แอลจีกระหน่ำสร้างแบรนด์ผ่านโซเชียลฯ

15 07 2011

สรุปเนื้อหาข่าว

              แอลจี วางเป้าหมายที่จะสร้างส่วนแบ่งตลาดในสินค้ากลุ่มต่างๆเพื่อก้าวขึ้นสู่อันดับ1 ในตลาด โดยชูกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี และการสื่อสารการตลาดมาช่วยในการสร้างแบรนด์

วิเคราะห์ข่าว

              กลยุทธ์ที่แอลจีได้นำมาใช้ในการสร้างส่วนแบ่งตลาดให้ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในทุกๆกลุ่มสินค้าในตลาด โดยสอดคล้องกับแนวทางหลักๆ 3 แนวทางของแอลจี ดังนี้

  1. สินค้าและอินโนเวชัน ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุก (innovation) ที่แอลจีพยายามที่คิดค้นและพัฒนาสินค้าให้มีความแปลกใหม่และเหนือกว่าคู่แข่ง
  2. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยการออกหน้าร้านเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัส และได้ทดลองใช้สินค้า โดยการให้บริการของพนักงานขายในการให้คำแนะนำและอธิบายถึงรายละเอียดของสินค้า ซึ่งก็คือ กลยุทธ์ที่เรียกว่า (CRM) เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ทำให้เกิดการรับรู้ในแบรนด์ ทั้ง Brand Awareness และ Brand Preference ขยายกว้างมากขึ้น
  3. การสร้างแบรนด์ (Branding) ผ่านแคมเปญการตลาดในหลายๆช่องทาง การจัดกิจกรรมให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง และ การรุกเข้าสู่ตลาดผ่านโลกออนไลน์ ทำให้แบรนด์มีความแข็งแรง สามารถทำให้ยอดขายขยับสูงขึ้นได้ตามเป้าหมาย

ดังนั้นจึงมองว่าการใช้กลยุทธ์ทั้งในเชิงรับและเชิงรุกของแอลจี จะทำให้ยอกขายสินค้าของแอลจีปรับตัวสูงขึ้น และสามารถสร้างส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง

ที่มา: จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2011

กลยุทธ์ Defensive & Offensive Strategy – Branding, Innovation, CRM

เนื้อหาข่าว

                ในโลกแห่งการแข่งขัน การสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ แบรนด์ที่แม้จะเคยเป็นผู้นำตลาดมาก่อน หากเผลอหยุดนิ่งก็มีสิทธิ์ที่จะถูกแซงหน้าได้ง่ายๆ โดยจะเห็นจากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ปัจจุบันแบรนด์เกาหลีใต้ ได้ตีแบรนด์ญี่ปุ่นเจ้าตลาดเดิมเป็นที่เรียบร้อย โดย 2 แบรนด์เกาหลี สามารถครองส่วนแบ่งตลาด เครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้ง ทีวี เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ โทรศัพท์มือถือ แบบเบ็ดเสร็จเลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้ต้องยกให้กับการเอาจริงเอาจังและต่อเนื่อง กับการสร้างแบรนด์ของเกาหลี เพราะถ้าพูดถึงเทคโนโลยีแล้ว ในยุคนี้แทบไม่มีความแตกต่าง

++ ช้าแต่แรงต่อเนื่อง

                ถ้าพูดถึงแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเกาหลีใต้ 2 แบรนด์ แอลจีถือเป็นแบรนด์ที่เริ่มต้นการสร้างแบรนด์ช้ากว่าแบรนด์ซัมซุง ที่ทุ่มหนักมาตั้งแต่กว่า 10 ปีที่แล้ว ส่วนแอลจีเริ่มสร้างแบรนด์แบบเอาจริงเอาจังเมื่อเกือบ 10 ปี โดยงบการสร้างแบรนด์ของแอลจีเพิ่มขึ้นทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี 2550 เริ่มต้นด้วย 200 ล้านบาท จนปี 2552 งบ 300 ล้านบาท จากงบการตลาดรวม 800 ล้านบาท สำหรับงบการตลาดรวมปี 2553 อยู่ที่ 1,400 ล้านบาท ปี 2554 อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาการสร้างแบรนด์ และการนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยี ทำให้การรับรู้ในแบรนด์ ทั้ง Brand Awareness และ Brand Preference ขยับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการทำวิจัยของแอลจี พบว่า ตั้งแต่ปี 2551-2554 ความชื่นชอบในแบรนด์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นลำดับ ตั้งแต่ 52% เป็น 53% และ 56% ในปี 2554 โดยแอลจีได้ชูกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี และการสื่อสารการตลาด

                “เราต้องการสร้างความรู้สึกที่ดีกับแบรนด์ ที่ผ่านมา เราเซอร์เวย์ตลอด พบว่าแบรนด์แอลจี มีความเข้มแข็งมากขึ้นเป็นลำดับ” นายธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวและว่า โจทย์ของแอลจี ไม่ใช่แค่การสร้างการรับรู้ในแบรนด์ แต่แอลจีต้องการสร้างให้ผู้บริโภคเกิดความชื่นชอบในแบรนด์ ด้วยการเริ่มต้นจากความน่าเชื่อถือ การให้บริการที่ดี การนำเทคโนโลยีดีๆ เข้ามาให้บริการ และล่าสุด คือการทำให้ผู้บริโภค สามารถอินเตอร์แอกทีฟกับแอลจี และโลกปัจจุบันได้ และเมื่อผู้บริโภคเกิดความชื่นชอบจากตรงนี้ จะทำให้เขาพูดไปแบบปากต่อปาก

++ รุกเข้าสู่สื่อออนไลน์

                ผู้บริหารแอลจี กล่าวว่า ในยุคปัจจุบัน การสื่อสารไม่สามารถทำอยู่แค่ในสื่อเดิมๆ หรือแบบเดิมๆ ได้ แอลจีต้องเน้นความเป็นไดนามิก ทำให้คนคิดถึงแบรนด์แอลจี แล้วสามารถเชื่อมต่อเข้าไปกับโลกอินเตอร์แอกทีฟได้ แอลจี เริ่มสร้างแบรนด์จริงจังมาตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งการสร้างแบรนด์ต้องใช้ระยะเวลา โดยแอลจีได้ทำต่อเนื่องมาตลอด ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย และปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม และในปี 2553 แอลจีเริ่มแอกทีฟมากยิ่งขึ้น โดยมองว่า การสร้างแบรนด์ให้มีความแข็งแรง จะสามารถทำให้ยอดขายขยับตามไปด้วย ซึ่งตรงกับเป้าหมายของแอลจี ที่ต้องการสร้างส่วนแบ่งตลาดในสินค้ากลุ่มต่างๆ ให้มากขึ้น และก้าวขึ้นสู่เบอร์ 1 ในตลาด ภาพรวมของการทำตลาดของแอลจี จะเน้นหลัก ๆ 3 แนวทาง คือ 1.สินค้าและอินโนเวชัน บางสินค้าแอลจีเริ่มมีส่วนแบ่งตลาดที่สูงกว่าคู่แข่ง เช่น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น โทรศัพท์มือถือ ส่วนที่ 2 คือ เรื่องของหน้าร้าน แอลจีจะสร้างความสัมพันธ์ทั้งกับคนขาย และผู้ซื้อ มีการปรับดิสเพลย์ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัส และได้ทดลองใช้สินค้าของแอลจี โดยให้พนักงานขายได้อธิบายถึงรายละเอียดของสินค้า 3.การสร้างแบรนด์ เป็นการผนวกทั้ง 2 หลักการข้างต้น มารวมกับการทำซีอาร์เอ็ม ผ่านแคมเปญการตลาด ซึ่งปัจจุบันไม่ทำอยู่เพียงแค่ช่องทางออฟไลน์ แต่รวมไปถึงออนไลน์ที่มีกิจกรรมต่อเนื่องด้วยเช่นกัน เช่น LG 10 Days in Korea เป็นกิจกรรมออนไลน์ที่จัดขึ้นโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ โทรศัพท์มือถือ เปิดรับสมัครตำแหน่ง “VIRTUAL EYE: มือปืนรับเที่ยว” เพื่อรับหน้าที่ถ่ายทอดสดการเดินทางท่องเที่ยวในเกาหลีเป็นเวลา 10 วัน กิจกรรม LG Digital Tweet Board โดยแอลจีได้จัดกิจกรรม “แอลจี แสนทวีต แสนรัก” ในรูปแบบอินเตอร์แอกทีฟดิจิตอล ผ่านจอแอลจี แอลอีดี ขนาดยักษ์ ล่าสุด ยังมีกิจกรรม “ความลับของจริยา” ภาพยนตร์ซีรีส์ออนไลน์ในรูปแบบอินเตอร์แอกทีฟ 3 มิติ เรื่องแรกของไทย ที่พาผู้ชมร่วมค้นหาความลับและไขปริศนาด้วยตัวเองผ่านฟีเจอร์ต่างๆ ของ LG INFINIA SMART TV

++ เพิ่มงบออนไลน์25%

                จากโลกของคนยุคใหม่ ที่ใช้เวลากับโลกออนไลน์เยอะขึ้น แอลจีจึงเพิ่มงบการตลาดสำหรับการสื่อสารออนไลน์อีก 25% จากปีที่แล้ว ใช้งบประมาณกว่า 50 ล้านบาท ปีนี้ขยับขึ้นเป็น 70 ล้านบาท การที่แอลจีให้ความสำคัญกับกิจกรรมออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีผู้สนใจเข้ามาสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ และติดตามกิจกรรมของแอลจีผ่านสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยปัจจุบันการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์แอลจีเพิ่มขึ้นกว่า 200% และยังมีผู้สนใจเข้าร่วมแคมเปญประมาณ 2-3 แสนรายต่อเดือน หรือบางแคมเปญจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมถึง 1 ล้านคน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของกิจกรรมและกลุ่มเป้าหมาย สำหรับครึ่งปีหลังออนไลน์ ยังมีแคมเปญการตลาดต่อเนื่อง เช่น แคมเปญสำหรับเครื่องซักผ้า ซีนีม่า ทีวี 3 มิติ โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเน้นตลาดสมาร์ทโฟน “ออฟไลน์ จะสร้าง Awareness ให้คนสนใจ ส่วนออนไลน์ จะทำให้คนพิจารณา และตัดสินใจซื้อในขั้นตอนสุดท้าย” นายธันยเชษฐ์กล่าว

++ แบรนด์ดันยอดขายเข้าเป้า

                นายธันยเชษฐ์ กล่าวอีกว่า แอลจีในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายตามเป้า กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเติบโต 20% ได้แก่ เครื่องซักผ้า ที่ทำยอดขายเกินเป้า ทีวี แอลซีดี แอลอีดี เติบโตตามเป้า 20-30% ขณะที่แอร์ยอดขายไม่ดี ลดลงประมาณ 10% จากตลาดรวมลดลง 20% อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของแอลจี คือ การขยับขึ้นเป็นเบอร์ 1 โดยส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 18% ส่วนครึ่งปีหลัง ตั้งเป้า ขยับส่วนแบ่งตลาดกลุ่มแอลซีดีทีวี เพิ่มจาก 21% เป็น 25% โดยจะเน้นจุดแข็งของโปรดักต์ ในกลุ่มสมาร์ททีวีเยอะขึ้น มีการนำเสนอคอนเทนต์ไทย ซึ่งจะเพิ่มจำนวนเป็น 20 คอนเทนต์ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างให้เกิดความผูกพันกับคนไทย ผนวกกับการใช้งานของเครื่องที่สะดวกสบาย สำหรับภาพรวมรายได้ของแอลจีในปีที่ผ่านมาปิดที่ 1,800 ล้านบาท ไม่รวมยอดการส่งออก เติบโต 20% ส่วนปีนี้ตั้งเป้าเติบโตใกล้เคียงกันที่ 15-20% หรือราว 20,000 ล้านบาท

วรรณธนี นวลมาก   5220224112


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: