ไฮเนเก้นลดอัตราเสี่ยงคนซดเบียร์หด

25 08 2011

สรุปข่าว:  ไฮเนเก้น พยายามหาวิธีการลดต้นทุนเพื่อรองรับภาวะตลาดที่หดตัวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาษีสรรพสามิตปรับขึ้น ด้วยการปรับแผนการบริหารจัดการต้นทุน ลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ Supply chain

วิเคราะห์ข่าว: จากภาวะตลาดเบียร์ในประเทศไทยที่หดตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไฮเนเก้นปรับแผนบริหารการจัดการทรัพยากรและพลังงาน โดยพยายามลดต้นทุนและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกลยุทธ์หลักที่ไฮเนเก้นได้นำมาใช้ คือ การบริหารจัดการระบบ Supply chain, SCM ให้มีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนรวมของทั้งระบบลดลง ซึ่งมองว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจนี้ได้

กลยุทธ์ที่ใช้: Defensive Strategy – SCM

แหล่งที่มา:  เว็บไซน์ฐานเศรษฐกิจ วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม 2554

เนื้อหาข่าว: ไฮเนเก้น เผยแผนบริหารจัดการต้นทุน ลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพ รองรับตลาดเบียร์ไทยหดตัวต่อเนื่อง พร้อมผนึกกำลังไฮเนเก้น ทั่วโลกลดการใช้พลังงานตั้งเป้า 12 ปี ลดการใช้พลังงานลง 40% ขณะที่โรง งานในไทย 3 ปี ลดไปแล้ว 15%

                นายมาร์ค เดอ เมเยอร์ ผู้อำนวยการแผนกซัพพลายเชน บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากภาวะตลาดเบียร์เมืองไทยที่หดตัวต่อเนื่อง ทำให้นอกจากการควบคุมคุณภาพการผลิต ให้ได้ตามมาตรฐานเบียร์ไฮเนเก้นแล้ว บริษัทยังต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดอัตราเสี่ยง ลดการสูญเสีย ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง “ในช่วง 2-3 ปีที่ตลาดเบียร์มีปัญหา เรามีปัจจัยที่เป็นปัญหาคือเรื่องค่าแรง ค่าจ้างพนักงาน ซึ่งเราลดลงไม่ได้ ตรงนั้นทำให้ต้นทุนเราสูงขึ้น เพราะเราทำงานเป็นทีม ดังนั้น พนักงานจึงเป็นทรัพยากรที่เราต้องคงไว้ เราพยายามหาทางลดต้นทุนด้วยวิธีอื่น ในขณะที่ภาษีสรรพสามิตปรับขึ้น ทำให้ตลาดเบียร์ไม่ขยายตัว” นายเมเยอร์กล่าวว่า ไฮเนเก้นพยายามลดขั้นตอนการผลิตที่ทำให้เกิดการสูญเสีย ภายใต้การบริหารจัดการ เช่น พยายามลดส่วนเบียร์ที่ไม่ได้คุณภาพ การบริหารจัดการเวลาทำงานของพนักงาน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการบำรุงรักษาเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ส่วนวิธีบริหารจัดการระบบซัพ-พลายเชน และกระบวนการผลิตทั้งหมด ไฮเนเก้นให้ความสำคัญกับคน มีการพัฒนาคน โดยการมอบหมายงานให้รับผิดชอบ ให้อำนาจในการตัดสินใจ และให้ทักษะความรู้ตลอดเวลา นอกเหนือจากการควบคุมระบบการผลิตตามมาตรฐานของไฮเนเก้น ซึ่งทั้งหมดจะผสมผสาน (Integrate) ระบบการทำงานทุกอย่างเข้าด้วยกันภายใต้ระบบเดียว ซึ่งกระบวนการทำงานทั้งหมด จะมาจากการคาดการณ์ล่วงหน้าของยอดขายที่แม่นยำ ซึ่งดำเนินการโดยมีทีมงานฝ่ายขาย “การคาดการณ์ล่วงหน้าแม่นยำ ไม่งั้นจะทำให้การบริหารต้นทุนมีปัญหา ซึ่งความแม่นยำจะบวกลบประมาณ 10% ปัจจุบันเรามีการสต๊อกสินค้าประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนของแท็งค์หรือหม้อหมัก จะมีเบียร์ที่สามารถรองรับตลาดได้ประมาณ 1 เดือน มอลต์ในไซโรอีกประมาณ 1 เดือน” นายเมเยอร์กล่าว นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายการลดการใช้พลังงานทั้งหมด มีการลงทุนเรื่องเครื่องจักร และเทคโนโลยี ที่สามารถ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดการใช้พลังงาน และลดอัตราการสูญเสีย โดยไฮเนเก้นทั่วโลก มีเป้าหมายการลดใช้พลังงานลงให้ได้ 40% ตั้งแต่ปี 2008-2020 ขณะที่ประเทศไทยได้ดำเนินการมา ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว เช่น มีการเปลี่ยนหลอด ไฟ เป็นหลอดไฟประหยัดพลังงาน การใช้ระบบคอมเพรสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ตู้แช่ที่วางในตลาด เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ใช้พลังงานต่ำเป็นระบบไฮโดรคาร์บอน ทำให้ใช้พลังงานน้อยกว่าเดิม 40% ระบบการขนส่ง ใช้รถที่เติมก๊าซ NGV การขนส่งต่อเที่ยวต้องเพิ่มปริมาณให้ได้มากที่สุด การเปลี่ยนตัวโครงรถขนส่ง จากรถเหล็ก มาเป็นรถอะลูมิเนียม ทำให้รถมีน้ำหนักเบา ประหยัดพลังงานขึ้นโดยที่ผ่านมาภายใน 3 ปี ลดไปได้แล้วประมาณ 15%

 

วรรณธนี นวลมาก   5220224112


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: