ไมโครซอฟท์ซื้อกิจการสไกป์

24 07 2011

 

บริษัทไมโครซอฟท์ ประกาศเตรียมเข้าซื้อกิจการของสไกป์ (Skype) และเตรียมพัฒนาระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (video conference) เพื่อหวังทวงส่วนแบ่งทางการตลาดอีกครั้ง หลังถูกกูเกิ้ลชิงไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

บริษัทไมโครซอฟท์ คอร์เปอเรชั่น ยักษ์ใหญ่ในวงการคอมพิวเตอร์ เตรียมซื้อกิจการของสไกป์ โปรแกรมโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต ด้วยมูลค่า 8,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 แสนล้านบาท โดยหวังจะกลับไปครองส่วนแบ่งทางการตลาดอีกครั้ง หลังถูกคู่แข่งอย่างกูเกิ้ลชิงตลาดส่วนนี้ไปได้ในช่วงหลัง

การซื้อกิจการในครั้งนี้จะทำให้ “สไกป์” เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในแผนกพัฒนาซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ภายใต้ชื่อ “ไมโครซอฟท์วิธสไกป์” (Microsoft with Skype) โดยจะพัฒนาในส่วนของระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (video conference) ในโปรแกรมต่างๆ ของไมโครซอฟท์ ทั้ง Windows และ X-Box Live ซึ่งขณะนี้เหลือเพียงขั้นตอนการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ไมโครซอฟท์ เคยเซ็นสัญญาร่วมมือกับโนเกียเพื่อพัฒนาโทรศัพท์มือถือในระบบ windows phone สู้กับ Google และ Apple มาแล้ว ส่วนกระแสในอินเตอร์เน็ตขณะนี้ชาวเน็ตพากันตั้งชื่อใหม่ให้สไกป์ว่า “ไมโครสไกป์

 ไมโครซอฟท์ ซื้อแพงกว่าราคาเดิมถึง 3.5 เท่า ขณะที่ตัว สไกป์ เองนับตั้งแต่ไปอยู่ใน อีเบย์ ก็ไม่ได้สร้างคุณค่าเพิ่มให้กับลูกค้าของทั้งสองฝ่ายเท่าไรนัก

การ “กดและโทร” เพื่อสั่งซื้อ (Click to Call) ที่ อีเบย์ ตั้งใจจะนำมาใช้งานร่วมกับระบบอีคอมเมิร์ซของตน กลับไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร
 
ทำไม ไมโครซอฟท์ ถึงต้องมาซื้อ สไกป์ ในราคาแพงๆ และจะซื้อมาทำอะไรได้บ้าง

 
1. สไกป์ ประสบความสำเร็จกับการให้บริการโทรข้ามประเทศที่มีส่วนแบ่งตลาด มากกว่า 13% ของยอดการโทรข้ามประเทศของทั่วโลก (International Voice Call Volume) เป็นอันดับ 1 เหนือกว่าบรรดาผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์รายใหญ่ๆ ของโลก 
จาก ดีลนี้ทำให้ ไมโครซอฟท์ กลายเป็น Virtual Network Operator ที่ไม่ต้องมีเครือข่าย รายใหญ่ที่สุดของโลก มียอดการใช้งานโทรข้ามประเทศสูงที่สุดในโลก และมีฐานลูกค้ามากกว่า 600 ล้านคน
 
2. เป็นเหตุผลด้านยุทธศาสตร์  ซึ่งเมื่อมองดูสองผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนอย่าง กูเกิล และ แอ๊ปเปิ้ล ที่ต่างก็มีบริการโทรด้วยเสียงและวีดิโอทั้งคู่
 
ทั้ง กูเกิล วอยซ์ และ FaceTime ต่างเป็นบริการระดับธง ของทั้งคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง FaceTime ของ แอ๊ปเปิ้ล ที่มาพร้อมกับทั้ง iPhone  iPad  iPod Touch แม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ตระกูล Mac ทั้งหลาย
 
บริการ Video Call บนมือถือ แม้จะมีมานานหลายปี แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ ไม่ว่าใครจะผลักดัน แต่เมื่อ แอ๊ปเปิ้ล จับมาให้กำเนิดในรูปแบบใหม่และชื่อใหม่ นามว่า “FaceTime” มันก็กลายเป็นบริการหนึ่งที่สร้างความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ให้สมาร์ทโฟนของตนได้
 
ถ้า ไมโครซอฟท์ ยังช้า ไม่มีอาวุธที่ดีกว่า Windows Live Messenger ไปต่อกร ก็มีโอกาสที่ส่วนแบ่งตลาดของบริการจะหดหายจนไม่เหลือที่ให้ตนยืน
 
ที่สำคัญ สไกป์ จะกลายเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่อาจจะนำมารวมอยู่ในมือถือ วินโดว์ส โฟน 7 ที่จับมือกับโนเกีย และยิ่งไปกว่านั้น อาจจะกลายเป็นระบบสื่อสารหลักที่จะรวมอยู่ในเครื่องเล่นเกม Xbox360 และ Kinect จนกลายเป็นระบบ VDO Call ประจำบ้าน
 
แถม ไมโครซอฟท์ ยังได้ สุดยอดแพลตฟอร์มสำหรับการทำ Live VDO Streaming และ VDO Conference จากมือถือ ชื่อว่า “Qik” ที่ สไกป์ เพิ่งซื้อกิจการไปเมื่อต้นปี 
และมีความเป็นไปได้สูงที่ระบบของทั้ง สไกป์ และ Qik จะถูกนำไปรวมกับผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าองค์กรในรูปแบบของซอฟต์แวร์ระบบ Video Conference ที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดองค์กรของ ไมโครซอฟท์ มากขึ้น เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญทั้งในตลาดสมาร์ทโฟน ตลาดเครื่องเล่นเกม และตลาดองค์กร
 
3. เรื่องของการลงทุน ปัจจุบันนี้ ไมโครซอฟท์ มีเงินสดในมือ 48.7 พันล้านดอลลาร์ ถ้าไม่เอามาใช้ประโยชน์ สร้างผลตอบแทนให้งอกเงย อาจมีปัญหาของนักลงทุนผู้ถือหุ้น
 
เพราะมูลค่าหุ้นของ ไมโครซอฟท์ ปัจจุบันตกลงไปมาก มีมูลค่าตลาดตามหลัง แอ๊ปเปิ้ล และยังขาดปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาเกื้อหนุน พอที่จะทำให้ราคาและมูลค่าของบริษัทสูงขึ้นได้

 

 

 

 

 

   

การตัดสินใจซื้อบริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตดาวรุ่งสไกป์ (Skype)” ของไมโครซอฟท์ (Microsoft) ด้วยเงินสดมูลค่า 8.5 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 2.5 แสนล้านบาทนั้นจะส่งผลดีต่อทั้งสไกป์และไมโครซอฟท์ในแง่การเติบโตและการแข่งขันในอนาคต
       
 วิเคราะห์แต่ละประเด็นดังนี้

1.    ดีลนี้จะทำให้ตลาดการสื่อสารราคาประหยัดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตขยายตัวในวงกว้างกว่าเดิม ด้านผู้ใช้สไกป์เดิมได้รับการยืนยันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการให้บริการโทรศัพท์ราคาประหยัดใดๆ แต่จะมีหลากช่องทางใช้งานสไกป์ที่สะดวกยิ่งขึ้น      

ดีลที่เกิดขึ้นถูกมองว่าจะทำให้บริการโทรศัพท์ฟรีผ่านอินเทอร์เน็ตขยายตัวมากขึ้นไปอีก เพราะสินค้าของไมโครซอฟท์นั้นถูกใช้งานในวงกว้าง ทำให้ไมโครซอฟท์มีความสามารถประชาสัมพันธ์แนะนำสไกป์ไปสู่ชาวโลกหลายร้อยล้านคนเช่นกัน ผลก็คือมีโอกาสมากขึ้นที่ชาวโลกจะโทรศัพท์ผ่านสไกป์โดยไม่ต้องจ่ายเงินค่าบริการกับผู้ให้บริการเครือข่ายถือเป็นความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ดั้งเดิมจะสูญเสียรายได้มหาศาลไปในอนาคต
       
       นอกจากการขยายอิทธิพลสไกป์ สิ่งที่สไกป์จะได้จากดีลนี้คือการเพิ่มขีดความสามารถในการหารายได้ เพราะที่ผ่านมา เพียง 1% จากผู้ใช้งานจริง 170 ล้านคนของสไกป์เท่านั้นที่ยอมจ่ายค่าบริการเพื่อรับคุณสมบัติพิเศษบนโปรแกรมสไกป์ จุดนี้เป็นโอกาสที่ไมโครซอฟท์ระบุว่ามองเห็น และมั่นใจว่าจะผลักดันให้ตัวเลข 1%นี้เพิ่มขึ้นได้ด้วยการควบรวมสไกป์เข้ากับผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์
       
  2. ดีลเงินสดมูลค่า 2.5 แสนล้านบาทนี้จะทำให้ไมโครซอฟท์มีเครื่องมือสื่อสารออนไลน์ที่สามารถเพิ่มไปในอุปกรณ์เกม โทรศัพท์มือถือ รวมถึงบริการซอฟต์แวร์สร้างเอกสาร Office เพื่อการทำงานร่วมกันระยะไกล โดยไมโครซอฟท์แถลงชัดเจนว่าจะนำสไกป์มาผนึกรวมกับซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรอย่าง Microsoft Outlook, Lynce และ Office พร้อมกับเพิ่มแรงดึงดูดในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปด้วยการรวมสไกป์ลงในแพลตฟอร์มเกม Xbox, Kinect และระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือตระกูล Windows Phone
       
       จุดนี้ไมโครซอฟท์ย้ำว่า ซอฟต์แวร์สนทนาด้วยวิดีโอบนอุปกรณ์มือถือ Qik ซึ่งสไกป์ซื้อเทคโนโลยีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จะถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ในอนาคตด้วย
       
     3.  ดีลซื้อขายบริษัทครั้งนี้ทำให้ไมโครซอฟท์กลายเป็นเจ้าของสไกป์รายที่ 4 หลังจากสไกป์ก่อตั้งบริษัทมานาน 9 ปี ก่อนหน้านี้ ผู้ค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่าง eBay ประกาศซื้อสไกป์ตั้งแต่ปี 2005 ตามด้วยการซื้อคืนของกลุ่มทุนอิสระ SilverLakeและ Canadian Pension Plan Investment Board ในปี 2009 ซึ่งมีหัวเรือใหญ่คือผู้ก่อตั้ง Netscape นาม Marc Andreessen นอกจากนี้ สไกป์เคยพยายามเข้าสู่ตลาดหุ้น 2 ครั้งซึ่งนักวิเคราะห์เคยคาดว่ามูลค่าหุ้นของสไกป์จะมีมูลค่าเพียง 1 พันล้านเหรียญเท่านั้น

 

วิเคราะห์การใช้กลยุทธ์ของไมโครซอฟท์และสไกป์

1.ไมโครซอฟท์ใช้การเข้าซื้อกิจการและควบรวบ  เพื่อหวังผลการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน  (ทางลัด ) เพื่อการมีเครื่องมือ สำหรับใช้แข่งขันกับแอปเปิล และ กรูเกิล  เรียกยุทธวิธีนี้ว่ากลยุทธ์เชิงรุก offensive Strategy

2.สไกป์ ได้รับโอกาสในการเติบโตด้านธุรกิจ จากการเข้าซื้อกิจการ คือความสามารถในการเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้  ภายใต้บริษัทไมโครซอฟท์ เรียกยุทธวิธีนี้ว่ากลยุทธ์เชิงรับ  Defensive  Strategy

 

ศิณา  ยิ่งจอหอ  ID   5220224044

 


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: