ผาแดงแตกหน่อรีไซเคิลสังกะสี

30 07 2011

นาย พัชระ   มีสัจจี 5220224013

วันพุธที่ 27 กรกฏาคม 2011 เวลา 11:31 น.

“ผาแดงอินดัสทรี”เตรียมแตกหน่อ ตั้งบริษัทใหม่ดูแลโครงการรีไซเคิลโลหะสังกะสีเริ่มต้นที่ 9,000 ตันรับจากลูกค้า กลุ่มกลางน้ำมารีไซเคิลใหม่ เริ่มกลางปี 2555  ปลื้มแผนความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศสำหรับอุตสาหกรรมฉีดชิ้นงานสังกะสีในไทย มั่นใจจะดันสัดส่วนสังกะสีผสมเพิ่มภายใน 3-4 ปี มีบทบาทแทนทองเหลืองที่ราคาสูงกว่า 3เท่า
 นายเวคิน อุทารธรรม ผู้อำนวยการใหญ่ด้านการเงิน บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ขณะนี้บริษัทมีแผนที่จะตั้งบริษัทใหม่ เป็นบริษัทลูกของผาแดง เพื่อดูแลโครงการรีไซเคิลโลหะสังกะสี ที่จะเริ่มดำเนินการได้กลางปี 2555 โดยจะรับเศษสังกะสีมาจากลูกค้าในกลุ่มกลางน้ำ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการฉีดชิ้นงานสังกะสีจำนวน 30-50 รายที่ใช้สังกะสีผสมจากบริษัท ผาแดงฯ ประมาณ 30,000 ตัน/ปี ในจำนวนนี้จะได้เศษสังกะสีเข้าสู่การรีไซเคิลประมาณ 9,000 ตัน หรือ 30% ที่ถูกทิ้งแล้วให้ส่งกลับมายังบริษัทผาแดงฯ และบริษัทผาแดงฯจะส่งสังกะสีบริสุทธิ์ให้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าลูกค้าในกลุ่มฉีดชิ้นงานสังกะสีส่งเศษสังกะสีมาให้จำนวน 100 กิโลกรัม บริษัทผาแดงฯก็จะส่งสังกะสีบริสุทธิ์กลับไปให้ลูกค้า 9 กิโลกรัม เป็นต้น
 “ตรงนี้จะเป็นการช่วยลดปัญหาการฉีดชิ้นงานสังกะสีที่ไม่ได้คุณภาพลง เนื่องจากการฉีดสังกะสีถ้าได้วัตถุดิบที่เป็นสังกะสีบริสุทธิ์ที่ไม่มีคุณภาพเข้าไปใช้ก็จะเป็นปัญหากับอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น ยานยนต์ ก๊อกน้ำ เครื่องสุขภัณฑ์ ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่มีการขยายตัวมาก ดังนั้น บริษัทผาแดงฯซึ่งอยู่ในฐานะต้นน้ำหรือผู้ผลิตเนื้อโลหะสังกะสีที่ประกอบด้วย สังกะสีบริสุทธิ์ และสังกะสีผสมก็ต้องการให้ลูกค้าจากกลุ่ม ผู้ประกอบการกลางน้ำซึ่งเป็นผู้ฉีดสังกะสี ผลิตชิ้นงานออกมามีคุณภาพเพื่อให้อุตสาหกรรมปลายน้ำอย่าง ยานยนต์ สุขภัณฑ์ ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด”
 นายเวคินกล่าวอีกว่าที่ผ่านมากลุ่มผู้ประกอบการที่ฉีดชิ้นงานสังกะสียังขาดความรู้ในแง่การออกแบบแม่พิมพ์ และทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์มีการนำเข้ามาจากจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ทำให้ปีที่แล้วบริษัทเปิดตัว “ศูนย์ความเป็นเลิศ(Centre of Excellence:COE)สำหรับอุตสาหกรรมฉีดชิ้นงานสังกะสีในไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมฉีดชิ้นงานสังกะสีของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค ที่เวลานี้ได้รับการตอบรับดีจากกลุ่มลูกค้าที่ฉีดสังกะสีขึ้นรูป และหน่วยงานรัฐ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การให้ความรู้ ให้การศึกษาในระดับต่างๆ เพื่อพัฒนาบุคลากร
 โดยความสำเร็จของCOE ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจาก 5 บริษัทที่เป็นผู้ประกอบการฉีดสังกะสีขึ้นรูปมาร่วมนำร่อง คือบริษัท วีโก้ อินดัสทรี  จำกัด  บริษัท สยามอุตสาหกรรมเครื่องเหล็ก (1981) จำกัด บริษัท เอสทีที อินดัสตรีส์ จำกัด บริษัท สยามคาสติ้ง โพรดักซ์ จำกัด บริษัท ไมโคร ปรีซิซั่น  จำกัด เพื่อปรับปรุงคุณภาพงานฉีด งานชุบจนเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมปลายน้ำ ทำให้ชิ้นงานของผู้ฉีดสังกะสีขึ้นรูปโตขึ้นเกือบเท่าตัวและมีต้นทุนลดลง จากเดิมที่มีสินค้า 33% ไม่ได้คุณภาพก็ลดลงเหลือเพียง 3.3%
 ผู้อำนวยการใหญ่ด้านการเงิน บริษัท ผาแดงอินดัสทรีฯกล่าวอีกว่าตั้งเป้าว่าอีก 3-4 ปีจากนี้ไปการใช้สังกะสีผสมจะเติบโตสูงขึ้นจาก 30,000 ตัน/ปี เพิ่มขึ้นมาเป็น 50,000 ตัน/ปี ซึ่งในปีนี้เริ่มมองเห็นผลที่ได้รับแล้วเมื่อความต้องการใช้สังกะสีผสมเพิ่มขึ้นมาเป็น 36,000 ตัน/ปี และในอนาคตสังกะสีจะเข้ามาแทนที่ทองเหลือง(เกิดจากสังกะสีผสมทองแดง) เนื่องจากราคาสังกะสีผสมอยู่ 70-80 กิโลกรัม ขณะที่ราคาทองเหลืองอยู่ที่ 230-240 บาท/กิโลกรัมซึ่งราคาต่างกันถึง 3 เท่าตัว แต่การใช้งานใกล้เคียงกัน และมั่นใจว่าในปี 2558  COE จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการฉีดชิ้นงานสังกะสีมีศักยภาพมากขึ้นเพื่อรับมือกับเขตการค้าเสรีอาเซียน และจะสามารถรับงานจากตลาดอาเซียนได้
 ด้านดร.แฟรงก์ อี. กู๊ดวิน ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีและพัฒนาตลาด สมาคมผู้ผลิตสังกะสีระหว่างประเทศ(International Zinc Association:IZA) กล่าวในฐานะที่ได้รับเชิญให้มาถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมสังกะสีให้กับผู้ประกอบการไทยว่า ปัจจุบันสมาคมมีสมาชิกทั่วโลก 43 บริษัท จะมีอยู่เพียง 2 บริษัทด้านโรงถลุงแร่สังกะสีที่ให้ความสนใจเรื่อง Centre of Excellence:COE คือบริษัทผาแดง อินดัสทรีฯ กับบริษัทในแคนาดา โดยทั้ง 2 บริษัทเห็นความสำคัญของลูกค้า ที่จะช่วยยกระดับให้สินค้ากลางน้ำ ปลายน้ำมีคุณภาพและมาตรฐานดียิ่งขึ้น  และจากที่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ประกอบการในไทย พบว่าชิ้นงานจากการฉีดสังกะสีเป็นที่พอใจของลูกค้า ซึ่งในแง่ของIZA พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีจากต่างประเทศมายังอุตสาหกรรมในไทยขึ้นอยู่ที่ว่าผู้ประกอบการไทยจะรับไปปฏิบัติได้แค่ไหน แต่อย่างไรก็ตาม  10 ประเทศในกลุ่มอาเซียนไทยจะอยู่ในลำดับแรกๆ ของอุตสาหกรรมสังกะสี ซึ่งเวลานี้มีประเทศหลักๆคืออินโดนีเซีย  มาเลเซียและไทย
 ปัจจุบันบริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจเหมืองแร่และโรงถลุงแร่สังกะสีสำหรับผลิตโลหะสังกะสีบริสุทธิ์และโลหะสังกะสีผสมรายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีขนาดกำลังผลิต โลหะสังกะสีอยู่ที่ 110,000 ตัน ในจำนวนนี้แบ่งเป็น โลหะสังกะสีบริสุทธิ์ 80,000 ตัน/ปี และเป็นสังกะสีผสมจำนวน 30,000 ตัน/ปี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,656  28-30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิเคราะห์ข่าว

                การนำเอาสังกะสีที่ใช้แล้วกลับมารีไซเคิลใหม่นั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของวงจรสังกะสีบริสุทธิ์ที่ทางบริษัท ผาแดง ต้องการส่งเสริมและผลักดันให้มีความบริสุทธิ์มากขึ้น, มี%ความเสียหายที่ลดลง เพื่อจะได้ผลักดันให้สังกะสีเป็นวัตถุดิบที่มีศักยภาพเทียบเท่ากับทองเหลืองที่มีราคาสูงกว่าได้ด้วย ทั้งนี้หากผาแดงทำสำเร็จก็จะทำให้ช่องทางในการหาลูกค้าใหม่ๆที่จะนำมาซึ่งการเพิ่มยอดขายของบริษัทในอนาคต

 


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: