แม็คยีนส์จัดทัพผู้บริหารส่ง’ธนา’เปิดเกมรุก

23 07 2011

หัวข้อข่าว          :  แม็คยีนส์จัดทัพผู้บริหารส่ง’ธนา’เปิดเกมรุก

 ประเด็นข่าว         :  “ธนา เธียรอัจฉริยะ” ประกาศภารกิจ 123 วัน ปั้นแบรนด์ “แม็คยีนส์” ชูภาพยีนส์สนุก มีสีสัน เดินหน้าปรับโลโก พร้อมเพิ่มลูกค้าเล่นช็อป ประตูด่านแรกการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า ล่าสุด เล็งผนึกพันธมิตรเติมลูกเล่นคอลเลกชัน เพิ่มช่องทางขายใหม่ๆ ดึงจุดแข็งด้านคุณภาพ และการผลิต ต่อยอดแบรนด์ มั่นใจครึ่งปีหลังตลาดไปได้สวย โดยเฉพาะต่างจังหวัด

Analysis             :  เนื่องจากแบรนด์ Mc. Jeans นั้นอยู่ในตลาดมานาน แต่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในตัว Brand Character อาจทำให้ผู้บริโภครู้สึกหลงลืมไปได้เนื่องจากมีสินค้าแบบเดียวกันในท้องตลาดเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการที่ทางผู้บริหารตั้งใจจะปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์และโลโก้ให้ดูสนุกสนานยิ่งขึ้นย่อมทำให้สื่อสารไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งหากได้พันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกันหรือมีกลุ่มลูกค้ากลุ่มเดียวกันก็ย่อมช่วยเกื้อหนุนภาพลักษณ์ของสินค้าได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

กลยุทธ์ที่ใช้        : ใช้กลยุทธ์เชิงรุกโดยการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์และเน้นเจาะกลุ่มตลาดต่างจังหวัดซึ่งนอกจากเป็นตลาดที่ใหญ่แล้ว ยังมีคู่แข่งไม่มากเท่าในเมืองเช่นกรุงเทพ ทำให้สินค้าที่นำเสนอได้รับความสนใจและอาจนำไปสู่การซื้อมากยิ่งขึ้น

แหล่งที่มา             : จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ (ออนไลน์) 2,654  21-23  กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ข่าวที่ 2  แม็คยีนส์จัดทัพผู้บริหารส่ง’ธนา’เปิดเกมรุก

โดย        หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2011

 

“ธนา เธียรอัจฉริยะ” ประกาศภารกิจ 123 วัน ปั้นแบรนด์ “แม็คยีนส์” ชูภาพยีนส์สนุก มีสีสัน เดินหน้าปรับโลโก พร้อมเพิ่มลูกค้าเล่นช็อป ประตูด่านแรกการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า ล่าสุด เล็งผนึกพันธมิตรเติมลูกเล่นคอลเลกชัน เพิ่มช่องทางขายใหม่ๆ ดึงจุดแข็งด้านคุณภาพ และการผลิต ต่อยอดแบรนด์ มั่นใจครึ่งปีหลังตลาดไปได้สวย โดยเฉพาะต่างจังหวัดกำลังซื้อแรง

  นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พี.เค.การ์เม้นท์ (อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายแม็คยีนส์ กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การเข้าร่วมงานกับแม็คยีนส์ในครั้งนี้ ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรมาก เพราะแม็คยีนส์ มีจุดแข็งที่ดีอยู่แล้วทั้งด้านโรงงานที่ผลิตสินค้าคุณภาพ และฟิตติ้งของยีนส์ที่เหมาะกับคนไทย ทำให้ปัจจุบันสินค้าของแม็คยีนส์ ผลิตไม่ทันความต้องการของตลาด ดังนั้น ตนจึงเข้ามาเพื่อเติมในสิ่งที่ขาด คือ การสร้าง

แบรนด์ และการวางระบบ ที่จะทำให้ระบบการผลิตและการตลาดเดินหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพ

                ผู้บริหารใหม่ที่เข้ามา 12 คน จะมีทั้งคนเก่า และคนใหม่ โดยส่วนของคนใหม่ มี 4 คน คือ คนหนึ่งจะเข้ามาช่วยดูแลด้านการสร้างแบรนด์ 1 คน ซึ่งเป็นคนจากดีแทค ส่วนที่เหลือเป็นคนที่ทางบริษัทคัดเลือกเข้ามาอยู่แล้ว เพื่อดูแลงานหัวหน้าด้านการขาย ผู้จัดการโรงงาน และหัวหน้าฝ่ายบุคคล

                “โครงสร้างไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร การบริหารงานจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเป้าหมายคือ เราอยากทำให้บริษัทนี้ เป็นบริษัทที่สนุก น่ารัก และน่าอยู่ ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกันกับเจ้าของบริษัทอยู่แล้ว” นายธนากล่าว

                 การเริ่มต้นในครั้งนี้ ได้ตั้งเป้าภารกิจเริ่มต้น หลังจากดูงานมาแล้ว 2 เดือนว่า ภายใน 123 วัน จะปั้นแบรนด์ “แม็คยีนส์” ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีช่องทางจัดจำหน่ายที่ดี รวมถึงการสร้างรายได้ที่ดี มีส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น และยังตั้งเป้าภายในปี 2555 จะทำให้แบรนด์แม็คยีนส์ เป็นแบรนด์เบอร์หนึ่งในตลาด แมสพรีเมียม จากปัจจุบันแม็คยีนส์เป็นแบรนด์ยีนส์อันดับ 2 ครองส่วนแบ่งประมาณ 35% จากตลาดยีนส์ของไทยซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งในส่วนห้างสรรพสินค้าและยีนส์แบรนด์เนมประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ แม็คยีนส์ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้กว่า 1,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20-25% 

                 ส่วนแนวทางภารกิจ 123 วันนับจากนี้ ทีมผู้บริหารจะร่วมกำหนดทิศทาง ยุทธศาสตร์หลักทั้ง 4 ด้านของแม็คยีนส์ ซึ่งประกอบด้วย พัฒนาการของแบรนด์ (Brand evolution) นวัตกรรมของสินค้า (Product innovation) ประสิทธิภาพของการผลิต (Production efficiency) การกระจายสินค้าที่เข้าถึงผู้บริโภค (Effortless distribution)

                 สิ่งแรกที่จะได้เห็น คือ การสร้างแบรนด์ เพราะแบรนด์ ถือเป็นหัวใจในการที่จะทำให้ตลาดเดินไปข้างหน้า บริษัทต้องการสร้างแบรนด์แม็คยีนส์ ให้เป็นแบรนด์ที่คนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ (Top of Mind) ซึ่งจะเริ่มจากการปรับโลโก และการสร้างช็อป ซึ่งเป็นจุดขายที่น่าสนใจ เพราะตรงนี้คือ การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า และคาดว่าช็อปรูปแบบใหม่ จะได้เห็นภายใน 123 วันนี้

 “เราจะเดินแผนการตลาด เรื่องของแบรนด์เราต้องชัดก่อน ซึ่งตรงนี้ จะมีการนำโซเชียลมีเดีย เข้ามาเป็นตัวขยายแบรนด์ เราจะไม่เล่นเรื่องของตำนานยีนส์ เพราะลีวายส์มีความแข็งแรงในจุดนี้อยู่แล้ว เราจะนำจุดแข็ง คือเรื่องของฟิตติ้ง รูปทรงที่เหมาะกับคนไทย ทำเป็นสตอรี มีเซเลบเข้ามาช่วยเสริม ทำให้ลูกค้าได้ทดลองสวมใส่

                 นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะร่วมงานกับพาร์ตเนอร์ต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นการร่วมมือกันจัดแคมเปญการตลาดใหม่ๆ เนื่องจาก ยีนส์ สามารถเกี่ยวพันกับสินค้าอื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น มอเตอร์ไซค์ แม็กกาซีน และอื่นๆ ซึ่งนอกจากจะสร้างแคมเปญการตลาดแล้ว ยังสามารถสร้างเป็นคอลเลกชันพิเศษ รวมทั้งยังสร้างกิมมิกในการเพิ่มช่องทางขายใหม่ๆ เป็นสีสันให้กับแบรนด์ได้ ตามเป้าหมายของแบรนด์ที่ต้องการขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นให้มากขึ้น

                นายธนา กล่าวว่า แผนในการสร้างแบรนด์และการวางระบบบริหารจัดการนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้วางงบแต่อย่างใด งบส่วนใหญ่จะใช้ไปในส่วนของการวางระบบไอที และการตกแต่งร้าน ส่วนเรื่องของการสร้างแบรนด์ มองว่าจะไม่ใช่การโฆษณา แต่จะเล่นอะไรที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือโปรดักต์ อินโนเวชัน ซึ่งจะเป็นการเน้นการสร้างประสบการณ์ระหว่างลูกค้าและแบรนด์แม็คยีนส์มากกว่า

                ส่วนแผนงานทั้งหมด คาดว่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นภายใน 1 ปี ทั้งในแง่ของการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด การสร้างรายได้ รวมทั้งการสร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจผู้บริโภคมากขึ้น หลังจากนั้น จึงจะมีดูเรื่องการขยายตลาดใหม่ๆ เช่น การส่งออก การนำแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาจัดจำหน่าย รวมทั้งการเทกโอเวอร์บริษัทอื่นเข้ามาบริหาร ซึ่งทั้งหมดนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อทีมงานทั้งหมดแข็งแรงเพียงพอ

Posted by

น.ส. คนาวรรณ ทรงสกุลเกียรติ 5220224140


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: