Seagate ซื้อกิจการ HDD ของ Samsung เพื่อขยายฐานการผลิตให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

12 07 2011

นางสาวอรพรรณ  เศรษฐภักดี    รหัส 5220224169 Flexible18

Topic: Seagate ซื้อกิจการ HDD ของ Samsung  เพื่อขยายฐานการผลิตให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

Strategy: กลยุทธ์เชิงรุก โดยใช้กิจกรมทางกรตลาด และเทคโนโลยี

Industry: อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

Strategy: กลยุทธ์เชิงรุก ขยายส่วนแบ่งทางการตลาด และพัฒนาเทคโนโลยี

Competitors: Western Digital and Toshiba 

ประเด็นข่าว: Samsung มีแผนจะขายธุรกิจฮาร์ดดิสก์ออกไปให้กับ Seagate เพื่อที่จะนำเงินสดไปลงทุนในธุรกิจกลุ่มอื่น ซึ่งจะส่งผลให้ทาง Seagate มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงขึ้น

 Advantage: Seagate มีส่วนแบ่งตลาดสูงขึ้น (~40%) เมื่อเทียบกับ Western Digital ที่มีส่วนแบ่งการตลาดถึง ~50% และ Toshiba ~10%  ซึ่งการเข้าซื้อในครั้งนี้ จะทำให้ Seagate และ Samsung มีความร่วมมืออีกหลายอย่างร่วมกัน อาทิ  NAND flash ของ Samsung จะถูกนำใช้ใน SSD (solid state drives) ของ Seagate

 Aalysis:  Seagate มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงขึ้น มีอัตราการเติบโตและการพัฒนาทางด้าน storage มากขึ้น

 Seagate ซื้อส่วนธุรกิจฮาร์ดดิสก์ของ Samsung

Seagate ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการส่วนธุรกิจฮาร์ดดิสก์ของ Samsung ด้วยมูลค่า $1.37 พันล้าน โดยทาง Seagate จะจ่ายเป็นเงินสดจำนวนครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งเป็นหุ้น โดย Samsung มีสัดส่วน 9.6% ของ Seagateนี่ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาที่น่าสนใจ ซึ่งจะทำให้ทาง Seagate มีส่วนแบ่งตลาดสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน Samsung ผู้ผลิตหน่วยความจำแฟลชรายใหญ่ก็จะสิ้นสุดกับ Seagate ด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ตามภายใต้การดีลนี้ Seagate จะยังคงทำให้การเติบโตฮาร์ดดิสก์ Samsung ต่อไป โดยทาง Samsung จะตอบแทนด้วยวัถุดิบแฟลช ซึ่งนั่นเราอาจจะได้เห็น Seagate SSD ที่ใช้ชิพจาก Samsung ในอนาคตได้ แต่อย่างไรก็ตามในการดีลนี้ก็คาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงท้ายปีนี้ ส่วน Western Digital เองก็ยังคงเป็นผุ้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ซึ่งได้มีการซื้อกิจการส่วนของฮาร์ดดิสก์ Hitachi มาด้วยมูลค่า $4.3 อย่างไรก็ตาม Toshiba ยังคงเป็นอันดับ 3 ในตลาด ซึ่ง ซึ่งส่วนมากแล้วจะมีการจำหน่ายฮาร์ดดิสก์ในส่วนของธุรกิจเหมือน Hitachi และ Samsung

Seagate บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในวงการฮาร์ดดิสก์-เก็บข้อมูล(hard disk drive/storage) ที่มีฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทยเช่นเดียวกับ Western Digital ได้ออกประกาศถึงการเข้าซื้อหน่วยธุรกิจการผลิตฮาร์ดดิสก์จาก Samsung เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยเงินจำนวน $1.375 พันล้านเหรียญฯ
โดย Seagate จะแบ่งจ่ายเป็นเงินสด 50 % และ หุ้นอีก 50 % ให้กับ Samsung  ซึ่งในส่วนของหุ้น 50 % นั้นมีมูลค่าประมาณ $ 687.5 ล้านเหรียญฯ และจะส่งผลให้ Samsung มีหุ้นประมาณ 9.6 % ของหุ้นของ Seagate ทั้งหมด
การเข้าซื้อในครั้งนี้ คาดว่าจะดำเนินการทางบัญชีแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2011 นี้ นอกจากตัวเงินและหุ้นในข้างต้นแล้วยังมีความร่วมมือระหว่าง Seagate และ Samsung อีกหลายอย่างได้แก่
 – หน่วยผลิตฮาร์ดดิสก์ (HDD unit) ของ Samsung จะถูกยุบไปรวมกับ Seagate
 – Seagate จะเป็นซัพพลายเออร์ส่งฮาร์ดดิสก์ให้กับ เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี,โน๊ตบุ๊ค หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆของ Samsung
 – NAND flash (ชนิดเดียวกับ usb flash drive/memory card) ของ Samsung จะถูกใช้ใน SSD (solid state drives) ของ Seagate
 – Samsung ยังมีสิทธฺ์ที่จะส่งคนไปนั่งในบอร์ดบริหารของ Seagate ด้วย
 – จะมีการพัฒนาและขยายสิทธิบัตร (cross-license) ระหว่างสองบริษัท
 –  ความร่วมมือในการพัฒนา storage solutions ระดับ enterprise ระหว่างสองบริษัท

และนี่คือคำพูดของ Steve Luczo ,CEO ของ Seagate
“We are pleased to strengthen our strategic relationship with Samsung in a way that better aligns both companies around technologies and products,” “With these agreements, we expect to achieve greater scale and deliver a broader range of innovative storage products and solutions to our customers, while facilitating our long-term relationship with Samsung.”
 

หรือนี่จะเป็นการตอบโต้ของ Seagate หลังจากเดือนก่อนหน้านี้ Western Digital (WD) ซื้อ Hitachi GST ไปด้วยวงเงิน $4.3 พันล้านเหรียญฯ
ไม่ว่าอย่างไรชื่อของแบรนด์ Samsung ก็หายไปจากวงการฮาร์ดิสก์อีกหนึ่งแบรนด์แล้ว (ถัดจาก Hitachi)

ช่วงต้นปีนี้ ยักษ์ใหญ่ของวงการ์ฮาร์ดดิสก์ทั้ง Seagate และ Western Digital ต่างควบกิจการผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายเล็กเข้ามา ย้อนข่าวเก่า

การควบกิจการทั้งสองกรณีทำให้ Seagate และ Western Digital กลายเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่มากของตลาด (40% และ 50% ตามลำดับ) แต่เรื่องก็ไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะคณะกรรมการยุโรปกำลังเข้าสอบสวนการซื้อกิจการทั้งสองกรณี ว่าเข้าข่ายผูกขาดตลาดหรือไม่

Joaquin Almunia หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบการผูกขาดของคณะกรรมการยุโรป กล่าวในแถลงการณ์ว่าธุรกิจฮาร์ดดิสก์กำลังอยู่ในมือผู้เล่นเพียงไม่กี่ราย และการควบกิจการทั้งสองทำให้การแข่งขันภายในอุตสาหกรรมลดลง

ตัวแทนของ Western Digital ระบุว่าจะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการยุโรปเต็มที่ ส่วนบริษัทอื่นๆ (รวมบริษัทที่ถูกซื้อ) ยังไม่มีแถลงการณ์ในเรื่องนี้

The Wall Street Journal รายงานว่าซัมซุงมีแผนจะขายธุรกิจฮาร์ดดิสก์ออกไปเพื่อนำเงินสดไปลงทุนในธุรกิจกลุ่มอื่น โดยซัมซุงเล็งขายธุรกิจส่วนนี้ออกไปในมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ดีลอาจจบลงที่มูลค่าไม่เกิน 1 พันล้านดอลลาร์ โดยซีเกทน่าจะเป็นผู้ซื้อกิจการส่วนนี้ไปจากซัมซุง

ถ้าหากดีลนี้เป็นตามข่าว จะทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ในตลาดเหลือเพียงแค่ 3 รายคือ โตชิบา ซีเกท และ Western Digital (ที่เพิ่งซื้อฮิตาชิไป) โดยจะมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 10%, 40% และ 50% ตามลำดับ ปัจจุบันซัมซุงมีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจฮาร์ดดิสก์ประมาณ 11% และยังเป็นส่วนธุรกิจที่ขาดทุนของซัมซุง ที่มา: The Register via The Wall Street Journal

ปรับปรุงข้อมูล ซีเกทและซัมซุงประกาศความร่วมมือกันอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะรวมสายการผลิตฮาร์ดดิสก์ของซัมซุงให้เป็นของซีเกท นอกจากนี้ซีเกทยังได้ข้อตกลงในการส่งมอบหน่วยความจำแฟลช NAND เพื่อใช้ในการผลิต SSD และฮาร์ดดิสก์แบบ Hybird ทั้งนี้มูลค่าของการควบรวมนี้อยู่ที่ 1.375 พันล้านดอลลาร์ โดยซีเกทจะจ่ายเป็นเงินสด 50% และหุ้นอีก 50%


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: