แม็คยีนส์สูตรใหม่ โมเดล “ธนา” สั่งตัด

23 07 2011

ชื่อ – นามสกุล:      นางสาว มณฑา  มากมี                           รหัส :      5220224154

Issue 1   : แม็คยีนส์สูตรใหม่ โมเดล “ธนา” สั่งตัด

Date:                      Week 7 July23’2011

Industry:                 ธุรกิจประเภทเสื้อผ้าประเภทยีนส์

Strategy:                กลยุทธ์เชิงรุก (Offensive) แบบ “Innovation” ในการส่งเสริมให้มีการเติมนวัตกรรมใหม่ให้กับสินค้า และเพิ่มการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านให้มีความรู้สึกที่ดี ของการนำ Envelopment Attack มาใช้ และในที่สุดเพื่อต้องการเป็นBranding ของแม็คเอง

 Competitor :         ลีวาย  Wrangler อื่นๆๆ

 ประเด็นข่าว :         ตลาดยีนส์มูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาทที่เคยเติบโตแบบเงียบๆ กำลังจะกลับมาคึกคักและสร้างสีสันใหม่ๆ ให้กับวงการยีนส์เมืองไทย” ธนา มองว่า แม้วันนี้แม็คยีนส์จะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ประมาณ 20-25% แถมยังรั้งตำแหน่งผู้ผลิตยีนส์อันดับสองของเมืองไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 35% แต่หากดูจากมูลค่าตลาดยีนส์รวมที่มีมูลค่า 20,000 ล้านบาท และมีการเติบโตเฉลี่ย 10-15% ขณะที่ตลาดยีนส์ที่มีแบรนด์กลับมีมูลค่าตลาดเพียง 5,000-6,000 ล้านบาทเท่านั้น แม็คยีนส์จึงยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้และขยายตัวอีกมาก แต่การจะเติบโตได้นั้น แม็คยีนส์จำเป็นต้องนำเอาจุดแข็งที่มีอยู่มาต่อยอดสร้างให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งปรับในจุดที่ยังไม่แข็งแรงให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ยังขาดการสื่อสารแบรนด์ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง

 Advantage:            ด้วยส่วนแบ่งการตลาดยีนส์เป็นอันดับสองที่ 20-25% นั่นถือแม็คไม่ได้เริ่มการทำธุรกิจใหม่ แต่เป็นการเน้นจุดแข็งของตัวเองให้มากขึ้น โดยคุณธนาได้เล็งเห็นจุดแข็งของแม็คไม่ว่าจะเป็นการนำเอาจุดแข็งที่มีอยู่ในเรื่องของฟิตติ้งหรือฟังก์ชันนัล รวมถึงความเชี่ยวชาญในการผลิต มาเติมอีโมชันนัล เพื่อให้ลูกค้าเกิดการทดลองและแบรนด์เกิดความเคลื่อนไหว และดูเด็กลง และพยายามเพิ่มนวัตกรรมใหม่ให้กับสินค้าที่มีอยู่แล้วในแม็คให้เด่นชัดออกมา

Analysis:                การนำเอาจุดแข็งที่มีอยู่ในเรื่องของฟิตติ้งหรือฟังก์ชันนัล รวมถึงความเชี่ยวชาญในการผลิต มาเติมอีโมชันนัลให้กับสินค้านั้นเป็นการนำ กลยุทธ์เชิงรุก (Offensive) แบบ “Innovation” มาปรับแต่งสินค้า ให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น และเพิ่มการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านให้มีความรู้สึกที่ดีมาสัมผัสกับสินค้ามากขึ้นเป็นการEnvelopment Attack มาใช้ รวมถึงการครอสอุตสาหกรรมกันมากขึ้นAlliance  เช่น ยีนส์ บวกรถมอเตอร์ไซค์ จนสร้างเป็นแบรนด์พรีเมียมแมสชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อต้องการเป็นBranding ของแม็คเองที่เป็น Brand royalty

Rating :                  P1 = Positive  P2 = Powerful

 

แม็คยีนส์สูตรใหม่ โมเดล “ธนา” สั่งตัด

                ตลาดยีนส์มูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาทที่เคยเติบโตแบบเงียบๆ กำลังจะกลับมาคึกคักและสร้างสีสันใหม่ๆ ให้กับวงการยีนส์เมืองไทย ชนิดห้ามกะพริบตา ไม่แพ้ตลาดชาเขียวที่กำลังฟาดฟันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เพราะเบอร์สองอย่าง “แม็คยีนส์” ที่มีผู้กุมบังเหียนคนใหม่ “ธนา เธียรอัจฉริยะ” เจ้าพ่อนักสร้างแบรนด์ที่เคยปั้นแบรนด์ “ดีแทค” และ “แฮปปี้” จนโด่งดัง ประกาศเดินเครื่องสร้างแบรนด์แม็คเต็มสูบ เพื่อให้แบรนด์แม็คอยู่ในใจลูกค้า ก่อนจะนำทัพโค่นแชมป์ยีนส์อย่างลีวายส์ให้ได้ในปี 2555 ถึงวันนี้ “ธนา” เข้ามานั่งกุมบังเหียนที่แม็คยีนส์ได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว แต่เขาก็ยอมรับว่า “ยังรู้งูๆ ปลาๆ และมีอีกหลากหลายสิ่งที่จะต้องเรียนรู้และปรับเปลี่ยนอีกมาก โดยเฉพาะแบรนด์เพื่อที่จะทำให้แม็คยีนส์ก้าวไปสู่การเติบโต” ธนา มองว่า แม้วันนี้แม็คยีนส์จะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ประมาณ 20-25% แถมยังรั้งตำแหน่งผู้ผลิตยีนส์อันดับสองของเมืองไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 35% แต่หากดูจากมูลค่าตลาดยีนส์รวมที่มีมูลค่า 20,000 ล้านบาท และมีการเติบโตเฉลี่ย 10-15% ขณะที่ตลาดยีนส์ที่มีแบรนด์กลับมีมูลค่าตลาดเพียง 5,000-6,000 ล้านบาทเท่านั้น แม็คยีนส์จึงยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้และขยายตัวอีกมาก แต่การจะเติบโตได้นั้น แม็คยีนส์จำเป็นต้องนำเอาจุดแข็งที่มีอยู่มาต่อยอดสร้างให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งปรับในจุดที่ยังไม่แข็งแรงให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น จึงจะสามารถฝ่าด่านและก้าวข้ามไปสู่เป้าหมายแชมป์ยีนส์เมืองไทยได้ จุดแข็งของแม็คยีนส์อยู่ที่เรื่องฟิตติ้ง ซึ่งต้องยอมรับว่า เป็นทั้งจุดขายและจุดแข็งที่แตกต่างของแม็คยีนส์จากคู่แข่ง และทำให้แม็คยีนส์ได้รับการยอมรับจากลูกค้าโดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ชั้นนอกอย่างมาก นั่นก็คือ ขาพอดี ไม่ต้องตัด เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น และความเป๊ะนี่แหละที่ทำให้แม็คยีนส์ยังสามารถครองใจลูกค้าจนรั้งส่วนแบ่งตลาดอันดับสองได้ถึงวันนี้ ขณะเดียวกันความแข็งแกร่งในเรื่องของฟิตติ้ง ยังขาดการสื่อสารแบรนด์ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ทำให้แม็คยีนส์กลายเป็นแบรนด์เก่าจนทำให้คนรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ชั้นในเกือบจะจดจำแบรนด์แม็คยีนส์ไม่ได้ นั่นคือ อุปสรรคสำคัญที่แม็คยีนส์ต้องปรับ เพราะหากสามารถสร้างแบรนด์ให้ชัดเจนได้ ธนามองว่า ทุกอย่างจะมาเอง รวมถึงต้องปรับระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบไอทีและระบบทรัพยากรมนุษย์ ให้พร้อม เพราะหากแม็คยีนส์มีการขยายตัว ระบบต่างๆ เหล่านี้จะต้องสามารถรองรับการทำงานได้ทั้งหมดด้วย แม้ธนาจะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อนักสร้างแบรนด์ และเคยสร้างความสำเร็จให้กับแบรนด์ดีแทคมาแล้ว แต่ยอมรับว่างานนี้ไม่ง่ายเช่นกัน เพราะนอกจากจะเป็นตลาดใหม่สำหรับเขาแล้ว ยังแตกต่างจากตลาดโทรคมนาคมอยู่มาก เช่น ตลาดเคลื่อนไหวเร็ว แถมคู่แข่งมากกว่า แต่ก็ยอมรับว่าตลาดยีนส์มีความสนุกกว่า เพราะสามารถจับต้องได้  “การสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่การทำโฆษณา แต่เป็นการทำให้ผู้บริโภคอยากซื้อสินค้าของเรา เป็นประสบการณ์ที่ฝังอยู่ในใจลูกค้า”แนวทางการสร้างแบรนด์ของแม็คยีนส์จากนี้ จะเน้นการนำเอาจุดแข็งที่มีอยู่ในเรื่องของฟิตติ้งหรือฟังก์ชันนัล รวมถึงความเชี่ยวชาญในการผลิต มาเติมอีโมชันนัล เพื่อให้ลูกค้าเกิดการทดลองและแบรนด์เกิดความเคลื่อนไหว และดูเด็กลง เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มกรุงเทพฯ ชั้นในให้มากขึ้น ซึ่งพฤติกรรมส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับแบรนด์มากกว่าฟิตติ้ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคิดคอนเซ็ปต์แบรนด์แม็คยีนส์ที่จะสื่อความเป็นตัวตนออกมาให้ชัดเจน ซึ่งคาดว่าภายใน 1-2 เดือนจะสามารถสรุปได้ ในการเติมอีโมชันนัลให้กับแบรนด์แม็คยีนส์จะต้องผสมผสานหลายอย่างด้วยกัน เช่น การสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านให้มีความรู้สึกที่ดี และการเติมนวัตกรรมใหม่ให้กับสินค้า (Product Innovation) โดยนับจากนี้แม็คยีนส์จะต้องออกสินค้ามาตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายคอลเลกชั่นมากขึ้น ภายใต้ซับแบรนด์ย่อย เช่น แม็คเลดี้ สำหรับกลุ่มผู้หญิง ซึ่งต่อไปจะต้องมีลูกเล่นและความถี่ในการนำเสนอออกสู่ตลาดมากขึ้น หรือแม้กระทั่ง ยีนส์ จูเนียร์ สำหรับเด็ก รวมถึงการครอสอุตสาหกรรมกันมากขึ้น เช่น ยีนส์ บวกรถมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้แม็คยีนส์มีความเป็นแบรนด์พรีเมียมแมสชัดเจนยิ่งขึ้น ที่สำคัญเหนือไปกว่านั้นเมื่อแบรนด์มีความชัดเจน ก็จะช่วยขับเคลื่อนยอดขายของแม็คยีนส์ให้เติบโตตามมา ซึ่งธนาคาดหวังว่าภายใน 1 ปี จะได้เห็นความชัดเจนของแม็คยีนส์อย่างแน่นอน
        นอกเหนือจากการให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์มากขึ้นแล้ว แม็คยีนส์ยังให้ความสำคัญกับทีมงาน โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นธุรกิจที่มีการบริหารงานแบบมืออาชีพ โดยมีทัพผู้บริหารหนุ่มสาวไฟแรง 12 คน มาร่วมเพิ่มสีสันให้กับวงการยีนส์
        รวมถึงการพัฒนาช่องทางการกระจายสินค้าให้เข้าถึงลูกค้าเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ช่องทางหลักจะอยู่ในชั้นจำหน่ายยีนส์ แต่ต่อไปจะได้เห็นช่องทางใหม่ๆ ที่นอกหนือจากชั้นจำหน่ายยีนส์ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันเปลี่ยนไป มีจำนวนมากไม่ได้ซื้อยีนส์ที่แผนกยีนส์อย่างเดียว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาช่องทางใหม่ รวมถึงการพัฒนาโปรแกรมทางการตลาดใหม่ๆ เช่น ระบบเงินผ่อน เพื่อสร้างสีสันและจูงใจให้คนซื้อยีนส์แม็คมากขึ้นทั้งหมดนี้ก็คือ การขับเคลื่อนเบื้องต้นภายใต้การกุมบังเหียนของ ธนา ซึ่งเขาเชื่อว่าจะช่วยขับเคลื่อนแบรนด์แม็คยีนส์ให้ชัดเจน และทำให้ยอดขายของแม็คเป็นอันดับหนึ่งในตลาดภายในปี 2555 ได้อย่างแน่นอน
       ที่สำคัญก็คือ โมเดลธุรกิจที่ธนาขับเคลื่อนวันนี้ให้กับแม็คยีนส์นั้น ชื่อชั้นของ “ธนา” ย่อมเป็นที่จับตามองอย่างมาก และความชำนาญที่ออกแบบและสั่งตัด “ดีแทค” ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กำลังถูกพัฒนาไปสู่อีกอุตสาหกรรมหนึ่งว่าจะสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้กับ “แม็คยีนส์” และอุตสาหกรรมยีนส์ได้ตื่นตาตื่นใจขนาดไหนจากผู้จัดการ 360oรายสัปดาห์ 21 กรกฎาคม 2554 17:32 น.


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: