เอ็มเอสเจาะธุรกิจออร์แกไนเซอร์

9 08 2011

สิตางศุ์ เกิดสมบุญ  5220224144

Industry :            บริการเช่าและขาย

 

Strategy :              กลยุทธ์เชิงรุก แบบ Indirect Attack ทฤษฎีการโจมตีทางอ้อม

 

Competitor :       ซีวิค มีเดีย, ฟอริส, มีเดียวิชั่น, ฟอร์เอฟเวอร์, แมกซ์

ประเด็นข่าว :       เอ็มเอส แฟคทอรี่ ใช้วิธีรุกแบบเงียบๆเจาะตลาดออร์แกไนเซอร์ อีเวนต์ โดยการให้เช่าและขายจอแอลอีดี โดยการขยายธุรกิจ ทุ่มงบกว่า 30 ล้าน จับมือพันธมิตรจีนเปิดโรงงานที่เสินเจิ้น เพื่อนำเข้ามาให้บริการให้เช่าและขายในประเทศไทย ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งสเปกสินค้าได้ตามความต้องการ ในราคาให้เช่าที่ถูกกว่าคู่แข่งในตลาด โดยทางบริษัทได้เปิดเผยว่า แต่ก่อนเมื่อเวลานำเข้าสินค้าจะเสียภาษีเยอะ แต่หลังจากนั้นจึงมีการร่วมทุนกับจีน  โดยซื้อเครื่องจักร ชิ้นส่วน ทางบริษัทสามารถสั่งประกอบได้ แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยคิดกำไรน้อยกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ รวมถึงให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย รวมทั้งการดูแลรักษา และอำนวยความสะดวก สำหรับลูกค้าที่เช่าจอแอลอีดี ทั้งเรื่องการติดตั้งและการดูแลระบบ เป็นต้น

ข้อดี :                     แม้จะเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก แต่ market growth ในตลาดก็มีแนวโน้มที่จะโตขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจาก trend ในปัจจุบันนี้ที่นิยมทำ Marketing Mix ด้วยการจัดงาน Event ฉะนั้นการจะซื้อหรือเช่าจอ LCD จึงเป็นตลาดที่เข้าไปน่าเล่น โดยเอ็มเอส แฟคเทอรรี่ มองเห็นโอกาสทางการตลาด เนื่องจากมีแต่เจ้าที่คิดราคาสูงทั้งนั้น บริษัทจึงใช้การโจมตีทางอ้อม โดยลดราคาให้ถูกกว่าคู่แข่ง รวมถึงดึงจุดเด่นเรื่องการให้บริการหลังการขายมาเพื่อจูงใจให้แก่ลูกค้าอีกด้วย ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ดีที่จะช่วยสร้างความประทับใจ เป็น Word of Mouth ทำให้ Market Share สูงขึ้นในที่สุด

 

ข้อเสีย :             เป็นกลยุทธ์ที่ใครก็ลอกเลียนกันได้ง่ายๆ รวมถึงการใช้การแข่งขันทางด้านราคามาสู้ หากเจ้าใหญ่ที่อยู่ในตลาด ปรับเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์เลียนแบบ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทจะสู้เขาไม่ได้ และหลุดออกจากตลาดไป

 

 

 

 

 

เอ็มเอสเจาะธุรกิจออร์แกไนเซอร์

เอ็มเอส แฟคทอรี่ รุกเงียบเจาะตลาดออร์แกไนเซอร์ อีเวนต์ ให้เช่าและขายจอแอลอีดี ทุ่มงบกว่า 30 ล้าน จับมือพันธมิตรจีนเปิดโรงงานที่เสินเจิ้น เผยลูกค้าแน่น รับภาพรวมเศรษฐกิจดี ส่งผลยอดรายได้แตะ 150 ล้าน เติบโตเฉลี่ย 10 -15% ต่อเนื่องทุกปี ระบุลูกค้ารายใหญ่ จีเอ็มเอ็ม อาร์เอส  โพลีพลัส
                นายแม่สาย ประภาสะวัต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม เอส แฟคทอรี่ จำกัด เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทใช้งบลงทุนกว่า 30 ล้านบาท ในการลงทุนร่วมกับพาร์ตเนอร์จีน เปิดโรงงานผลิตจอแอลอีดี เพื่อนำเข้ามาให้บริการให้เช่าและขายในประเทศไทย โดยมุ่งเจาะให้บริการสำหรับธุรกิจออร์แกไนเซอร์เป็นหลัก ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งสเปกสินค้าได้ตามความต้องการ ในราคาให้เช่าที่ถูกกว่าคู่แข่งในตลาด
                “การเริ่มต้น คือเราซื้อจอมาให้เช่า และขาย เราเริ่มมาประกอบที่นี่ แต่เวลานำเข้าจะเสียภาษีเยอะ หลังจากนั้นจึงมีการร่วมทุนกับจีน เราซื้อเครื่องจักร ชิ้นส่วน โดยจอเราสามารถสั่งประกอบได้ แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ขณะที่ราคาจอต่างกัน 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับคู่แข่ง เราเอากำไรน้อย จากช่องว่างตลาดที่เรามองเห็น เนื่องจากจอของคนอื่นจะมีราคาแพง” นายแม่สายกล่าวและว่า บริษัทยังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย รวมทั้งการดูแลรักษา และอำนวยความสะดวก สำหรับลูกค้าที่เช่าจอแอลอีดี ทั้งเรื่องการติดตั้งและการดูแลระบบ
                ลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัท คือ ธุรกิจออร์แกไนเซอร์ ที่รับจัดงานอีเวนต์ และคอนเสิร์ตต่างๆ โดยปัจจุบันลูกค้าที่ใช้บริการของบริษัท ได้แก่ จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ อาร์เอส โพลีพลัส เจเอสแอล นอกจากนี้ยังมีการสั่งจอไปติดตามสถานที่ต่างๆ อาทิ สยามดิสคัฟเวอรี่ ซิตี้แบงก์ กรมชลประทาน โลตัส ภูเก็ต และจากภาพรวมของเศรษฐกิจที่ดี ส่งผลให้มีงานอีเวนต์เพิ่มมากขึ้นในตลาด ปริมาณการใช้จอในงานต่างๆ จึงเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
                ปัจจุบัน เอ็มเอส แฟคทอรี่ มีลูกค้าเช่าประมาณ 50 ราย และจอขายอีกประมาณ 60 จอ ซึ่งที่ผ่านมาปริมาณความต้องการของตลาดนี้จะไม่สูงนัก เป็นตลาดเฉพาะ แต่บริษัทสามารถสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่องประมาณ 10-15% จากปัจจุบันมีรายได้รวม 150 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขาย 110 ล้านบาท และเช่าอีก 40 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของแต่ละโปรเจ็กต์
                ส่วนคู่แข่งในตลาด มี 4-5 ราย อาทิ ซีวิค มีเดีย, ฟอริส, มีเดียวิชั่น, ฟอร์เอฟเวอร์, แมกซ์ ทำให้การแข่งขันไม่สูง ส่วนความได้เปรียบของคู่แข่งบางราย ที่มีสินค้าครบ ทั้งไลติ้ง และซาวด์นั้น สำหรับในธุรกิจออร์แกไนเซอร์ การเลือกใช้บริการจะไม่เลือกสินค้าจากแหล่งเดียว แต่จะมีการเปรียบเทียบราคา และคุณภาพ ตรงนี้ทำให้บริษัทสามารถแข่งขันกับตลาดได้
                ก่อนหน้านี้ นายธนรัช หงสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีเดีย วิชั่น จำกัด บริษัทให้เช่าอุปกรณ์ภาพ แสง เสียง และเอฟเฟกต์  กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจมีมูลค่าราว 2,000 ล้านบาท มีเดีย วิชั่น มีอัตราการเติบโตในแง่รายได้ต่อเนื่องทุกปีๆ ละ 15-20% ปีที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ 280-300 ล้านบาท มีส่วนแบ่งในตลาดอยู่ 20% และมีส่วนแบ่งในตลาดโพรเฟสชันนัล ซึ่งให้บริการการเช่าอุปกรณ์และออร์แกไนเซอร์ 60% ซึ่งตลาดนี้มีผู้ให้บริการรายใหญ่ 3 ราย ได้แก่ เอวี โปรเจค, พีเอ็ม ออแกไนเซอร์ และมีเดีย วิชั่น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,654  21 – 23  กรกฎาคม พ.ศ. 2554


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: