“คอตตอน ยูเอสเอ” สานต่อแผนการตลาดเชิงรุกในเมืองไทยรับปี 2554 มุ่งเสริมความแข็งแกร่งพร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพตราสัญลักษณ์ “COTTON USA”

9 07 2011

คอตตอน ยูเอสเอ เตรียมเดินหน้าการตลาดเชิงรุกต่อเนื่องในปี 2554 เพื่อขยายตลาดและตอกย้ำให้ผู้บริโภคจดจำและมั่นใจถึงคุณภาพของสินค้าที่ติดตราสัญลักษณ์ “COTTON USA” ด้วยสองกลยุทธ์การตลาดสำคัญ คือ สร้างการรับรู้ของตราสัญลักษณ์คุณภาพ (Brand Awareness) ในหมู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และเน้นมอบสิทธิประโยชน์ให้กับไลเซนซี (Licensees) หรือพันธมิตรผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องนุ่มห่มไทย หลังจากผลสำรวจ “COTTON USA Mark Tracking Survey” พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยจดจำตราสัญลักษณ์คุณภาพ “COTTON USA” เพิ่มมากขึ้นและให้น้ำหนักกับการมองหาตราสัญลักษณ์คุณภาพ “COTTON USA” ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

 

                นายไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ประเทศไทย กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับคุณสมบัติของเครื่องนุ่มห่มที่สวมใส่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ สวมใส่สบาย คุ้มค่าเงิน ตลอดจนใส่ใจมากขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผู้บริโภคเริ่มยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ทำให้การรับรู้ในแบรนด์และตราสัญลักษณ์คุณภาพ “คอตตอน ยูเอสเอ -COTTON USA” ของผู้บริโภคขยายตัวในวงกว้างมากขึ้นตามไปด้วย เห็นได้จากผลการสำรวจ “COTTON USA Mark Tracking Survey” ครั้งล่าสุด พบว่า กลุ่มผู้บริโภคชาวไทยโดยรวมมีการรับรู้ในตราสัญลักษณ์ “คอตตอน ยูเอสเอ” เพิ่มสูงขึ้นเป็น 39% จาก 26% ในปี 2550 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุ 25—34 ปีสามารถรับรู้ในสัญลักษณ์ “คอตตอน ยูเอสเอ” ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จาก 32% ในปี 2550 เพิ่มเป็น 54% ในปี 2552

 

นายไกรภพ กล่าวต่อว่า “คอตตอน ยูเอสเอ ให้ความสำคัญทำการตลาดในประเทศไทยเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับตราสัญลักษณ์ “คอตตอน ยูเอสเอ”อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยมุ่งตอกย้ำการรับรู้ตราสัญลักษณ์คุณภาพ “COTTON USA” คุณประโยชน์ต่างๆ ของฝ้ายธรรมชาติ 100% ตลอดจนคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ใช้ฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาเป็นวัตถุดิบหลัก ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคโดยรวมและกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายคือผู้หญิงอายุระหว่าง 25-34 ปีซึ่งมีรายได้ต่อครัวเรือนสูงตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป ควบคู่กันกับการจัดกิจกรรมเชิงรุกร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกัน”

 

ในปี 2554 คอตตอน ยูเอสเอ จะยังมุ่งเน้นรักษาสมดุลในการทำการตลาดทั้งสองทิศทางให้ต่อเนื่องควบคู่กันไป ด้วยงบการตลาดที่ตั้งไว้รวมกว่า 17 ล้านบาท โดยการสร้างการรับรู้ตราสัญลักษณ์คุณภาพ “COTTON USA” จะมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมการตลาดครอบคลุมทั้งอะโบว์ฟเดอะไลน์ ด้วยการผลิตภาพยนตร์โฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้ตราสัญลักษณ์คุณภาพ “COTTON USA” และบีโลว์เดอะไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคในวงกว้างในแง่ของการให้ความรู้เกี่ยวกับฝ้ายรวมถึงคุณสมบัติของผ้าฝ้าย ด้วยการเดินหน้าจัดโครงการ COTTON USA Design Challenge 2011 อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 เพื่อมอบโอกาสให้ยังก์ดีไซเนอร์ชาวไทยรุ่นใหม่มีเวทีในการประลองและท้าทายฝีมือการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อชิงรางวัลสัมผัสประสบการณ์ด้านแฟชั่นระดับมืออาชีพ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญที่ต้องออกแบบเครื่องนุ่มหุ่มในรูปแบบ “Ready-to-wear” และ “Ready-to-wear Couture” ภายใต้คอนเซปต์ “Hollywood Movie Inspired” และใช้ผ้าฝ้ายเป็นวัตถุดิบหลักในการตัดเย็บเท่านั้น ในขณะที่การจัดกิจกรรมกับกลุ่มไลเซนซีจะมุ่งเน้นไปที่การมอบสิทธิประโยชน์ให้กับกลุ่มไลเซนซีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดทริป Buyer’s Tour โดยนำผู้ซื้อจากต่างประเทศเข้ามาพบกับผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องนุ่มห่มไทย อีกทั้งการจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมสิ่งทอใหม่ๆจากคอตตอน อินคอร์ปอเรท (Cotton Incorporated) เพื่อผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยจะสามารถนำความรู้หรือนวัตกรรมใหม่ๆไปปรับปรุงคุณภาพสินค้าที่ผลิตจากผ้าฝ้าย 100% ให้มีคุณภาพทัดเทียมกับตลาดโลก อย่างเช่น 4×4 MAN by S’Fare คอลเลคชั่นที่มีการผสานเทคโนโลยี NATURAL STRETCH? Technology นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก Cotton Incorporated กับผ้าฝ้ายคุณภาพสูง 100% เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในทุกการเคลื่อนไหว ซึ่ง 4×4 Man by S’Fare ถือเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้

 

“คอตตอน ยูเอสเอตั้งเป้าเพิ่มจำนวนไลเซนซีในประเทศไทยอีกประมาณ 2-4 ราย แบ่งเป็นไลเซนซีจากแบรนด์เครื่องนุ่งห่ม 1-2 แบรนด์ และไลเซนซีจากโรงงานสิ่งทอต่างๆ อีก 1-2 แห่งภายในปี 2554 จากจำนวนไลเซนซีในปัจจุบันของคอตตอน ยูเอสเอ ประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 44 ราย แบ่งเป็นแบรนด์เครื่องนุ่งห่ม 22 แบรนด์ และโรงงานสิ่งทอ 22 แห่ง”

 

นายไกรภพ กล่าวว่า ผลจากการทำการตลาดเชิงรุกในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา คอตตอน ยูเอสเอพบว่าแนวโน้มการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากใยฝ้ายธรรมชาติในประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นมาก เห็นได้จากผลสำรวจที่พบว่า 40% ของผู้บริโภคระบุว่า ป้ายแขวนสัญลักษณ์ “คอตตอน ยูเอสเอ” มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปและกลุ่มผู้บริโภคผู้หญิงที่มีอายุ 25-34 ปี ถึง 41% และ 47% ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มผู้บริโภคผู้ชายมีแนวโน้มการซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีป้ายแขวนสัญลักษณ์ “คอตตอน ยูเอสเอ” ประมาณ 38%

โดยในปี 2552 ที่ผ่านมา ตลาดเมืองไทยมีสินค้าที่แขวนป้ายสัญลักษณ์คอตตอน ยูเอสเอรวมทั้งสิ้น 5.8 ล้านชิ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นสูงเป็น 6.38 ล้านชิ้นได้ในปี 2553 โดยปริมาณป้ายสัญลักษณ์คอตตอน ยูเอสเอที่ใช้แขวนบนสินค้าอย่างเป็นทางการของทั้งปี 2553 อยู่ระหว่างการตรวจสอบและจะพร้อมเปิดเผยได้ในช่วงต้นปี 2554 เป็นต้นไป และจากแผนการตลาดที่วางไว้ในปี 2554 ทำให้คอตตอน ยูเอสเอวางเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนป้ายสัญลักษณ์คอตตอน ยูเอสเอ ในเมืองไทยให้สูงขึ้นอีกเป็น 10% หรือ 7 ล้านชิ้นต่อปี

 

วิเคราะห์กลยุทธ์ธุรกิจ

                จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า COTTON USA นั้นเน้นกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก (Offensive Strategy)อย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งการใช้กลยุทธ์นี้นับว่าเหมาะสมกับ COTTON USA เนื่องจากเป็นบริษัทใหญ่ที่มีความพร้อมสูงในการบุกตลาดของคู่แข่ง ด้วยงบการตลาดที่ตั้งไว้รวมกว่า 17 ล้านบาท โดยการสร้างการรับรู้ตราสัญลักษณ์คุณภาพ “COTTON USA” จะมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมการตลาดครอบคลุมทั้งอะโบว์ฟเดอะไลน์ ด้วยการผลิตภาพยนตร์โฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้ตราสัญลักษณ์คุณภาพ “COTTON USA” และบีโลว์เดอะไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคในวงกว้างในแง่ของการให้ความรู้เกี่ยวกับฝ้ายรวมถึงคุณสมบัติของผ้าฝ้าย ด้วยการเดินหน้าจัดโครงการ COTTON USA Design Challenge 2011 อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 เพื่อมอบโอกาสให้ยังก์ดีไซเนอร์ชาวไทยรุ่นใหม่มีเวทีในการประลองและท้าทายฝีมือการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อชิงรางวัลสัมผัสประสบการณ์ด้านแฟชั่นระดับมืออาชีพ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

หลักการของกลยุทธ์เชิงรุกที่  COTTON USA ใช้เพื่อขยายตลาดและตอกย้ำให้ผู้บริโภคจดจำและมั่นใจถึงคุณภาพของสินค้าที่ติดตราสัญลักษณ์ “COTTON USA” ด้วยสองกลยุทธ์การตลาดสำคัญ ถือเป็นการบุกตลาดคู่แข่ง (Direct Attach) คือ

  1. สร้างการรับรู้ของตราสัญลักษณ์คุณภาพ (Brand Awareness) ในหมู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
  2. เน้นมอบสิทธิประโยชน์ให้กับไลเซนซี (Licensees) หรือพันธมิตรผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องนุ่มห่มไทย ในปี 2554 คอตตอน ยูเอสเอ จะยังมุ่งเน้นรักษาสมดุลในการทำการตลาดทั้งสองทิศทางให้ต่อเนื่องควบคู่กันไปCurrent Issue Week2  (Sat18-6-2011)

    Wanitta Simchan ID.5220224063

 

 


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: