‘วรเนติ หล้าพระบาง’เปิดโมเดล’ไทยสมายด์’

30 08 2011

วิเคราะห์ข่าว

            เนื่องการบินไทยมองว่าพฤติกรรมบางส่วนของลูกค้าเปลี่ยนไป โดยเฉพาะลูกค้าที่เดินทางระยะใกล้ๆต้องการความหรูหราน้อยลง และให้ความสำคัญของการบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มน้อยลง แต่ต้องการความคุ้มค่าของราคามากกว่า ดังนั้นการบินไทยจึงส่ง Sub brand อย่าง “ไทยสมายด์” เพื่อเจาะกลุ่มตลาดที่มีความต้องการต่างออกไป โดยเฉพราะลูกค้าคอร์ปอเรตที่เป็นระดับเอสเอ็มอีของไทย ที่ถือเป็นกลุ่มที่เดินทางบ่อยมาก ทั้งการบินข้ามจังหวัดและบินตามเมืองใกล้ๆ รวมถึงผู้โดยสารคนไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่ และกลุ่มที่เดินทางในภูมิภาคนี้ ซึ่งคนกลุ่มนี้ต้องการความคล่องตัวในการเดินทาง ซึ่งเที่ยวบินของไทยสมายด์มีความถี่ของเที่ยวบินสูงจึงสามารถที่จะรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ซึ่งด้วยการให้บริการที่เป็นจุดเด่นของไทยสมายด์ คือ ความเป็นเทรนดี้ แอร์ไลน์ เป็นสายการบินที่ทันสมัยและเฟรนด์ลี่ ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและรวดเร็ว ทำให้ไทยสมายด์น่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ที่มา: จากเว๊บไซต์ฐานเศรษฐกิจ วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2011

กลยุทธ์: Defensive Strategy

เนื้อหาข่าว

                ทิศทางของ”ไทยสมายด์”สายการบิน Sub-Brand ของการบินไทย จะมาช่วยเติมเต็มฐานลูกค้าในอีกกลุ่มตลาดที่การบินไทยเจาะเข้าไปไม่ถึงได้อย่างไร และแบรนด์ใหม่นี้จะมีกลยุทธ์ในดำเนินธุรกิจอย่างไร อ่านได้จากสัมภาษณ์ นายวรเนติ หล้าพระบาง กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัด บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)

++เน้นจุดขายความคุ้มค่า

                การเกิดขึ้นของ “ไทยสมายด์”(THAI Smile) ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งของการบินไทย ที่เรามองว่าการบินไทยต้องการนำเสนอโปรดักต์ใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค เพราะการบินไทยอยู่ในตลาดนี้มากว่า 51 ปี มีจุดขายของความเป็นสายการบินระดับโกลบัล ที่มีความหรูหรา สง่างาม เป็นที่ยอมรับสำหรับลูกค้าจากยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ที่เมื่อเดินทางมาไทย ก็อยากสัมผัสความเป็นไทยที่สง่างาม ตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นเครื่องบินมา แต่ตอนนี้พฤติกรรมบางส่วนของลูกค้าเปลี่ยนไป ส่งผลให้เกิดโมเดลใหม่ทางธุรกิจเกิดขึ้น เมื่อลูกค้าที่เดินทางระยะใกล้ๆต้องการความหรูหราน้อยลง การบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ถูกลดความสำคัญลง แต่ต้องการความคุ้มค่าของราคามากกว่า ไทยสมายด์ จึงเป็นโปรดักต์ใหม่ ที่มีตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ที่เป็น Light Premium ซึ่งไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เดียวกับสายการบินต้นทุนต่ำ แต่จะเป็น Sub-Brand ของการบินไทยที่ต้องการสร้างความแตกแต่ง เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ลูกค้า ดังนั้นบริการของไทยสมายด์ จะมีบริการในหลายเรื่องที่ใกล้เคียงกับการบินไทย คือ ผู้โดยสารสามารถเลือกที่นั่ง มีบริการอาหารและเครื่องดื่ม สะสมไมล์รอยัล ออร์คิด พลัสได้ ได้รับน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระสำหรับเที่ยวบินในประเทศได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม แต่การบริการอาจจะไม่ได้พรีเมียมหรือหรูหราเท่าการบินไทย เพราะการลดความหรูหราลง ก็จะทอนมาเป็นความคุ้มค่าของราคาที่ผู้โดยสารจะได้รับ ซึ่งก็เป็นการเจาะฐานลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่เกิดขึ้นในตลาดธุรกิจการบิน ภายใต้การบริหารงานแบบบิสิเนส ยูนิต ไม่ได้แยกไปจัดตั้งบริษัทใหม่ และไม่ใช่สายการบินใหม่ เนื่องจากยังคงใช้แอร์ไลน์โค้ดเป็น TG เช่นเดียวกับการบินไทย เพียงแต่จะมีการบริหารงานและคณะกรรมการบริหารที่แยกออกไป เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงาน โดยฐานลูกค้าของไทยสมายด์ มากกว่าครึ่งจะเป็นกลุ่มลูกค้าคอร์ปอเรตที่เป็นระดับเอสเอ็มอีของไทย ที่ถือเป็นกลุ่มที่เดินทางบ่อยมาก ทั้งการบินข้ามจังหวัดและบินตามเมืองใกล้ๆ รวมถึงผู้โดยสารคนไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่ และกลุ่มที่เดินทางในภูมิภาคนี้ ซึ่งคนกลุ่มนี้ต้องการความคล่องตัวในการเดินทาง ซึ่งเที่ยวบินของไทยสมายด์ก็จะมีความถี่ของเที่ยวบินสูง แตกต่างจากลูกค้าของการบินไทยที่ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าจากกลุ่มลองฮอลล์จากยุโรปเป็นหลัก ทั้งนี้ตามแผนกลยุทธ์ การบินไทยต้องการสร้างให้มีหลายแบรนด์เพื่อรองรับกลุ่มตลาดที่แตกต่างกัน โดยไทยสมายด์ เป็น Light Premium เจาะตลาดริจินัลมีฐานการบินอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนนกแอร์ ที่การบินไทยถือหุ้นอยู่ ก็จะเป็นตลาดโดเมสติก มีฐานการบินอยู่ที่สนามบินดอนเมือง และในอนาคตการบินไทยก็อยากมีอัลตร้า โลว์คอสต์เพื่อเจาะตลาดล่าง เพราะการมีหลายแบรนด์จะทำให้รองรับการแข่งขันในธุรกิจการบินที่เพิ่มสูงขึ้นจากแนวโน้มการเปิดเสรีการบินในปี 2558

++ชุจุดเด่นความทันสมัย

                ส่วนจุดเด่นของไทยสมายด์ คือ ความเป็นเทรนดี้ แอร์ไลน์ เป็นสายการบินที่ทันสมัยและเฟรนด์ลี่ (Trendy-Friendly) ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและรวดเร็ว ซึ่งลูกค้าจะสัมผัสได้จากรูปลักษณ์และความรู้สึก จากการแตกต่างของเครื่องบินที่การดีไซน์ของเครื่องบิน ซึ่งทาง Priestman Goode U.K. จะเป็นผู้ออกแบบตกแต่งภายในห้องโดยสารเครื่องบินแอร์บัสเอ 320 ทั้ง 11 ลำ ที่จะเป็นฝูงบินของไทยสมายด์ ซึ่งจะเช่าจากการบินไทยมาดำเนินธุรกิจด้วย คาดว่าในอีก 1-2 เดือนนี้คงจะเริ่มเห็นรูปลักษณ์ของเครื่องบิน ที่จะมีสีสันความทันสมัย แต่ในส่วนของหัวและหางเครื่องบิน ก็ยังคงเป็นสีม่วงมีโลโกของการบินไทยอยู่ รวมไปถึงรูปลักษณ์ของอุปกรณ์เครื่องใช้ คาแรกเตอร์ของพนักงานรุ่นใหม่ และระบบไอทีที่ทันสมัย ซึ่งไทยสมายด์จะเน้นการขายผ่านอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก ซึ่งรูปลักษณ์และความรู้สึกเหล่านี้ จะช่วยทำให้ใกล้ชิดกับลูกค้าได้มากขึ้น ขณะที่การทำโปรโมชันของไทยสมายด์จะไม่เห็น เราทำราคา 0 บาทหรือ 3 บาท เพราะไทยสมายด์ไม่ใช่โลว์คอสต์ และการทำโปรโมชันในราคาแบบนี้ก็เป็นเพียงกลยุทธ์ในการทำมาร์เก็ตเท่านั้น ซึ่งก็มีไม่กี่ที่นั่ง และผู้โดยสารยังต้องไปจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆอีกมากมาย ที่เมื่อรวมราคาที่ต้องจ่ายแล้วก็ไม่ได้ถูกจริง ดังนั้นเราจะไม่ทำโปรโมชันในราคาต่ำแบบนี้เพื่อทำให้ผู้โดยสารคาดหวัง แต่ราคาโปรโมชัน 700-800 บาทอาจจะได้เห็น และจุดหลักเราจะเน้นไปที่การนำเสนอโปรดักต์ของไทยสมายด์ที่เน้นความเป็น “Good Price High value” ซึ่งราคาตั๋วโดยสารของไทยสมายด์จะมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับวันและเวลาในการเดินทาง เช่น วันพุธจะถูกกว่าวันศุกร์ เป็นต้น รวมไปถึงจะมีเอ็กซ์ตร้า ชาร์จ เช่น ลูกค้าสามารถเลือกอาหารที่นอกเหนือจากอาหารที่เสิร์ฟ โดยจ่ายเงินเพิ่ม เป็นต้น และมั่นใจว่าไทยสมายด์จะเป็นที่รู้จักในตลาดโดยเร็วจากฐานลูกค้าของการบินไทยที่มีอยู่แล้ว จึงเชื่อว่าจะสร้างตลาดได้ในเวลาไม่นาน อีกทั้งเมื่อรวมกับเรื่องการโอเปอเรชันหลักๆที่มาจากการบินไทย ทั้งมาตรฐานความปลอดภัย นักบิน การซ่อมบำรุง ที่จะเป็นการซื้อบริการจากการบินไทย ซึ่งจากจุดแข็งและจุดเด่นของไทยสมายด์ ก็มั่นใจว่าไทยสมายด์จะแข่งขันได้ และไม่วิตกว่าจะมีการรับน้อง เพราะเรามีจุดที่แข็งขันได้

++ไฟลต์แรกอุบล 1 ก.ค.55

                ส่วนแผนในการปฏิบัติการบินนั้น เครื่องบินแอร์บัสเอ320 ทั้ง 11 ลำ ซึ่งมีทั้งการเช่าและเช่าซื้อ จะเริ่มทยอยรับมอบปีแรก 4 ลำ ปีที่ 2 รับมอบ 2 ลำ ปีที่ 3 รับมอบอีก 2 ลำและปีที่ 4 รับมอบอีก 3 ลำ โดยลำแรกจะรับมอบในเดือนมิถุนายน 2555 ดังนั้นไทยสมายด์ จึงวางแผนจะเปิดบินไฟลต์แรกในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ในเส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี โดยตามแผนในช่วงปีแรก คือ ปี 2555 จะทำการบินใน 5 เส้นทางจากกรุงเทพฯ ได้แก่ อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น เชียงราย และสุราษฎร์ธานี ซึ่งหากไทยสมายด์ ทำการบินในเส้นทางเหล่านี้ การบินไทยก็จะถอนจุดบินในเส้นทางเหล่านี้ออก เพราะการใช้แอร์บัสเอ320 ทำการบินแม้จะเป็นเครื่องบินขนาด 174 ที่นั่งเล็กลง จากเดิมที่การบินไทยใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737 อยู่ แต่จะเน้นความถี่ในการบินที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ในปีที่ 2 คือ ราวกลางปี 2556 เป็นต้นไป จะเปิดให้บริการจุดบินระหว่างประเทศ โดยเน้นจุดบินในแถบจีนตอนใต้ อินเดีย และจุดบินในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมองไว้หลายเมือง เช่น ย่างกุ้ง ทริภูวันดัม พุทธคยา พาราณสี อะมีดะบัด โคลัมโบ ซัวเถา ปีนัง เสินเจิ้น มาเก๊า และยังมองถึงการเปิดจุดบินสู่สมุยด้วย ซึ่งเส้นทางบินระหว่างประเทศเหล่านี้หากไทยสมายด์บินในจุดบินเหล่านี้ การบินไทยก็จะถอนออกไปเช่นกัน

+ล็อตแรกรับพนักงาน 140 คน

                ส่วนความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดบินในปีหน้านั้น ในช่วงนี้การบินไทยกำลังอยู่ระหว่างการเซตอัพระบบต่างๆ ทั้งในเรื่องโครงสร้าง ทีมงาน ระบบไอที รวมถึงระบบการทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการในปีหน้า ซึ่งนอกจากการจัดโครงสร้างการดำเนินธุรกิจของไทยสมายด์ ให้เป็นส่วนหนึ่งของการบินไทย โดยตั้งเป็นหน่วยธุรกิจการบินราคาประหยัดขึ้นมาดูแลโดยตรงแล้ว ในส่วนของทีมงาน ก็จะมีทีมบริหารที่จะมีคนจากการบินไทยส่วนหนึ่ง เข้ามาช่วยบริหารภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการซึ่งมีกรรมการผู้อำนวยการใหญ่(ดีดี) การบินไทยเป็นประธานและระดับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อีกบางส่วนร่วมเป็นกรรมการ รวมถึงการรับพนักงานใหม่อีกกว่า 140 คนในช่วงปีแรกของการเปิดให้บริการ โดยจะทยอยเปิดรับสมัครพนักงานได้ในราวปลายปีนี้ ซึ่งเป็นการว่าจ้างผ่านทางบริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอาต์ซอร์ซ ที่การบินไทยเป็นผู้ถือหุ้น ที่ในช่วงแรกจะเปิดรับสมัครนักบิน 40 คน เป็นการรับนักบินใหม่และมีบางส่วนที่เป็นนักบินที่เกษียณจากการบินไทย การเปิดรับสมัครลูกเรือราว 100 คน และที่เหลือเป็นพนักงานฝ่ายปฏิบัติการ สำหรับการรับสมัครลูกเรือนั้น จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการรับสมัครว่าจะต้องมีอายุแรกเข้างานไม่เกิน 24 ปี และจะมีการกำหนดวาระในการทำงาน 3 ปี 5 ปี 6 ปี แต่จะไม่ให้เกิน 6 ปี เนื่องจากไทยสมายด์ต้องการคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน เพื่อให้เข้ากับคาแรกเตอร์ของไทยสมายด์ ที่ต้องการคนที่มีความกระตือรือร้นมาก และเป็นคนที่มีเซอร์วิส มายด์สูง เพราะเราอยากให้คนเดินทางกับเรา มีรอยยิ้ม และพนักงานเหล่านี้ก็จะได้เข้ามาเรียนรู้การทำงานกับเราพอหมดวาระเขาก็ยังอายุน้อย ก็มีโอกาสที่จะก้าวไปทำงานด้านบริการอื่นๆหรือองค์กรธุรกิจอื่นได้ ทั้งหมดล้วนเป็นกลยุทธ์ของไทยสมายด์ ที่ในปีแรกการดำเนินธุรกิจอาจจะขาดทุน แต่เชื่อว่าปีที่ 2 จะเริ่มกำไร และในปี2556 จะมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจกว่า 5 พันล้านบาท และหากได้รับการตอบรับจากตลาดดี ก็มีแผนจะเพิ่มจำนวนเครื่องบินขึ้นอีก20-22 ลำตามความต้องการของตลาดด้วยเช่นกัน

 

วรรณธนี นวลมาก 5220224112


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: