‘ยุนิลีเวอร์’ชู3ยุทธศาสตร์หลัก ดันยอดขาย

21 07 2011

Analysis

            จากข่าว ยูนิลิเวอร์ได้พยายามวางนโยบายต่างๆเพื่อเป็นการผลักดันให้ยอดขายเติบโต ประกอบด้วย 1. การปรับปรุงคุณภาพชีวิตคน ด้วยการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มีบทบาทในการปรับปรุงคุณภาพชีวิต ทั้งในเรื่องความสะอาด การรณรงค์การล้างมือ 2. การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ที่แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว แต่ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต้องน้อยลงหรือเท่าเดิม และ 3. การใช้วัตถุดิบในกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น บรีสเอกเซลสูตรน้ำ หรือน้ำยาปรับผ้านุ่มคอมฟอร์ท ที่ใช้ปริมาณการใช้น้อยลงและลดปริมาณหีบห่อ และชาลิปตันที่ใช้วัตถุดิบที่เป็นสีเขียวลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในการผลิตสินค้า เหล่านี้ถือเป็นการใช้กลยุทธ์ในเชิงรับมากกว่า โดยเน้นไปที่การให้ความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ ยิ่งถ้าเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของตนเองว่าเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา และใส่ใจในสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นอยู่นั้น จะทำให้ผู้บริโภคให้การยอมรับได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขายของยูนิลิเวอร์ได้อีกด้วย  

นอกจากนั้น ยูนิลิเวอร์ยังได้ร่วมกับเทสโก้ โลตัสจัดโครงการ “ลดโลกร้อน ร่วมใจบริโภคสีเขียว อีกด้วย ถือเป็นการขยายฐานการรับรู้ถึงแบรนด์ให้กับผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่งด้วย ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่เพียงการโฆษณาสินค้าว่าใส่ใจถึงสิ่งแวดล้อมเท่านั้น

Appendix

ยูนิลีเวอร์ สานต่อนโยบายบริษัทแม่ 3 ยุทธศาสตร์หลัก ผลักดันยอดขายเติบโตขึ้นเท่าตัวในอีก 10 ปีข้างหน้า ทั้งการปรับปรุงคุณภาพชีวิต การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ล่าสุดผนึกเทสโก้ โลตัส จัดโครงการลดโลกร้อน ร่วมใจบริโภคสีเขียว ให้ความรู้ผู้บริโภค

 นายปิเตอร์ ฟิลมอน แอนโทนี เดกเกอร์ รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาลูกค้ากลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า เป้าหมายของยูนิลีเวอร์ทั่วโลกต้องการที่จะผลักดันให้ยอดขายเติบโตขึ้นเท่าตัวในปี ค.ศ. 2020 หรือในปี 2563 อีก 10 ปีข้างหน้า โดยวางนโยบายหลัก 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. การปรับปรุงคุณภาพชีวิตคนของทั่วทุกมุมโลกที่มีมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านคน ด้วยการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มีบทบาทในการปรับปรุงคุณภาพชีวิต ทั้งในเรื่องความสะอาด การรณรงค์การล้างมือ 2. การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ที่แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว แต่ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต้องน้อยลงหรือเท่าเดิม และ 3. การใช้วัตถุดิบในกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวยูนิลีเวอร์ประเทศไทยต้องการสร้างรายได้เติบโตกว่าเท่าตัวให้เร็วกว่าเป้าหมายที่วางไว้ทั่วโลก และไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ ที่ยูนิลีเวอร์เข้าไปรุกตลาดในภูมิภาคเอเชียด้วย  ทั้งนี้ในส่วนของนโยบายการลดผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อมนั้น บริษัทได้เริ่มต้นด้วยการใช้นวัตกรรมที่ออกแบบมาช่วยในการผลิตสินค้า รวมถึงการใช้วัตถุดิบที่ลดผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ใน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ผงซักฟอกบรีส โอโม บรีสเอกเซลสูตรน้ำ ที่ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มคอมฟอร์ท ที่ใช้ปริมาณการใช้น้อยลงและลดปริมาณหีบห่อ และชาลิปตันที่ใช้วัตถุดิบที่เป็นสีเขียวลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในการผลิตสินค้า ซึ่งในตลาดต่างประเทศมีสินค้าหลายแบรนด์ที่เข้าสู่กระบวนการผลิตที่ลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และในอนาคตจะนำเข้ามารุกตลาดในประเทศไทยมากขึ้น

 “ยูนิลีเวอร์ มีแผนที่จะให้ข้อมูลและความรู้กับผู้บริโภคให้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งได้ทุ่มความสำคัญในสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน นับตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคใช้ในปริมาณที่น้อยลง ใช้หีบห่อน้อยลง เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมทั้งได้มีการเพิ่มการลงทุนสำหรับกระบวนการผลิตในสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้นด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ บรีสเอกเซลสูตรน้ำที่ช่วยลดบรรจุภัณฑ์ลงด้วยการใช้แบบเติมหรือรีฟิล การเป็นผู้นำนวัตกรรมน้ำยาปรับผ้านุ่มคอมฟอร์ทน้ำเดียว เพื่อเป็นอีกทางเลือกของผู้บริโภค ที่ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำของทุกครัวเรือน”  นอกจากนี้ ล่าสุดทางบริษัทได้ร่วมกับเทสโก้ โลตัสจัดโครงการ”ลดโลกร้อน ร่วมใจบริโภคสีเขียว” เพื่อเชิญชวนคนไทยที่มีส่วนร่วมในการลดโลกร้อนกับผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาช่วยประหยัดการใช้สินค้า ลดการทำลายสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ให้น้อยลง ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นที่เทสโก้ โลตัส สาขารามอินทรา ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน- 11 กรกฎาคม 2554 เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยมือของเราและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้อยลง ลดการใช้หีบห่อลง เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนลงทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การผลิตจนถึงการใช้ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมของโลกให้ดียิ่งขึ้น                                                          

Source : จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ 3-6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ข่าวเกี่ยวกับ : Defensive Strategy : CRM & CSR

นส. นาทฤดี  จงสมัคร   5220224127


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: