เบบี้ กิ๊ฟ ลุยตลาดคาร์ซีต

22 08 2011

NAME : สุคนธ์ทิพย์ เสาวคนธ์                                     ID :  5220224187 (FLEXIBLE 18)

 ISSUE NO. : 1                                                  DATE ISSUE : Week 9       

 INDUSTRY : ธุรกิจเก้าอี้นิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็ก        RATING : P1 = POSITIVE

 DATE NEWS : 12 สิงหาคม 2554                SOURCE : www.thanonline.com

TOPIC :  เบบี้ กิ๊ฟ ลุยตลาดคาร์ซีต

STRATEGY : Offensive by Innovation , เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย

 ประเด็นข่าว

เบบี้ กิ๊ฟ เร่งขยายตลาดคาร์ซีตลุยต่างจังหวัด ลุยปั้นแบรนด์ “อะปริก้า” เน้นให้ความรู้และสร้างนวัตกรรมที่ แตกต่างจากคู่แข่ง ชิงเค้ก 100 ล้านบาท วาดเป้า 5 ปี ขึ้นแท่นผู้นำตลาด
ADVANTAGE

การแข่งขันของตลาดกลุ่มเก้าอี้นิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็กยังไม่รุนแรงมากนัก เป็นตลาดที่ยังเล็ก แต่ตลาดยังสามารถเติบโตได้อีกมาก ซึ่งมีคู่แข่งที่รุกตลาดอย่างจริงจังเพียง 1-2 รายเท่านั้น   

ANALYSIS

                บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้นำกลยุทธ์เชิงรุกมาใช้โดยการสร้างแบรนด์จะเน้นนวัตกรรมสินค้าที่แตกต่างจากคู่แข่งเป็นตัวผลักดันแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง รวมทั้งมีแผนการสร้างแบรนด์สินค้า ภายใต้แบรนด์เอเลเบเบ ที่เป็นผลิตภัณฑ์คาร์ซีตจากประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเติม โดยบริษัทได้ตั้งโชว์รูมจำหน่ายและทดลองสินค้าที่ถนนกรุงธนบุรี ติดกับสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ และยังขยายช่องทาง การจำหน่ายไปที่พารากอน ดีพาร์ทเม้นสโตร์ และ เซ็นทรัล ดีพาร์ทเม้นสโตร์ สาขา ชิดลม บางนา และแจ้งวัฒนะ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงได้มากขึ้น และในอนาคต บริษัทมีโครงการขยายจุดจำหน่ายเพิ่มเติมที่ห้างสรรพสินค้าอีก 2-3 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีกด้วย ผ่านห้างเซ็นทรัลและเดอะมอลล์ นอกจากนี้บริษัทได้จัดโครงการ “รักลูก..ให้รอดปลอดภัย..เมื่อใช้รถ” ซึ่งได้สนับสนุนให้เด็กใช้คาร์ซีต และ บูสเตอร์ ซีต (ที่นั่งเสริม) ที่มีขนาดเหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ ไป

RATING  : P1 = POSITIVE , P2 = POWERFUL ,N1 = NEUTRAL ,N2 = NEGATIVE

เบบี้ กิ๊ฟ ลุยตลาดคาร์ซีต

เบบี้ กิ๊ฟ เร่งขยายตลาดคาร์ซีตลุยต่างจังหวัด ลุยปั้นแบรนด์ “อะปริก้า” เน้นให้ความรู้และสร้างนวัตกรรมที่ แตกต่างจากคู่แข่ง ชิงเค้ก 100 ล้านบาท วาดเป้า 5 ปี ขึ้นแท่นผู้นำตลาด
                นางสาวอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หลังจากที่บริษัทได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ อะปริก้า (Aprica) และ เอเลเบเบ (Ailele) จากบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นในประเทศ ไทย 3 ปี แผนการรุกตลาดในปีนี้ บริษัทจะเน้นสร้าง
แบรนด์สินค้าในกลุ่มคาร์ซีต หรือเก้าอี้นิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็ก ภายใต้แบรนด์อะปริก้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างก่อน เพื่อสร้างการรับรู้และขยายตลาดไปในส่วนสินค้าที่เหลืออีก 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเก้าอี้รถเข็นสำหรับเด็ก เก้าอี้กินข้าวสำหรับเด็ก และกลุ่มแอ็กเซสซอรี โดยจะเน้นการให้ความรู้และเน้นความแตกต่างของนวัตกรรมที่แตกต่างจากคู่แข่งผ่านช่องทางจำหน่ายต่างๆ รวมถึงการเจาะตรงถึงผู้บริโภคผ่านสื่อออนไลน์ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านแม็กกาซีนที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ใช้งบการรุกตลาดประมาณ 5 ล้านบาท “เหตุผลที่บริษัทใช้กลุ่มเก้าอี้นิรภัยในรถยนต์สร้างแบรนด์ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคนั้น เนื่องจากการแข่งขันของตลาดดังกล่าวไม่รุนแรงมากนัก และเป็นตลาดที่ยังเล็ก โดยมีมูลค่าตลาดเพียง 100 ล้านบาท แต่ตลาดยังสามารถเติบโตได้อีกมาก ซึ่งมีคู่แข่งที่รุกตลาดอย่างจริงจังเพียง 1-2 รายเท่านั้น คือแบรนด์ คอมบิจากประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นเจ้าตลาด มีส่วนแบ่งประมาณ 30% ใกล้เคียงกับแบรนด์คู่แข่งคลูคิดส์ ที่อยู่ในตลาดมาระยะหนึ่ง ดังนั้นการสร้างแบรนด์จะเน้นนวัตกรรมสินค้าที่แตกต่างจากคู่แข่งเป็นตัวผลักดันแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง โดยเฉพาะความเป็นเก้าอี้นิรภัยที่สามารถปรับเป็นเตียงนอนได้ ขณะที่คู่แข่งจะเป็นแค่ลักษณะกึ่งนั่งกึ่งนอน มุ่งจับลูกค้าระดับบีขึ้นไป”รวมทั้งมีแผนการสร้างแบรนด์สินค้า ภายใต้แบรนด์เอเลเบเบ ที่เป็นผลิตภัณฑ์คาร์ซีตจากประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเติม โดยบริษัทได้ตั้งโชว์รูมจำหน่ายและทดลองสินค้าที่ถนนกรุงธนบุรี ติดกับสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ และยังขยายช่องทาง การจำหน่ายไปที่พารากอน ดีพาร์ทเม้นสโตร์ และ เซ็นทรัล ดีพาร์ทเม้นสโตร์ สาขา ชิดลม บางนา และแจ้งวัฒนะ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงได้มากขึ้น และในอนาคต บริษัทมีโครงการขยายจุดจำหน่ายเพิ่มเติมที่ห้างสรรพสินค้าอีก 2-3 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีกด้วย ผ่านห้างเซ็นทรัลและเดอะมอลล์ นอกจากนี้บริษัทได้จัดโครงการ “รักลูก..ให้รอดปลอดภัย..เมื่อใช้รถ” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานราชการและสาธารณสุข เพื่อรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็กขณะอยู่ในรถยนต์ ซึ่งได้สนับสนุนให้เด็กใช้คาร์ซีต และ บูสเตอร์ ซีต (ที่นั่งเสริม) ที่มีขนาดเหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ ไปจนถึงอายุ 9 ขวบ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนรถยนต์ โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 30 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อน 30% และวาดเป้าจะขึ้นเป็น ผู้นำตลาดในกลุ่มเก้าอี้นิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็กภายใน 5 ปีข้างหน้า

ที่มา :  www.thanonline.com โดย : ธุรกิจการตลาด Marketing วันที่ 12 สิงหาคม 2554

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=78898:2011-08-12-03-54-10&catid=106:-marketing&Itemid=456


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: