“รอยัล ออคิด” ชูภาพลักษณ์ใหม่

12 07 2011

อรพรรณ เศรษฐภักดี รหัส 5220224169 Flexible 18

Strategy: กลยุทธ์เชิงรุก เน้นการทำตลาด เพื่อสื่อสารให้ลูกค้ารับทราบถึงรูปลักษณ์ใหม่หรือโฉมใหม่ของโรงแรม

 

 

Issue 2: “รอยัล ออคิด” ชูภาพลักษณ์ใหม่

Industry: โรงแรม

Strategy: กลยุทธ์เชิงรุก เน้นการทำตลาด เพื่อสื่อสารให้ลูกค้ารับทราบถึงรูปลักษณ์ใหม่หรือโฉมใหม่ของโรงแรม

Competitor:

ประเด็นข่าว: “รอยัล ออคิด เชอราตัน” รุกโปรโมตภาพลักษณ์โรงแรมโฉมใหม่ ตอกย้ำจุดเด่นไมซ์ โฮเต็ล ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  หลังทุ่มงบกว่า 1.1 พันล้านบาท รีโนเวตครั้งใหญ่กว่า 2 ปี  ทั้งปรับปรุงห้องพักทั้ง 726 ห้อง เนรมิตชั้น 27 เป็นทาวเวอร์ เลาจน์ และผุดห้องอาหารใหม่ “ซัมบาล” คอนเซ็ปต์ “กริลล์  ไดนิ่ง แอนด์ บาร์ พร้อมตั้งเป้าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยปีนี้กว่า 60%
Advantage: โรงแรมได้รีโนเวตห้องพักใหม่และมีการเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย โดยการรีโนเวตครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาโรงแรมให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปตามเวลา ซึ่งรอยัล ออคิด เชอราตัน ถือเป็นโรงแรมในเครือสตาร์วู้ดแห่งแรกในประเทศไทยที่มีอายุกว่า 27 ปี และโรงแรมมีการเน้นการทำตลาด เพื่อสื่อสารให้ลูกค้ารับทราบถึงรูปลักษณ์ใหม่หรือโฉมใหม่ของโรงแรม ที่ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยจะเน้นนำทีมเซลส์ออกไปพบปะลูกค้า เพื่อโปรโมตโรงแรม และมีการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ และวางแผนทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มลูกค้าทราบว่าโรงแรมได้ปรับโฉมใหม่แล้ว
 Analysis:  การแข่งขันของโรงแรมในกรุงเทพฯดุเดือดขึ้น ซึ่ก็จะทำให้ผู้บริโภคที่มีทางเลือกมากขึ้น และทุกโรงแรมก็พยายามนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ทั้งนี้การแข่งขันที่มากขึ้น ก็ถือว่ามีผลกระทบกับรอยัล ออคิด เชอราตันบ้างในบางส่วนแต่โรงแรมก็ไม่กังวล เพราะจุดแข็งของโรงแรมคือการเป็นโรงแรมริมน้ำ ซึ่งก็ไม่มีโรงแรมริมน้ำที่เปิดใหม่ รวมถึงโรงแรมอื่นอาจรองรับกลุ่มประชุมสัมมนาขนาดใหญ่มากไม่ได้เท่าที่รอยัล ออคิด เชอราตันรับได้ เนื่องจากมีจำนวน 726 ห้อง และมีห้องประชุม 21 ห้อง

 

 

 

 

 

‘รอยัล ออคิด’ชูภาพลักษณ์ใหม่

“รอยัล ออคิด เชอราตัน” รุกโปรโมตภาพลักษณ์โรงแรมโฉมใหม่ ตอกย้ำจุดเด่นไมซ์ โฮเต็ล ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  หลังทุ่มงบกว่า 1.1 พันล้านบาท รีโนเวตครั้งใหญ่กว่า 2 ปี  ทั้งปรับปรุงห้องพักทั้ง 726 ห้อง เนรมิตชั้น 27 เป็นทาวเวอร์ เลาจน์ และผุดห้องอาหารใหม่ “ซัมบาล” คอนเซ็ปต์ “กริลล์  ไดนิ่ง แอนด์ บาร์ พร้อมตั้งเป้าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยปีนี้กว่า 60%
              นางสาวทีน่า ลิว ผู้จัดการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การดำเนินธุรกิจของโรงแรมในปีนี้ จะเน้นการทำตลาด เพื่อสื่อสารให้ลูกค้ารับทราบถึงรูปลักษณ์ใหม่หรือโฉมใหม่ของโรงแรม ที่ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย หลังจากได้ใช้เวลากว่า 2 ปีในการปรับปรุงหรือรีโนเวตโรงแรมครั้งใหญ่ ด้วยงบลงทุนกว่า 35 ดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 1.1 พันล้านบาท โดยจะเน้นนำทีมเซลส์ออกไปพบปะลูกค้า เพื่อโปรโมตโรงแรม และมีการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ และวางแผนทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มลูกค้าทราบว่าโรงแรมได้ปรับโฉมใหม่แล้ว
 โดยโรงแรมได้รีโนเวตห้องพักใหม่ทั้งหมดจำนวน 726 ห้อง ซึ่งทุกห้องมีการเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย เช่น ทีวีจอแบนขนาด 42 นิ้ว ระบบความบันเทิงและระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และเตียง “สวีต สลีปเปอร์” ที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมเชอราตันทั่วโลก รวมถึงการเพิ่มเติมพื้นที่เพื่อใช้ในการประชุมให้มากกว่า 133,000 ตารางฟุต
 รวมถึงการปรับเปลี่ยนทาวเวอร์ เลานจ์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งได้ย้ายไปอยู่บนชั้น 27 ด้วยดีไซน์ที่หรูหราพร้อมด้วยศูนย์บริการด้านธุรกิจที่ทันสมัย เช่น ระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย  ห้องประชุมขนาดเล็ก และบริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดวัน ขณะที่พื้นที่ชั้นลอยของโรงแรมก็ปรับปรุงการบริการ “ลิงค์ แอท เชอราตัน เอ็กซ์พีเรียนซ์ วิธ ไมโครซอฟท์” ให้เป็นพื้นที่ที่มีความทันสมัยมากขึ้นด้วยระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย ระบบการประชุมทางไกลทันสมัย และเป็นที่พบปะสังสรรค์อีกด้วย
 พร้อมกันนี้ ยังได้มีการทาสีโรงแรมใหม่ รวมถึงการปรับปรุงสระว่ายน้ำที่ได้ติดตั้งสระว่ายน้ำแบบน้ำเกลือที่ไม่ทำลายผิวหนัง การปรับปรุงเทอเรซริมแม่น้ำใหม่ทั้งหมด และสร้างห้องอาหารใหม่ “ซัมบาล” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กริลล์ ไดนิ่ง แอนด์ บาร์” โดยการรีโนเวตครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาโรงแรมให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปตามเวลา ซึ่งรอยัล ออคิด เชอราตัน ถือเป็นโรงแรมในเครือสตาร์วู้ดแห่งแรกในประเทศไทยที่มีอายุกว่า 27 ปี
 ทั้งนี้จุดเด่นของโรงแรมหลังการรีโนเวต จะอยู่ที่สิ่งอำนายความสะดวกต่างๆ ที่ได้ปรับปรุงไป เช่น ลิงค์ แอท เชอราตัน ที่เชื่อมโยงสังคมออนไลน์ มีพื้นที่นั่งคุยสังสรรค์ ,เตียงสวีต สลีปเปอร์ รวมถึงการเป็นโรงแรมที่มีความอบอุ่น สบายๆ ประกอบกับรอยัล ออคิด เชอราตันยังเป็นโรงแรมสำหรับการประชุมหรือสัมมนาหรือไมซ์ โฮเต็ล อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีห้องประชุมรองรับทั้งสิ้น 21 ห้อง รวมทั้งยังมีฐานลูกค้าไมซ์ที่แข็งแรงในการต่อยอดฐานลูกค้าเดิมที่จะทำให้ตลาดนี้เติบโต  ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของโรงแรมจะเป็นตลาดยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น โดยมากกว่า 50% จะเป็นกลุ่มไมซ์ บิสิเนส และกลุ่มที่จองผ่านเอเยนต์ ขณะที่สัดส่วนของลูกค้า จะแบ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวพักผ่อนหรือเลเชอร์ราว 35% และกลุ่มธุรกิจราว 65%
 อย่างไรก็ดีขณะนี้การแข่งขันของโรงแรมในกรุงเทพฯดุเดือดขึ้น แต่ก็ดีสำหรับผู้บริโภคที่มีทางเลือกมากขึ้น และทุกโรงแรมก็พยายามนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ทั้งนี้การแข่งขันที่มากขึ้น ก็ถือว่ามีผลกระทบกับรอยัล ออคิด เชอราตันบ้าง แต่โรงแรมก็ไม่กังวล เพราะเมื่อกลับมามองที่จุดแข็งของโรงแรมคือการเป็นโรงแรมริมน้ำ ซึ่งก็ไม่มีโรงแรมริมน้ำที่เปิดใหม่ รวมถึงโรงแรมอื่นอาจรองรับกลุ่มประชุมสัมมนาขนาดใหญ่มากไม่ได้ แต่รอยัล ออคิด เชอราตันรับได้ เนื่องจากมีจำนวน 726 ห้อง และมีห้องประชุม 21 ห้อง
 ส่วนปัญหาของโรงแรมไทย ที่ยังประสบกับราคาห้องพักเฉลี่ยตกต่ำ โดยราคาห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมขณะนี้อยู่ที่ราว 3,500-4,500 บาท อย่างไรก็ดี หากสามารถกระตุ้นดีมานด์ให้สูงขึ้น ประกอบกับหากตลาดไมซ์กลับมา ก็จะส่งผลให้ราคาห้องพักสูงขึ้นได้ ซึ่งที่ผ่านมาตลาดไมซ์หายไปราว 2 ปีแล้วอันเนื่องมาจากปัญหาต่างๆ ในไทย แต่ครึ่งปีแรกของปีนี้จำนวนลูกค้าเริ่มสดใสขึ้น แต่ต้องรอดูครึ่งปีหลังจากการเลือกตั้ง  ซึ่งโรงแรมตั้งเป้าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีในปีนี้ราว 50-60%

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=70275:2011-06-07-03-35-43&catid=136:a-tourisn-&Itemid=448


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: