ไนกี้ เผยกลยุทธ์ระดับโลกเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน

9 07 2011

ไนกี้ อิงค์ (NIKE, Inc.) (NYSE:NKE) เผยแพร่รายงานความรับผิดชอบขององค์กรต่อสังคม (Corporate Responsibility: CR) ประจำปี 2550 — 2552 ซึ่งกล่าวถึงวิวัฒนาการของกลยุทธ์ CR ของบริษัทตั้งแต่การบริหารจัดการความเสี่ยง งานด้านการกุศล และรูปแบบการดำเนินงานตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนทางจริยธรรมของสังคม ไปจนถึงกลยุทธ์ระยะยาวซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์นวัตกรรม การให้ความร่วมมือ การดำเนินงานอย่างโปร่งใส และการสนับสนุนด้านต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมให้บริษัทก้าวไปข้างหน้าในวิถีทางเศรษฐกิจแบบยั่งยืน

ไนกี้ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Sustainable Business and Innovation (SB&I) ด้วยการสร้างสรรค์วิธีการที่มีความยั่งยืนมากขึ้น เพื่อนำมาซึ่งผลตอบแทนสู่ธุรกิจ ชุมชน พนักงานในโรงงาน ผู้บริโภค และโลก

รายงานฉบับนี้ยังได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินงานของไนกี้เพื่อบรรลุเป้าหมาย CR ระยะ 5 ปี และการทบทวนภารกิจด้าน CR ของไนกี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาอย่างครอบคลุม

“ความยั่งยืนเป็นกุญแจสู่การเติบโตและการสร้างสรรค์นวัตกรรมของไนกี้” มาร์ก พาร์กเกอร์ ประธานและซีอีโอของไนกี้ อิงค์ กล่าว “การทำให้ธุรกิจของเรามีความยั่งยืนมากขึ้นนั้น จะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคของเราซึ่งคาดหวังว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่พนักงานที่โรงงานก็จะได้รับประโยชน์จากการผลิตแบบยั่งยืน ส่วนพนักงานและผู้ถือหุ้นของเราจะได้รับผลตอบแทนจากการที่บริษัทได้เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตแต่เนิ่นๆ”

นอกจากนี้ ด้วยความตระหนักถึงผลกระทบจากทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง และความจำเป็นที่จะช่วยกันทำให้เศรษฐกิจปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้น้อยที่สุด ไนกี้จึงหวังที่จะใช้รายงานฉบับนี้เพื่อแบ่งปันวิสัยทัศน์ของบริษัทในการดำเนินธุรกิจแบบ closed-loop ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำให้ซัพพลายเชนปลอดจากขยะโดยสิ้นเชิง รวมถึงมีผลิตภัณฑ์และวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทำให้เกิดขยะทั้งก่อนและหลังการใช้ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนกระบวนการและรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

 

“ไนกี้ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด” ฮันนาห์ โจนส์ รองประธานฝ่าย SB&I กล่าว “ปัจจุบัน ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจกำลังส่งผลต่อแรงงาน เยาวชน ซัพพลายเชน และผลิตภัณฑ์ แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและโปร่งใส ทำให้ไนกี้มีโอกาสที่จะใช้นวัตกรรมที่มีอยู่เพื่อแก้ปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนเหล่านี้”

 

รายงานฉบับนี้เป็นการแถลงความคืบหน้าของเป้าหมายระยะ 5 ปีซึ่งไนกี้ได้กำหนดขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2550 บริษัทสามารถดำเนินการรุดหน้าในหลายด้าน อาทิ การฝึกอบรมการใช้หลัก Lean และ Human Resource Management ในโรงงาน ตลอดจนการลดขยะและสารพิษ และเพิ่มการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Considered Design ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

รายงานยังได้เปิดเผยความคืบหน้าของเป้าหมายอื่นๆที่เผชิญความท้าทายเพิ่มมากขึ้น อาทิ การบริหารชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาของโรงงานต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ ไนกี้ยังได้แก้ไขหรือชี้แจงเป้าหมายบางประการให้มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทมีความเข้าใจในปัญหาเพิ่มขึ้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์

สรุปโครงการริเริ่มที่สำคัญๆของบริษัทภายใต้แผนกลยุทธ์ CR ได้แก่

1. Considered Design

Considered Design คือการนำหลักการเพื่อความยั่งยืนมาใช้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์นักกีฬา ด้วยการลดหรือกำจัดมลพิษและขยะ และเพิ่มการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

2. GreenXchange (GX)

GX คือตลาดออนไลน์สำหรับแลกเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญา ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนรูปแบบใหม่ๆ ผู้ใช้ระบบ GX จะสามารถแบ่งกันใช้ทรัพย์สินทางปัญญาได้ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไร้ขีดจำกัดเพื่อขจัดอุปสรรคขัดขวางความยั่งยืนต่างๆ GX มีเป้าหมายที่จะกระตุ้นการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว ด้วยการทำให้ทรัพย์สินทางปัญญาที่เคยเป็นกรรมสิทธิ์ของแต่ละบุคคลมีความเป็นสาธารณะมากขึ้น

3. Lean และ Human Resource Management (HRM)

ไนกี้ได้ร่วมมือกับโรงงานต่างๆในการฝึกอบรมการใช้หลักการผลิต Lean และหลักการบริหารทรัพยากรบุคคล HRM โดยหลักการ Lean จะเป็นตัวผลักดันให้การตัดสินใจต่างๆมีความใกล้ชิดกับพนักงานในโรงงานมากขึ้นผ่านทางการสร้างทักษะ การทำงานเป็นหมู่คณะ การตระหนักถึงคุณภาพมากกว่าปริมาณ ขณะที่ HRM จะเพิ่มความสามารถด้านการบริหารจัดการของโรงงาน และทำให้โรงงานเล็งความสำคัญของกำลังคนที่มีอยู่มากขึ้น

4. กีฬาเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม (Sport for Social Change)

ไนกี้ใช้กีฬาเป็นเครื่องมืออันทรงพลังเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา หลายฝ่ายยังไม่เห็นคุณค่าของกีฬาว่าสามารถสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการทางสังคมและผู้สร้างสรรค์ชุมชน ตลอดจนขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม หนึ่งในตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโครงการที่ไนกี้ได้ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ โครงการฟุตบอลรากหญ้า (Grassroot Soccer) ในแอฟริกา ซึ่งเป็นโครงการระดับชุมชนที่มุ่งแก้ปัญหาสังคมผ่านทางการสร้างจิตสำนักและให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ ด้วยการใช้กีฬาเป็นตัวกระตุ้นการติดต่อสื่อสารกับเด็กๆทั้งชายและหญิง

5. กลยุทธ์ด้านสภาพอากาศและพลังงาน (Energy and Climate Change Strategy)

ในปี 2552 ไนกี้ได้ริเริ่มการจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือระหว่างบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งมีชื่อว่า Business for Innovative Climate and Energy Policy (BICEP) เพื่อสนับสนุนการจัดทำกฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศและพลังงานในสหรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์เทคโนโลยีและสาธารณูปโภคใหม่ๆที่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

นอกจากนั้น ในปี 2551 ไนกี้ยังได้เปิดตัวโครงการ footwear energy efficiency program ด้วยการเซ็นสัญญากับผู้ผลิต 5 ราย ความมุ่งมั่นของไนกี้ที่มีต่อโครงการนี้ได้สร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม กล่าวคือ โรงงานที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 6% แม้ว่าโรงงานจะดำเนินการผลิตเพิ่มขึ้น 9% ก็ตาม

ทั้งนี้ รายงานความรับผิดชอบต่อสังคมของไนกี้เผยแพร่บนเว็บไซต์ nikeresponsibility.com ซึ่งจะให้ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินงานของไนกี้เพื่อบรรลุเป้าหมายต่างๆ และทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมาของบริษัทในปีงบการเงิน 2550 2551 และ 2552

วิเคราะห์กลยุทธ์ธุรกิจ

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ไนกี้ อิงค์ นั้นใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรับ  (Defensive Strategy) คือ CSR อย่างเห็นได้ชัดเจน โดยมีการเริ่มโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ Considered Design คือการนำหลักการเพื่อความยั่งยืนมาใช้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์นักกีฬา ด้วยการลดหรือกำจัดมลพิษและขยะ และเพิ่มการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น, กีฬาเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม (Sport for Social Change )และในปี 2552 ไนกี้ได้ริเริ่มการจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือระหว่างบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งมีชื่อว่า Business for Innovative Climate and Energy Policy (BICEP) เพื่อสนับสนุนการจัดทำกฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศและพลังงานในสหรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์เทคโนโลยีและสาธารณูปโภคใหม่ๆที่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

อีกหนึ่งหลักการที่ไนกี้ใช้คือ Good governance โดยมีการเริ่มโครงการได้แก่ Lean และ Human Resource Management (HRM)ไนกี้ได้ร่วมมือกับโรงงานต่างๆในการฝึกอบรมการใช้หลักการผลิต Lean และหลักการบริหารทรัพยากรบุคคล HRM โดยหลักการ Lean จะเป็นตัวผลักดันให้การตัดสินใจต่างๆมีความใกล้ชิดกับพนักงานในโรงงานมากขึ้นผ่านทางการสร้างทักษะ การทำงานเป็นหมู่คณะ การตระหนักถึงคุณภาพมากกว่าปริมาณ ขณะที่ HRM จะเพิ่มความสามารถด้านการบริหารจัดการของโรงงาน และทำให้โรงงานเล็งความสำคัญของกำลังคนที่มีอยู่มากขึ้น

 

 

Current Issue Week 4  (Sat 2-7-2011)

Wanitta Simchan ID.5220224063


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: