ออฟฟิศเมท ออฟฟิศที่ไร้หน้าร้านแห่งนี้ บิ๊กบอส “วรวุฒิ อุ่นใจ”เผยความลับในการบริหารธุรกิจต้องผสานแนวคิดขับเคลื่อนธุรกิจด้วย”ไอที”และ”ไอเดีย”

24 07 2011

เป็นเรื่องยากเกินกว่าจะคาดเดาได้ว่าเด็กดื้อเมื่อวันวาน “วรวุฒิ อุ่นใจ”  กรรมการผู้จัดการ บมจ.ออฟฟิศเมท
(OFM) จะหักเหชีวิตมาเอาดีด้วยการเป็นเจ้าของกิจการ พลิกจากร้านห้องแถวขายเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน มาเป็นต้นตำรับร้านค้าแบบไร้หน้าร้าน

เด็กดื้อที่กลับใจมาเรียนหนังสือ ยังเลือกที่จะเรียน “เอ็มบีเอ” ก่อนจะนำความรู้ด้านนี้มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ความคิดจะทำบริษัทไร้หน้าร้านฟุ้งๆ ในเศษกระดาษกลายเป็นจริงได้ ที่สำคัญมียอดขายเป็นพันล้านบาทต่อปี
สำหรับ วรวุฒิ แล้ว ฝันของเขาจึงไม่จบที่ “เศษกระดาษ” แผ่นแรก ยังมีแผ่นสอง แผ่นสาม ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไม่ต่างจากการขยายธุรกิจของบริษัทแห่งนี้ ที่มีเว็บไซต์ เทรนดี้เดย์ดอทคอม (www.trendyday.com) เป็นหน้าร้านขายสินค้าออนไลน์สารพัดตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ เช่น สินค้าแฟชั่น สัตว์เลี้ยง ดนตรี เพลง หนังสือ อาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ

มาไกลมากจากจุดเริ่มต้นที่การขายเครื่องเขียน และอุปกรณ์สำนักงาน ไกลกว่านั้นคือการพาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ปีกว่าแล้ว เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับองค์กร กับการค้าในโลกออนไลน์ ซึ่งความน่าเชื่อถือของบริษัทเป็นเรื่องสำคัญมากต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า 

วรวุฒิ บอกว่า คำสอนของพ่อยังทำให้เขาเป็นคนอดทน สู้กับปัญหา กลายเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดธุรกิจ แม้ว่าในวัยเรียนเขาจะเป็นเด็กดื้อ เคยโดนไล่ออกจากโรงเรียนมาแล้ว เจ้าตัวยังยอมรับเองว่าเป็นคนเลี้ยงยาก แต่หากเลี้ยงให้ถูกจริต ปล่อยให้รู้จักคิด วิเคราะห์ และตั้งคำถาม ด้วยตัวเองแล้ว เขาก็สามารถจะผุดไอเดียทางธุรกิจได้มากมาย

แนวคิดหน้าร้านออนไลน์ ใช้ไอทีขับเคลื่อนธุรกิจ นี่ก็ใช่ ! ทว่า สิ่งที่เขาต้องแก้ไขปัญหาในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ นั่นคือ ความพยายามที่จะลดต้นทุนโลจิสติกส์จากการขนส่งสินค้าลงให้มากที่สุด ซึ่งถือเป็น “จุดอ่อน” ของช่องทางการจัดจำหน่ายนี้ โปรโมชั่น ซื้อครบ 499 บาท จัดส่งทั่วไทย จึงเกิดขึ้น !

“โปรโมชั่นนี้ทำให้เราสามารถเพิ่มยอดการขายสินค้าได้เป็นจำนวนมาก จนบริษัทไปรษณีย์ไทยที่ขยายไลน์มาสู่ธุรกิจโลจิสติกส์ต้องขอเข้ามาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และวางระบบสินค้าขนส่งในอาเซียนร่วมกัน”

ในปีที่ผ่านมา (2553) เขาบอกว่า ออฟฟิศเมท มียอดขาย 1,091 ล้านบาท มีสินค้าจำหน่ายกว่า 20,000 ไอเท็ม ขณะที่ในปี 2554 เขาบอกว่าจะเป็นปีที่จะรุกหนักโดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขายขึ้นอีก 25 % เมื่อเทียบกับปี 2553 ทั้งการเพิ่มทีมเซล และคอลล์เซ็นเตอร์ ทำการตลาดแบบเทเลมาร์เก็ตติ้งให้เข้มข้นมากขึ้น 

ขณะที่ปีกว่าของการเปิดตัวเว็บไซต์เทรนดี้เดย์ วรวุฒิบอกว่า เว็บไซต์นี้สามารถก้าวขึ้นไปติดอันดับ 1 ใน 30 เว็บไซต์ชอปปิงที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด แม้เขาจะตระหนักดีถึงข้อจำกัดของการขายสินค้าผ่านออนไลน์ในเมืองไทยว่า เป็นตลาด

“ที่หินที่สุดในโลก” เพราะว่า 10 ปีผ่านไปการซื้อขายผ่านออนไลน์สำหรับคนไทยยังจะเป็นเพียงชุมชนเล็กๆ เมื่อเทียบกับการในต่างประเทศ ที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรเลือกใช้ช่องทางนี้ ทว่าเขายังพร้อมจะทำหน้าที่ “ปลุกตลาด” การค้าออนไลน์ในไทย ต่อไป โดยเชื่อมั่นว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยยังมีอัตราเติบโตได้อีกมาก

โดยในต่างประเทศมีการซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ถึง 10% ของมูลค่าตลาดรวมธุรกิจค้าปลีก ขณะที่เมืองไทยมีมูลค่าตลาดสินค้าออนไลน์เพียง 20,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดธุรกิจค้าปลีกในเมืองไทยที่มีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านบาท

เขาระบุว่าสาเหตุที่ทำให้จำนวนผู้ซื้อสินค้าผ่านโลกออนไลน์ในไทยมีน้อยนั้น เพราะกลัวว่าจะเจอสินค้าปลอม สินค้าหนีภาษี ผู้ซื้อจึงต้องวัดใจผู้ขาย ความไว้เนื้อเชื่อใจกลับอยู่บนพื้นฐานของความเสี่ยง

สำหรับเทรนดี้เดย์ดอทคอมแล้ว จะการันตีความน่าเชื่อถือด้วยการคัดสรรซัพพลายเออร์ และการันตีตัวเองด้วยการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังรับคืน เปลี่ยนสินค้าได้ ขณะที่ราคาสินค้าก็ไม่แพง จึงน่าจะเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาเดินห้างสรรพสินค้าได้บ้าง “วรวุฒิ” เผย

ขณะที่กลยุทธ์หลักที่ออฟฟิศเมทใช้เพื่อดึงผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านออนไลน์นั้น วรวุฒิเรียกมันว่าเป็น “ทฤษฎีการตลาดแนวร่วม” โดยจะพยายามแทรกซึมเว็บไซต์นี้เข้าไปในกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในหลายช่องทาง โดยเฉพาะการฟอร์เวิร์ดอีเมล การโพสต์รูปพร้อมเว็บลิงค์ โดยหากสามารถขายสินค้าได้ ผู้ที่ฟอร์เวิร์ดเมล์ ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่น ตั้งแต่ 5-20% ขึ้นอยู่กับราคาของสินค้า

“ต่อไปวิธีทำการตลาดแนวร่วมนี้จะเข้ามาแทนที่ไดเร็คเซล อีกหน่อยจะมีการตั้งทีมการตลาดแนวร่วมกัน ซึ่งเราก็มีการอบรมให้ฟรี ปีละ 10 รอบ รอบละ 100 คน ตั้งเป้าที่จะมีทีมการตลาดแนวร่วมเริ่มต้นที่ 10,000 คน” วรวุฒิ เผย
สำหรับ วรวุฒิ แล้ว เขายังคงสนุกกับการทำงาน โดยเฉพาะการเติมเต็มไอเดียใหม่ๆ เข้ามาอย่างไม่รู้จบ จนทำให้ยอดขายของบริษัทแห่งนี้เติบโตขึ้นหลายเท่าตัว เขายังคาดว่าหากผู้บริโภคตอบรับการขายสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น ย่อมจะทำให้ยอดขายออฟฟิศเมทเติบโตได้มากขึ้นไปอีกที่สำคัญเป็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ออฟฟิศเมท

 สำหรับเขายังเหมือนกับเครื่องบินที่กำลัง Take Off ต้องใช้กำลังส่งของเชื้อเพลิงจำนวนมาก แต่เมื่อผ่านชั้นบรรยากาศ พ้นแรงโน้มถ่วงขึ้นมาแล้ว การใช้เชื้อเพลิงจะลดลงมาก เขาหวังไว้เช่นนั้น เขายังฝันให้ออฟฟิศเมท เป็นเหมือน เซเว่น-อีเลฟเว่น ที่ลูกค้านึกถึงก่อนเวลาจะซื้อสินค้าอะไรสักอย่างหนึ่ง เพียงแต่ ออฟฟิศเมท คือ การขายสินค้าหน้าเว็บไซต์  

“ผมเป็นนักฝัน และ ผมก็ล่าฝัน” เขาทิ้งท้าย

วิเคราะห์ออฟฟิทเมท

1.สิ่งสำคัญของการเติบโตของออฟฟิทเมท คือผู้บริหารเองที่เป็นคนเก่ง มี ไอเดียใหม่ๆ แนวความคิดใหม่ๆ ที่จะพัฒนาต่อยอดการขยายกิจการธุรกิจ เช่น การตลาดแบบแนวร่วม โดยกลยุทธ์การดึงลูกค้ามาใช้สินค้า และ เป็นแนวร่วมโดยการforward mail แล้วได้ค่าตอบแทน 5-20% ขึ้นอยู่กับราคาสินค้า  ซึ่ง ในปัจจุบัน มีกลุ่มsocial  networkเช่น facebook หรือ twitter  ทีมีเครือข่ายเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน  สามารถสร้างศักยภาพในการสร้างธุรกิจออนไลส์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

2.กลยุทธ์การ Training  ฟรี ทำให้มีผู้สนใจที่จะมาเข้าร่วมมากมาย ถึงแม้จะไม่ได้เป็นพนักงาน หรือร่วมกับออฟฟิทเมท แต่จะทำให้ รู้จักออฟฟิทเมท มากขึ้น

3.การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตลาด  ปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจออนไลนล์ บางทีลูกค้าเกรงว่าจะไม่ได้ของหรือเป็นเรื่องหลอกลวง  ออฟฟิทเมท จึงนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังมีการการันตี สามารถคืนของได้  เปลี่ยนสินค้าได้  เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ และความพึงพอใจให้กับลูกค้า

ศิณา  ยิ่งจอหอ  ID   5220224044


Actions

Information

One response

6 06 2014
สินค้าไอที

I’m truly enjoying the design and layout of your blog.
It’s a very easy on the eyes which makes it much more enjoyable for me to come here and visit more often. Did you hire out a developer to create your theme?
Fantastic work!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: