เอสพีซีจีตั้งเป้าปี54ผุดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้ครบ8โครงการ

2 07 2011

ผู้บริหารเอสพีซีจี หวังปีนี้ผุดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้ครบ 8 โครงการ ใช้เงินลงทุน 600-700 ล้านบาทต่อโครงการ พร้อมทั้งต้องเพิ่มทุนอีก 4 พันล้านบาท รองรับการสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ให้ครบ 34 โครงการ มูลค่ารวม 2.1 หมื่นล้านบาท…

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นางสาวณัฐรินทร์ ตาลทอง ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย กล่าวในฐานะที่ปรึกษา ทางการเงิน บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ว่าในเบื้องต้น คาดว่า SPCG จะออกหุ้นเพิ่มทุน (PO) มูลค่า 1,000 ล้านบาท ช่วงปลายไตรมาส 3 นี้เพื่อนำเงินที่ได้ไปรองรับการขยายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในปีนี้

ด้าน นายชาญชัย กุลถาวรากร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG กล่าวว่า ปีนี้มีแผนก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้ครบ 8 โครงการ คาดใช้เงินลงทุนมูลค่า 600-700 ล้านบาทต่อโครงการ โดยปัจจุบันบริษัท มีโครงการโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ก่อสร้างแล้วเสร็จ 3 โครงการ คือ 1.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โคราช 1 ที่เปิดจ่าย ไฟในเดือนเม.ย.53 , 2.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โคราช 2 เปิด จ่ายไฟก.พ.54 และ 3.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โคราช 3 ที่เปิดจ่ายไฟเดือนเม.ย.54 โดยโครงการที่เหลืออีก 5 โครงการซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้า อยู่ที่ 6 เมกะวัตต์ต่อโครงการ อยู่ระหว่างขออนุญาตและก่อสร้าง

อย่างไรก็ดี บริษัทคาดว่าจะต้องเพิ่มทุนรวม3-4 พันล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนใน โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีแผนจะลงทุนให้ครบ 34 โครงการ มูลค่ารวม 2.1 หมื่นล้านบาท ให้เสร็จสิ้นภายในปี 56

ส่วนนโยบายหาแหล่งเงินลงทุน จะมาจากการเพิ่มทุน 30% วงเงิน 3-4 พันล้านบาท โดยบริษัทแต่งตั้งให้ บล.กสิกรไทย เป็นที่ปรึกษาในการจัดหาเครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯและ อีก 70% มาจากการกู้เงิน ซึ่งธนาคารกสิกรไทย เป็นแกนหลักในการหาแหล่งเงินกู้ให้บริษัทซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการหาแหล่งเงินกู้ ซึ่งได้มีการพูดคุยถึงแหล่งเงินกู้จากธนาคารโลกด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดกว้างให้พันธมิตรเข้ามาถือหุ้น ในบริษัทโดยตรง รวมทั้งเปิดกว้างให้พันธมิตรเข้ามาถือหุ้นในบริษัทย่อย หรือถือหุ้นในโครงการ โดยบริษัทยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

นายชาญชัย กล่าวถึงแนวโน้มราย ได้ของบริษัทว่า แต่ละปีจะมีรายได้จาก บริษัท สตีล อินเตอร์เทค จำกัด (มหาชน) หรือ STEEL ก่อนที่จะมีการควบรวมกับบริษัทประมาณ 300-400 ล้านบาทต่อปี ส่วนรายได้รวมปีนี้ ขึ้นอยู่กับการทยอยรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้า ที่บริษัทมีแผนลงทุนทยอย เปิดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ต่อเนื่องเพิ่มขึ้น

ขณะที่ นางสาววันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ SPCG กล่าวว่า ภายในปี 56 บริษัทต้องจ่ายไฟที่ทำสัญญาซื้อขายไว้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จากใบอนุญาตทั้งหมดที่ได้รับให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสง อาทิตย์ จำนวน 34 โครงการซึ่งมีขนาดผลิตไฟฟ้า 6 เมกะวัตต์ต่อโครงการ มูลค่าลงทุนโครงการละ 600-700 ล้านบาท ซึ่งแต่ละโครงการมีมูลค่าการ ลงทุนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับมูลค่าที่ดิน รวมถึงการออกแบบและระบบสายส่งไฟฟ้า โดยปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าจำหน่ายไฟได้ แล้ว 3 โครงการ

http://www.waiteenzone.com/forum-redirect-tid-5895-goto-lastpost.html

วิเคราะห์ข่าว :

                SPCG เป็นผู้ที่มองเห็นช่องทางและโอกาสในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนในอนาคต ถึงแม้ว่าในปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นพลังงานที่ยังมีต้นทุนต่อหน่วยสูงกว่าพลังงานที่ใช้อยู่ แต่ในอนาคตเมื่อโลกประสบปัญหาขาดแคลนพลังงานหลัก และการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น น่าจะทำให้บริษัทได้เปรียบในการที่เป็นผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมดังกล่าว แต่ในระยะสั้นการขยายกำลังการผลิตมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก แต่การที่ SPCGพยายามบาลานซ์ที่มาของเงินให้มีทั้งทุน และหนี้ ก็น่าจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินไม่สูงมากจนเกินไป

น.ส. ธนพร   ศิริวรรณ 5220224040


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: