ไอ.ซี.ซี.จับมือเมเจอร์สร้างสีสันธุรกิจ

14 08 2011

NAME : สุคนธ์ทิพย์ เสาวคนธ์                                         ID :  5220224187 (FLEXIBLE 18)

 

ISSUE NO. : 1                                                                      DATE ISSUE : Week 8       

 

INDUSTRY : ธุรกิจชุดชั้นในสตรี                                       RATING : P1 = POSITIVE

 

DATE NEWS : 5 สิงหาคม 2554                                         SOURCE : www.thanonline.com

 

TOPIC :  ไอ.ซี.ซี.จับมือเมเจอร์สร้างสีสันธุรกิจ

 

STRATEGY : Win without war strategy By Strategic Alliance

 

ประเด็นข่าว

ไอ.ซี.ซี. ผนึก เมเจอร์ แจมธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ เทงบ 60 ล้าน ผลิตหนังไทย 3 เรื่อง ประเดิม ส่งแบรนด์ “วาโก้” สร้างแบรนด์-ทำกิจกรรมการตลาด ประเดิมหนัง “30 กำลังแจ๋ว” พร้อมตั้งเป้ารายได้ 70 ล้านต่อเรื่อง
นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้จับมือกับบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด(มหาชน) ในลักษณะบิสิเนส พาร์ตเนอร์ชิพ ร่วมลงทุนผลิตภาพยนตร์ไทย 3 เรื่อง กับบริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ จำกัด บริษัทในเครือเมเจอร์ ด้วยงบ 60 ล้านบาท ได้แก่ เรื่อง 30 กำลังแจ๋ว, ไอ มิส ยู และ กทม.สวีทตี้  ซึ่งรูปแบบการร่วมมือจะมีทั้งการนำสินค้าของไอ.ซี.ซี.เข้าไป tie-in ในภาพยนตร์ และการทำกิจกรรมการตลาดร่วมกัน โดยเรื่องแรกที่ร่วมมือกัน คือ 30 กำลังแจ๋ว จะมีนำสินค้าแบรนด์วาโก้ เข้าไป tie-in ในเรื่อง ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายประมาณปลายตุลาคมนี้
ADVANTAGE

สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท ไอ.ซี.ซี ที่ต้องการให้เคาน์เตอร์ของวาโก้ที่มีอยู่ 400 กว่าสาขา และสินค้าอื่นๆในเครือที่จะร่วมเข้าโปรโมทด้วย เพื่อให้ภาพลักษณ์ดีขึ้นและมีความแปลกใหม่ ซึ่งจะใช้เอนเตอร์เทนเมนต์เข้ามาเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการตลาด อีกทั้งคาดว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยจะเติบโตจากครึ่งปีแรกอีกประมาณ 20%

ANALYSIS

บริษัท ไอ.ซี.ซี. ได้นำกลยุทธ์ Win without war strategy By Strategic Alliance มาใช้ โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้ เป็น Strategic Partner ซึ่งเป็นมากกว่าการเป็นสปอนเซอร์ หรือผู้สนับสนุนทั่วไป ถือเป็นบิสิเนสโมเดลใหม่ ที่มีการแบ่งรายได้กันตามสัดส่วนการลงทุน โดยเป้าหมายรายได้ของภาพยนตร์ต่อเรื่องไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท จากงบลงทุน 30-50 ล้านบาทต่อเรื่อง ซึ่งในแต่ละปีเอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ มีเป้าหมายการผลิตภาพยนตร์ไทยออกสู่ตลาดประมาณ 4-5 เรื่อง การร่วมทุนในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจภาพยนตร์ไทยขยายตัวได้อีก ส่วนการร่วมมือกับเมเจอร์นั้น นอกเหนือจากการร่วมลงทุนในปีนี้ และการเป็นเนมมิ่งสปอนเซอร์ ของโรงภาพยนตร์ที่เอสพลานาด การ่วมลงทุนในปีหน้า ขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลงระหว่างสองบริษัท โดยมองว่าการร่วมมือต้องได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งบริษัทเน้นการร่วมมือในระยะยาว ไม่ใช่การตีหัวเข้าบ้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

RATING  : P1 = POSITIVE , P2 = POWERFUL ,N1 = NEUTRAL ,N2 = NEGATIVE

 

ไอ.ซี.ซี.จับมือเมเจอร์สร้างสีสันธุรกิจ

ไอ.ซี.ซี. ผนึก เมเจอร์ แจมธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ เทงบ 60 ล้าน ผลิตหนังไทย 3 เรื่อง ประเดิม ส่งแบรนด์ “วาโก้” สร้างแบรนด์-ทำกิจกรรมการตลาด ประเดิมหนัง “30 กำลังแจ๋ว” พร้อมตั้งเป้ารายได้ 70 ล้านต่อเรื่อง
นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้จับมือกับบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด(มหาชน) ในลักษณะบิสิเนส พาร์ตเนอร์ชิพ ร่วมลงทุนผลิตภาพยนตร์ไทย 3 เรื่อง กับบริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ จำกัด บริษัทในเครือเมเจอร์ ด้วยงบ 60 ล้านบาท ได้แก่ เรื่อง 30 กำลังแจ๋ว, ไอ มิส ยู และ กทม.สวีทตี้  ซึ่งรูปแบบการร่วมมือจะมีทั้งการนำสินค้าของไอ.ซี.ซี.เข้าไป tie-in ในภาพยนตร์ และการทำกิจกรรมการตลาดร่วมกัน โดยเรื่องแรกที่ร่วมมือกัน คือ 30 กำลังแจ๋ว จะมีนำสินค้าแบรนด์วาโก้ เข้าไป tie-in ในเรื่อง ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายประมาณปลายตุลาคมนี้
“มันจะทำให้เคาน์เตอร์ของสินค้าเรา มีอะไรที่แปลกๆ ใหม่ๆ จากจำนวนเคาน์เตอร์ของวาโก้ที่มีอยู่ 400 กว่าแห่ง การร่วมมือกันในครั้งนี้ เอนเตอร์เทนเมนต์ จะเข้ามาเป็น 1 ในเครื่องมือทางการตลาด ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าดีขึ้น มีสีสันมากขึ้น” นายบุญเกียรติกล่าวและว่า นอกจากวาโก้แล้วจะมีสินค้าอื่นๆ ในเครือเข้าร่วมโปรโมตภาพยนตร์ด้วย รวมทั้งมีการนำสินค้าอื่นๆ ของบริษัทร่วมกิจกรรมการตลาดกับภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ โดยมองว่า การ tie-in สินค้าในภาพยนตร์ ถือเป็นผลพลอยได้ของการร่วมทุนในครั้งนี้
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้ เป็น Strategic Partner ซึ่งเป็นมากกว่าการเป็นสปอนเซอร์ หรือผู้สนับสนุนทั่วไป ถือเป็นบิสิเนสโมเดลใหม่ ที่มีการแบ่งรายได้กันตามสัดส่วนการลงทุน โดยเป้าหมายรายได้ของภาพยนตร์ต่อเรื่องไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท จากงบลงทุน 30-50 ล้านบาทต่อเรื่อง ซึ่งในแต่ละปีเอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ มีเป้าหมายการผลิตภาพยนตร์ไทยออกสู่ตลาดประมาณ 4-5 เรื่อง การร่วมทุนในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจภาพยนตร์ไทยขยายตัวได้อีก
จากปีนี้ที่มีภาพยนตร์ไทยเข้าฉาย 50-60 เรื่อง ภาพยนตร์ส่วนใหญ่สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50% ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเทียบอัตรารายได้ต่อเรื่อง จะสูงกว่าภาพยนตร์ต่างประเทศ ที่เข้าฉายกว่า 120 เรื่องต่อปี เนื่องจากภาพยนตร์ไทยสามารถเข้าฉายได้ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด ที่มีการตอบรับภาพยนตร์ไทยดีมาก โดยปีนี้คาดว่าทั้งอุตสาหกรรมจะเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก ขณะที่เมเจอร์ ครึ่งปีแรก เติบโตประมาณ 20%
นายบุญเกียรติ กล่าวอีกว่า ไอ.ซี.ซี.ครึ่งปีแรกรายได้เติบโตแล้วประมาณ 14% เติบโตกว่าเป้าที่ตั้งไว้ คาดว่าถึงสิ้นปี โดยภาพรวมของบริษัทจะสร้างรายได้เติบโตตามเป้า 12% โดยเติบโตจากยอดขาย สินค้าใหม่ วิธีการทำตลาดใหม่ๆ และการขยายตลาดใหม่ๆ โดยสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ ยังมาจากในประเทศ ส่วนต่างประเทศมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 4-5%
ส่วนการร่วมมือกับเมเจอร์นั้น นอกเหนือจากการร่วมลงทุนในปีนี้ และการเป็นเนมมิ่งสปอนเซอร์ ของโรงภาพยนตร์ที่เอสพลานาด การ่วมลงทุนในปีหน้า ขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลงระหว่างสองบริษัท โดยมองว่าการร่วมมือต้องได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งบริษัทเน้นการร่วมมือในระยะยาว ไม่ใช่การตีหัวเข้าบ้าน
ด้านนายเผด็จ หงษ์ฟ้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มพิคเจอร์ส จำกัด(มหาชน) และกรรมการ บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ตั้งเป้ารายได้รวม 1,200 ล้านบาท จากปีที่แล้วมีรายได้ 980 ล้านบาท และเป็นปีแรกที่บริษัททำกำไร ขณะที่ปีนี้ ไตรมาสแรก บริษัทมีกำไรแล้วกว่า 27 ล้านบาท มีการเติบโตกว่า 800% จากปริมาณภาพยนตร์ซึ่งปีนี้จะมีทั้งหมด 120 เรื่อง แบ่งเป็นภาพยนตร์เข้าฉายในโรง 36 เรื่อง โดยสัดส่วนรายได้ แบ่งเป็นรายได้จาก เอ็มพิคเจอร์ส ซึ่งซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาฉาย 350 ล้านบาท บริษัทเอ็มวีดีฯ ดำเนินธุรกิจโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ 650 ล้านบาท และบริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ 200 ล้านบาท

ที่มา :  www.thanonline.com โดย : ธุรกิจการตลาด Marketing วันที่ 5 สิงหาคม 2554

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=77839:2011-08-05-02-55-42&catid=106:-marketing&Itemid=456


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: