เอ็มเอฟซี’เปิดเกมรุกกองทุนส่วนบุคคล

12 07 2011

ISSUE  6               :  26 มิถุนายน 2554             

ชื่อ                        :  นพพล  มงคลานันท์กุล    รหัสประจำตัว  5220224160

หัวข้อข่าว           เอ็มเอฟซี’เปิดเกมรุกกองทุนส่วนบุคคล

กลยุทธ์               :  Offensive Strategy   (Attack  Opportunity)

ประเด็นข่าว          : บลจ.เอ็มเอฟซีฯ บุกตลาดกองทุนส่วนบุคคล เจาะกลุ่มลูกค้านิติบุคคล  และขยายฐานลูกค้าบุคคลธรรมดาโดยใช้กลยุทธ์  “ซีเอฟโอส่วนตัว”   เพื่อรับพ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝาก  ที่มีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคม 2554 ซึ่งจะคุ้มครองผู้มีเงินฝากไม่เกิน 50 ล้านบาท  กลยุทธ์การขยายฐานไปยังลูกค้าประเภทบุคคลที่เป็นรายใหญ่ หรือมีเงินออมสูง ในปีนี้บริษัทจะเน้นกลยุทธ์เหมือนเป็นที่ปรึกษาทางการลงทุนหรือเวลธ์  แมเนจเมนต์  (Wealth management)   โดยบริษัทมีแผนเพิ่มทีมผู้จัดการกองทุนเพื่อรองรับการออกผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า

วิเคราะห์ข่าว         : บลจ.เอ็มเอฟซีฯ  บุกตลาดกองทุนส่วนบุคคล  โดยใช้กลยุทธ์เชิงรุก  คือ  โดยการเป็นที่ปรึกษาทางการลงทุนหรือ  “ซีเอฟโอส่วนตัว”      โดยตั้งเป้าการเติบโตของกองทุนส่วนบุคคล (ไพรเวตฟันด์)อีก 20 %  จากช่วง 4 เดือน(ม.ค.-เม.ย. 54 ) มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร  27,000 ล้านบาท  เนื่องจากในเดือนสิงหาคม 2554 นี้   พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝากจะคุ้มครองผู้มีเงินฝากไม่เกิน 50 ล้านบาท    บลจ.เอ็มเอฟซีฯ  จึงใช้จังหวะนี้ในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่มีเงินออมสูงและยังขาดประสบการณ์ในการลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ นอกเหนือจากเงินฝากธนาคาร    โดยในเบื้องต้นบริษัทจะจัดงานสัมมนาให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการให้ความรู้กับระดับคณะกรรมการผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจในเงินลงทุนของบริษัท

แหล่งที่มา               :  http://www.thanonline.com

วันที่                  :  วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2011 เวลา 18:54 น.

บลจ.เอ็มเอฟซีฯ บุกตลาดกองทุนส่วนบุคคล รับพ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝาก เจาะกลุ่มลูกค้านิติบุคคล สถาบันการศึกษา มูลนิธิ สหกรณ์ออมทรัพย์ เผยสัญญาณดีตั้งแต่ต้นปีมีลูกค้าทาบทามให้บริหารเงินแล้ว   ส่วนการขยายฐานไปยังลูกค้าบุคคลธรรมดาใช้กลยุทธ์  “ซีเอฟโอส่วนตัว”   นางประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)เอ็มเอฟซี  จำกัด (มหาชน) เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ปี 2554 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของกองทุนส่วนบุคคล (ไพรเวตฟันด์)อีก 20 % จากช่วง 4 เดือน(ม.ค.-เม.ย. 54 ) มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร  27,000 ล้านบาท  จากจำนวน 30 กองทุน โดยลูกค้ามีทั้งประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เนื่องจากบริษัทประเมินว่าจะได้รับอานิสงส์จากพ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ที่มีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคม 2554 ซึ่งจะคุ้มครองผู้มีเงินฝากไม่เกิน 50 ล้านบาท โดยปีนี้บริษัทเน้นเจาะเงินออมของนิติบุคคลในกลุ่มสถาบันการศึกษา สหกรณ์ออมทรัพย์  และมูลนิธิ ซึ่งเป็นอีกกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีเงินออมขนาดใหญ่ และยังเป็นกลุ่มที่มีเงินไหลเข้าต่อเนื่องทุกปี
        นางประภา กล่าวว่า ตอนนี้มีสัญญาณความสนใจของกลุ่มลูกค้านิติบุคคล ทั้งสถาบันการศึกษา และสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่ต้องการให้บริษัทเข้าไปบริหารเงินออมในรูปแบบกองทุนส่วนบุคคลแล้ว ซึ่งปีนี้บริษัทได้บริหารเงินให้ลูกค้าแล้วประมาณ 500 ล้านบาท ดังนั้นปีนี้จึงมีแผนขยายฐานไปยังลูกค้ากลุ่มดังกล่าว โดยการจัดงานสัมมนาให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการให้ความรู้กับระดับคณะกรรมการผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจถึงโอกาสการลงทุน และความเสี่ยงของสินทรัพย์การลงทุนแต่ละประเภท รวมทั้งการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนและเพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามที่ลูกค้าคาดหวัง
           สำหรับกลยุทธ์การขยายฐานไปยังลูกค้าประเภทบุคคลที่เป็นรายใหญ่ หรือมีเงินออมสูง ในปีนี้บริษัทจะเน้นกลยุทธ์เหมือนเป็นที่ปรึกษาทางการลงทุนหรือเวลธ์  แมเนจเมนต์  (Wealth management) หรือที่เรียกว่าเป็น “ซีเอฟโอส่วนตัว”
          จากการรุกธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลข้างต้น ทำให้บริษัทมีแผนเพิ่มทีมผู้จัดการกองทุนอีก 3 คน เพื่อออกผลิตภัณฑ์รองรับลูกค้า อย่างไรก็ตามปีที่ผ่านมาบริษัทได้บริหารการลงทุนให้กับลูกค้าจนได้ผลตอบแทนเกินเป้าหมายที่ตั้งเป้าหมายไว้ จึงมีเม็ดเงินลงทุนส่วนเพิ่มจากลูกค้าเดิมให้บริษัทบริหารด้วย
         รายงานข่าวจาก บลจ.เอ็มเอฟซีฯ เปิดเผยว่า บริษัทได้กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สปอท 7 ซีรีส์ 2 (SPOT 7S2) มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ตั้งเป้ามูลค่าหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10.85 บาทต่อหน่วยลงทุน โดยผลตอบแทนที่คืนผู้ถือหน่วยลงทุนต้องไม่ต่ำกว่า 10.7 บาทต่อหน่วยลงทุน  หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน 7 %  กับการลงทุนภายในเวลา 7 เดือน  (กองทุนทาร์เก็ตฟันด์) 
          ทั้งนี้จากข้อมูลฝ่ายตราสารทุนของเอ็มเอฟซีคาดการณ์ว่า ปีนี้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะอยู่ที่ระดับ 1,198 จุด  และคาดการณ์กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)เติบโตจากปีก่อน 18-20 %  ทั้งนี้คาดว่าตลาดระยะกลางมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น แต่อาจมีความผันผวนจากการเมือง และปัญหาหนี้ยุโรปที่จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนซึ่งคาดว่าน่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: