่ไปยังประเทศอินเดีย และบังกลาเทศ

ไม่ว่าจะเจอะเจอพายุลูกใหญ่อีกสักกี่ลูก แต่ภายใต้กลยุทธ์ที่ชัดเจน และรัดกุม ทำให้ “กัปตันเต๋” เบาใจไปได้มาก แต่หนทางข้างหน้ายังคงรอพิสูจน์ฝีมือของกัปตันคนนี้ว่าจะพาสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส “แลนดิ้ง” ได้อย่างราบรื่นปลอดภัยหรือไม่
รุกตลาดผ่าน “โซเชียล มีเดีย”

กัปตันเต๋ ยอมรับว่า การเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส มีเรื่องที่ทำให้เขาต้องปรับตัวอยู่เสมอ นอกจากต้องทำงานหนักมาก เพื่อให้สายการบินฟื้นกลับมามีกำไรแล้ว ยังต้องแข่งขันกับสายการบินต้นทุนต่ำ ที่มีอัตราเติบโตต่อเนื่อง 

ทว่า บางกอกแอร์เวย์ส ไม่มีนโยบายเข้าไปเล่นเรื่องสงครามราคา ด้วยการปรับลดค่าโดยสารลง เพราะเชื่อว่าลูกค้าลูกค้าพร้อมที่จะจ่ายเพิ่มให้ได้รับบริการที่ไม่สามารถหาได้จากสายการบินต้นทุนต่ำ เช่น ลูกค้าทุกคนสามารถให้บริการห้องรับรองผู้โดยสารเทียบเท่าลูกค้าระดับวีไอพี เป็นต้น 

นอกจากจะไม่ลงไปเล่นสงครามราคาแล้ว กัปตันเต๋ บอกว่า บางกอกแอร์เวย์ส จะหันไปรุกช่องทางใหม่ในการสื่อสารกับลูกค้าเก่าใหม่ หรือ แฟนคลับผ่าน Social Media  ทั้ง  Facebook  Twitter และ  Website ก็ถือเป็นอีกกลยุทธ์ที่บางกอกแอร์เวย์เล็งเห็นประโยชน์ที่จะได้รับจากการเติบโตของ Social Media ที่เพิ่มขึ้นทุกปี
โดยปัจจุบันบางกอกแอร์เวย์สมีแฟนคลับทาง Fackbook มากกว่า 42,000 คนแล้วหลังจากที่เปิดช่องทางสื่อสารนี้ได้ไม่ถึงปี ขณะที่ช่องทางสื่อสารนี้ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายตั๋วเครื่องบินได้มาก

ทั้งนี้ในปัจจุบันบริษัทฯมีสัดส่วนการจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์อยู่ที่ 20-25%  คิดเป็นยอดขายประมาณ 2,000 ล้านบาท ของยอดขายรวมกว่า 8,000 ล้านบาท และตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนการจองตั๋วออนไลน์เป็น 30-40% ของยอดขายให้ได้ในปีนี้  ซึ่งเขามองว่าน่าจะทำได้ไม่ยาก

กัปตันเต๋ยังบอกว่า การที่เขาสามารถประเมินสถานการณ์และแก้ไขปัญหาในธุรกิจการบินได้นั้น เกิดจากการมองการณ์ไกลของผู้พ่อที่วางแนวทางการศึกษาให้เขาเรียนเพื่อเป็น “นักบิน”

“การได้พูดจากภาษาเดียวกันกับคนในธุรกิจนี้ และได้เรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีการบินใหม่ๆ เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับผม จากคนที่เรียนปริญญาตรีด้านบัญชี ไม่มีความรู้ด้านการบินเลย พอมาเรียนเป็นนักบินทำให้ผมมองเห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินทั้งหมด ผมว่าธุรกิจนี้ไม่เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ เพราะคุณต้องมีความรู้เกี่ยวกับการบิน ไม่งั้นคุณจะบริหารงานยากแน่นอน”  

ส่วนการก้าวมาเป็นนักธุรกิจการบิน เขายอมรับว่า เป็นเรื่องใหม่สำหรับเขาที่จำเป็นต้องเรียนรู้อีกมาก เมื่อมีเวลาว่างก็จะพยายามหาหนังสือแนว How To มาอ่าน

เขายังบอกด้วยว่า มีความกังวลว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการบินของบริษัท ทำให้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการชุมนุมประท้วงขับไล่ผู้นำประเทศในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลางหลายแห่ง แม้ว่าโดยทั่วไปบริษัทจะทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันไว้ประมาณ 25-30% แต่เป็นการทำประกันในระยะสั้นๆ เท่านั้น

วิเคราะห์กลยุทธ์

ในการที่จะพาสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ทะยานไปข้างหน้าจนประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ทายาทรุ่นที่สอง ต่อจากคุณพ่อ(นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ) ต้องวางกลยุทธ์ให้ดี เพื่อที่จะได้ฝ่าฟันกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยที่กลยุทธ์ที่ได้ทำไปแล้วนั้น คือ การปรับลดเงินเดือนของผู้บริหารในปี2552 นอกจากนี้เขาได้เปลี่ยนเครื่องบินมาใช้Airbusเพื่อให้รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น ทำให้ประหยัดค่าน้ำมันได้มากขึ้น  ได้วางแผนขยายเส้นทางการบินเพิ่มโดยจับมือกับพันธมิตรในการทำCode Share(การทำเส้นทางการบินร่วมในเส้นทางบินใหม่ๆ) และยังมีการปรับเส้นทางการบินใหม่โดยการเพิ่มเส้นทางการบินไปยังเอเชียใต้  นอกจากนี้ก็ไม่มีการทำสงครามราคาโดยการปรับลดค่าโดยสารลง เพื่อแข่งขันกับสายการบินLow Costอื่นๆเพราะเชื่อว่าลูกค้าพร้อมที่จะจ่ายเพื่อให้ได้รับบริการที่ไม่มีในสายการบินต้นทุนต่ำ  และเขายังดำเนินกลยุทธ์ในการบุกตลาดSocial Mediaอย่างเช่น Face Book, Twitter เพื่อที่จะเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งเก่าและใหม่  อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการมีส่วนช่วยในการกระตุ้นยอดขายตั๋วได้มาก ซึ่งปัจจุบัน สายการบินบางกอกแอร์เวย์สมียอดการจองตั๋วผ่านทางOnline อยู่ที่20-25% และยังตั้งเป้าให้มียอดการจองตั๋วผ่านทางOnlineได้เพิ่มขึ้น30-40%ในอนาคต

ธัชวินท์  ทักษะศุภการ  5220224026


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: