ดีเคเอสเอชเดินหน้ารุกแฟชั่น

9 08 2011

สิตางศุ์ เกิดสมบุญ 5220224144

Industry :            Fashion

 

Strategy :              กลยุทธ์เชิงรุก แบบ Direct Attack ทฤษฎีการโจมตีโดยตรง

 

Competitor :       แบรนด์เสื้อผ้า และ Accessories ชั้นนำต่างๆ

ประเด็นข่าว :       ดีเคเอสเอช พร้อมรุกตลาดอีกครั้งด้วยการสร้างความฮือฮา นำเสื้อผ้าแฟชั่นและ Accessories หลากหลายแบรนด์ พร้อมเพิ่มงบลงทุน อัดแคมเปญ กระตุ้นกำลังซื้อ แม่ทัพใหม่ เล็งขยายตลาดแต่ละแบรนด์มากขึ้น เนื่องจากในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดแฟชั่นมีความคึกคักสูง มี market Growth เพิ่มมากขึ้น โดยทางบริษัทได้เตรียมความพร้อมเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ระดับแมส ไปจนถึงพรีเมียม โดยแต่ละแบรนด์ในเครือก็จะใช้กลยุทธ์ต่างๆกันในการเจาะตลาดเพื่อครองใจกลุ่มเป้าหมาย อาทิ รองเท้ายี่ห้อคลากส์ที่จะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์การบอกต่อ หรือ        เรย์แบน ที่เน้นการจัดโปรโมชันรางวัลพิเศษ แจกรางวัลแก่ลูกค้าผู้โชคดี เป็นต้น

ข้อดี :                     เนื่องจากบริษัทฯ มีงบที่จะใช้ลงทุนในการขยายตลาดมาก รวมถึงเป็นผู้นำอันดับต้นๆของตลาดแฟชั่นอยู่แล้ว การใช้กลยุทธ์โจมตีโดยตรงจึงสามารถทำได้ โดยการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับแบรนด์แต่ละแบรนด์เพื่อสร้างความเหมาะสม และคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก นอกจากนี้ยังเน้นในส่วนของช่องทางการจัดจำหน่าย เนื่องจากสินค้าเป็นกลุ่ม Mass จึงมีการขยายตัวอย่างมากไปสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นน้ำทั่วประเทศ ปัจจัยต่างๆเหล่านี้จะทำให้ผู้บริโภคเห็นและจดจำแบรนด์ได้ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของผู้บริโภคอีกด้วย

 

ข้อเสีย :             มีความยุ่งยากในการใช้กลยุทธ์ที่แตกต่าง หลากหลาย ในการเจาะเข้าไปยังกลุ่มป้าหมายของสินค้าในแต่ละประเภท รวมถึงต้องใช้งบประมาณในการลงทุนอย่างสูง เกิดความเสี่ยงในการลงทุนพอสมควรเพราะในตลาดสินค้าแฟชั่นมีคู่แข่งมากราย และมีการแข่งขันกันอย่างสูง

ดีเคเอสเอชเดินหน้ารุกแฟชั่น

ดีเคเอสเอช จัดทัพ รับกระแสแฟชั่นคึกคัก หลายแบรนด์เพิ่มงบ อัดแคมเปญ กระตุ้นกำลังซื้อ แม่ทัพใหม่ เล็งขยายตลาดแต่ละแบรนด์มากขึ้น หลังเข้ารับหน้าที่บริหารเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้านลีวายส์เพิ่มงบ รับตลาดยีนส์โต 15-20%
                นายพรศีล บุทกัสกา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดแฟชั่นคึกคักมากขึ้น และเป็นธุรกิจที่น่าจับตา จากเดิมที่สินค้ากลุ่มเทคโนโลยี ไอที เป็นกลุ่มที่มีข่าวฮือฮาตลอด ตอนนี้กลุ่มแฟชั่นก็เป็นกลุ่มที่น่าสนใจ ซึ่งมองว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสินค้าในกลุ่มยีนส์ที่เข้ามาสร้างกระแส หลายแบรนด์เริ่มให้ข่าวมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมคึกคัก และได้รับความสนใจ ซึ่งส่งผลให้ในปีนี้ ดีเคเอสเอช ให้ความสำคัญกับการรุกตลาดแฟชั่นไลฟ์สไตล์ตรงนี้มากขึ้นด้วย เนื่องจากดีเคเอสเอช มีความพร้อมในสินค้ากลุ่มนี้ ตั้งแต่ระดับแมส ไปจนถึงพรีเมียม
                สินค้าในกลุ่มแฟชั่นไลฟ์สไตล์ และลักชัวรี อาทิ Levi’s, Dockers, ไนกี้, แบลลี่ย์ (BALLY) , รองเท้า Clarks, เรย์-แบน ( Ray- Ban), ปราดา ( Prada), บูลการี่ ( Bvlgari), ทิฟฟานี่ แอนด์ โค( Tiffani & Co.), สปายเดอร์ ( Spyder) และ ร้านแฟรนไชส์ ซันกลาส ฮัท ( Sunglass Hut) เป็นต้น
                ต้นปีที่ผ่านมา นายเควิน คอร์นนิ่ง ผู้จัดการทั่วไป ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ได้เข้ามาดูแลส่วนงานของแบรนด์สินค้าลักชัวรี และมีนโยบายที่จะให้ความสำคัญกับการขยายตลาดของสินค้าในกลุ่มนี้มากขึ้น
                “ดีเคเอสเอช จะให้ความสำคัญกับสินค้าลักชัวรีมากขึ้น จะโฟกัสเยอะขึ้น คุณเควิน จะใช้การตลาดเข้ามาช่วยในการขยายตลาดมากขึ้น หลังจากเข้ามาดูแลกลุ่มสินค้าลักชัวรี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา” นายพรศีลกล่าวและว่า เช่นเดียวกับลีวายส์ ที่เริ่มใช้งบการตลาดเพิ่มขึ้น และประมาณอีก 1 เดือนลีวายส์จะมีแคมเปญการตลาดใหญ่ ซึ่งเป็นแคมเปญโกลบัล ทำร่วมกันกว่า 20 ประเทศ คาดว่าจะช่วยสร้างสีสันและกระตุ้นยอดขายให้กับลีวายส์เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่า จากปีนี้ที่ตลาดยีนส์ มูลค่ากว่า 5,000-6,000 ล้านบาท จะเติบโตอีก 15-20% 
                ลีวายส์ ซึ่งเป็นผู้นำตลาดอยู่แล้ว ปีนี้ตั้งเป้าลีวายส์ 501 ไม่ต่ำกว่า 25% หรือเติบโตเป็นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา จากปัจจุบันที่เติบโตแล้วถึง 15% ซึ่งลีวายส์ 501 ถือเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 25% ของยอดขายลีวายส์ทั้งหมด ขณะที่ ลีวายส์ เคิร์ฟ ไอดี – Levi’s Curve ID ยีนส์สำหรับผู้หญิง ที่เปิดตัวปีที่แล้ว มียอดขายเติบโตประมาณ 5% และแบรนด์ลีวายส์ถือเป็นแบรนด์ที่มี top of mind มากกว่า 90%
                สำหรับครึ่งปีหลัง จะเปิดเพิ่มช็อปลีวายส์ ที่ เทอร์มินัล 21 ซึ่งจะกลายเป็นช็อปที่ใหญ่สุดของลีวายส์ นอกจากนี้ ยังมีที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเชียงราย ส่วนสาขาที่มียอดขายสูง คือ เซ็นทรัลเวิลด์ สยาม พารากอน และเดอะมอลล์ บางกะปิ ส่วนราคา ลีวายส์ไม่มีนโยบายในการเล่นสงครามราคา ส่วนที่เคยจัดแคมเปญลดราคา เกิดจากเศรษฐกิจไม่ดี ปีนี้ส่วนที่มีลดราคามากๆ คือ ลด 30% มีลดที่แฟคตอรี่เอ้าท์เลท 3 วัน ลด 50-60% ในส่วนนี้จะทำให้ได้ลูกค้าเพิ่ม
                ด้านแบรนด์รองเท้าคลากส์ ก่อนหน้านี้ นายชูเกียรติ โตกมลธรรม ผู้จัดการแผนกสินค้าอุปโภค-บริโภค บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีนี้คลากส์จะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์การบอกต่อ พร้อมทั้งมีการกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อรองเท้าถี่ขึ้น มีการปรับกลยุทธ์ในการสั่งของในปริมาณที่มากขึ้นและดีไซน์ที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มเดิมให้กว้างยิ่งขึ้น และเพิ่มกลุ่มใหม่ๆ ที่มีอายุน้อยลง และยังเปิดกลุ่มสินค้าใหม่ คลากส์สปอร์ต เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า

 

ส่วนช่องทางจัดจำหน่ายมีแผนขยายสาขาตามห้างสรรพสินค้าซึ่งมีกว่า 100 จุด ทั่วประเทศ และจะเพิ่มจำนวน Clarks Shop ในประเทศไทย จากปัจจุบันมีอยู่ 5 สาขา โดยปัจจุบันคลากส์มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30% ของตลาดรองเท้าพรีเมียม ที่มีมูลค่ารวมประมาณ 800 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมียอดขายรวม 240 ล้านบาทหรือเติบโตเพิ่มขึ้น 10-15%
                สำหรับเรย์-แบน ก่อนหน้านี้ มีการเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ เวย์ฟาเรอร์  อัลตร้า ลิมิเต็ดอิดิชั่น พร้อมจับมือกับ  Now Travel Asia  จัดโปรโมชันรางวัลพิเศษรับสิทธิ์เข้าพักฟรี ในโรงแรมและรีสอร์ตสุดฮิพและของขวัญอื่นๆให้แก่ลูกค้าแฟนพันธุ์แท้แว่นกันแดดในช่วงเทศกาลซัมเมอร์

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,654  21 – 23  กรกฎาคม พ.ศ. 2554


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: