“ไมนัสรุกลูกค้าแมสเจาะโมเดิร์นเทรด”

15 07 2011

ชื่อ – นามสกุล:      นางสาว มณฑา  มากมี                           รหัส :      5220224154

Issue 1   :               ไมนัสรุกลูกค้าแมสเจาะโมเดิร์นเทรด”

Date :                      Week 6 July16’2011

Industry :                ธุรกิจประเภทเครื่องสำอางค์ประเภทผลิตภัณฑ์กันแดด

Strategy :          กลยุทธ์เชิงรุก (Offensive)  แบบ “Direct Attack” ในการส่งเสริมการขายระดับแมส โดยมีการเน้นการดูและของลูกค้าจากเดิมที่เป็นprofessional เป็นตัวเสริม ของกลยุทธ์เชิงรับ(Defensive) แบบ “Customer Relation Management”

Competitor :          Wuttisak , Nitipol , Vinus, พรเกษม etc

ประเด็นข่าว :         ไมนัส เร่งขยายตลาดระดับแมส เข็นสินค้าผ่านโมเดิร์นเทรดมากขึ้น พร้อมงัดกลยุทธ์ CRM ขยายฐานลูกค้า เตรียมส่งสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มไลน์สินค้า ขณะที่แผนการส่งออกเล็งตั้งตัวแทนจำหน่ายรุกมาเลเซีย สิงคโปร์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันแดดภายใต้แบรนด์ไมนัส-ซัน เล็งเห็นจากการประสบความสำเร็จอย่างมาก ที่มีกลุ่มผู้บริโภคร่วมส่งชิ้นส่วนเข้ามากว่า 15,000 ชิ้น และส่งผลให้ยอดขายในไตรมาสที่สองที่ผ่านมามีการเติบโตกว่า 25% หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 39 ล้านบาท ดังนั้นแผนการรุกตลาดของไมนัส-ซันที่จะสู่ตลาดแมส จากเดิมที่วางตำแหน่งสินค้าไว้ในตลาดโพรเฟสชันนัล ที่เน้นการแนะนำสินค้าผ่านแพทย์และร้านขายยาเป็นหลักอย่างโอกาสได้อีกมาก  

 Advantage:            ด้วยไมนัสเอง จากเดิมที่อยู่ในกลุ่มตลาดโพรเพสชันนัลของผลิตภัณฑ์กันแดดจนได้เป็นผู้ถือส่วนแบ่งทางการตลาดของตลาดโพรเฟสมากสุด ได้ส่งผ่านสินค้าจากการแนะนำสินค้าผ่านแพทย์และร้านขายยาเป็นหลักจนได้เป็นผู้นำตลาดส่วนนี้ ทำให้ไมนัสมีความชำนาญด้านผลิตภัณฑ์กันแดด สามารถดูแลสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับลูกค้าได้ชัดเจน ในการขยายตลาดในระดับแมสเองน่าจะทำได้ไม่อยากเพราะมีความชำนาญด้านผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นตัวเสริมในด้านคุณภาพของสินค้าในระดับแมสด้วยจึงน่าจะสามารถควบรวมทั่งสองตลาดได้ไม่อยาก

Analysis:                การที่ไมนัสต้องการเปิดตัวในตลาดแมสโดยการเห็นช่องทางการตลาดแมสมีมากกว่าในตลาดโพรเพสชันนัลมากกว่าครึ่งนั้นเป็นกลยุทธ์เชิงรุก (Offensive) แบบ “Direct Attack” ของตลาดด้านผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างจริงจังโดยพยายามจะควบรวมทั่งสองตลาด และไมนัสเองก็มีความชำนาญด้านผลิตภัณฑ์กันแดด สามารถดูแลสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับลูกค้าได้ชัดเจน เป็นการเน้นกลยุทธ์เชิงรับ (Defensive) แบบ “Customer Relation Management” โดยเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้คำปรึกษากับลูกค้าในทุกตลาดไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มโมเดิร์นเทรดมากขึ้น ผ่านเทสโก้ โลตัส ท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต บิ๊กซี วัตสัน

Rating  :                 P1 = Positive  P2 = Powerful

 ไมนัสรุกลูกค้าแมสเจาะโมเดิร์นเทรด

ไมนัส ปรับภาพลักษณ์เร่งขยายตลาดระดับแมส เข็นสินค้าผ่านโมเดิร์นเทรดมากขึ้น พร้อมงัดกลยุทธ์ CRM ขยายฐานลูกค้า เตรียมส่งสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มไลน์สินค้า ขณะที่แผนการส่งออกเล็งตั้งตัวแทนจำหน่ายรุกมาเลเซีย สิงคโปร์   นายพรชาย พิริยบรรเจิด กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กันแดดภายใต้แบรนด์ไมนัส-ซัน เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทได้จัดแคมเปญแจกโชครับร้อน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก เห็นได้จากการที่มีกลุ่มผู้บริโภคร่วมส่งชิ้นส่วนเข้ามากว่า 15,000 ชิ้น และส่งผลให้ยอดขายในไตรมาสที่สองที่ผ่านมามีการเติบโตกว่า 25% หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 39 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้นแผนการรุกตลาดของไมนัส-ซันนับจากนี้ไป บริษัทมีแผนการรุกสินค้าเข้าสู่ตลาดแมส จากเดิมที่วางตำแหน่งสินค้าไว้ในตลาดโพรเฟสชันนัล ที่เน้นการแนะนำสินค้าผ่านแพทย์และร้านขายยาเป็นหลัก  สำหรับมูลค่าตลาดครีมกันแดดสำหรับผิวหน้าในปัจจุบันมีประมาณ 800 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดโพรเฟสชันนัล 350 ล้านบาท และตลาดทั่วไปหรือตลาดระดับแมส 450 ล้านบาท โดยมีแบรนด์ลอรีอัลเป็นผู้นำตลาด โดยในส่วนของตลาดโพรเฟสชันนัล ไมนัส-ซัน เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งประมาณ 70% โดยแผนการขยายแบรนด์เข้าสู่ตลาดแมสนั้น บริษัทจะเน้นการเพิ่มช่องทางจำหน่ายในกลุ่มโมเดิร์นเทรดมากขึ้น ผ่านเทสโก้ โลตัส ท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต บิ๊กซี วัตสัน ด้วยการเพิ่มเอสเคยูใหม่ของสินค้าเข้าไปในตลาด รวมทั้งได้มีการปรับโฉมสินค้าใหม่เพื่อความทันสมัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เพื่อเป็นการขยายตลาดในระดับแมส บริษัทได้ทำการรีลอนช์ผลิตภัณฑ์เจลล้างหน้าภายใต้แบรนด์ไมนัสออกสู่ตลาดด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค “ในการรุกตลาดเพื่อเจาะเข้าตลาดระดับแมสนั้น บริษัทได้วางเป้าหมายไว้ว่าอีก 1 ปีนับจากนี้จะสามารถมีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มนี้ได้ประมาณ 5% โดยการรุกตลาดนี้ จะไม่ใช้สื่อโฆษณาเป็นหลัก แต่จะใช้กลยุทธ์ซีอาร์เอ็ม ผ่านทางเฟซบุ๊ก รวมทั้งมีการแจกสินค้าตัวอย่างเพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ 50,000-100,000 ชิ้น นอกจากนี้การที่บริษัทหันมาขยายช่องทางผ่านโมเดิร์นเทรดมากขึ้นนั้น เนื่องจากตลาดช่องทางร้านขายยามีการเติบโตที่ลดลง ข้อมูล ล่าสุดในปีที่ผ่านมาพบว่า สินค้าที่จำหน่ายผ่านช่องทางร้านขายยามีการเติบโตติดลบประมาณ 2% ยกเว้นร้านขายยาที่เป็นเชนและร้านขายยาในโรงพยาบาลที่มีการเติบโตอยู่ ซึ่งเหตุผลหลักมาจากผู้บริโภคที่มีบัตรทอง หันไปใช้บริการตามสถานพยาบาลมากขึ้น ทำให้ยาสามัญประจำบ้านพื้นฐานที่เคยจำหน่ายได้ มีปริมาณลดลง และเกิดจากการเข้มงวดของข้อกฎหมายที่ระบุให้ร้านขายยาต้องมีเภสัชกรประจำร้าน ทำให้ร้านขายยาบางแห่งมีระยะเวลาการเปิดให้บริการที่ลดลง”    นายพรชาย กล่าวต่อไปว่า แนวโน้มการเติบโตของตลาดครีมกันแดด ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุผลมาจากการขยายตัวของคลินิกความงามที่ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ลูกค้าใช้ครีมกันแดดเป็นสินค้าพื้นฐาน ทำให้เมื่อลูกค้ากลุ่มนี้เลิกใช้บริการในคลินิกความงามแล้ว จะหาซื้อครีมกันแดดเพื่อใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการขยายตลาดแมส บริษัทมีเป้าหมายต้องการให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้สินค้าครีมกันแดดทุกวันที่ปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 30% เพิ่มเป็น 40-45% ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ส่วนอีก 70% เป็นกลุ่มลูกค้าที่ใช้ครีมกันแดดเฉพาะโอกาสเท่านั้น อาทิ ออกกำลังกาย ท่องเที่ยว นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการขยายตลาดไปยังต่างประเทศในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะปีนี้จะขยายตลาดไปในประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยเน้นผ่านตลาดในระดับโพรเฟสชันนัลผ่านตัวแทนจำหน่ายเพื่อทดลองตลาด ขณะที่ในประเทศเวียดนามนั้น อยู่ในการศึกษารายละเอียดว่ามีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน ขณะที่รายได้รวมในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตประมาณ 18%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,651  10-13  กรกฎาคม พ.ศ. 2554


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: