เนสท์เล่ลงทุน3.5พันล.เพิ่มผลิตกาแฟ-ไอศกรีม

3 09 2011

Strategy: กลยุทธ์เชิงรุก (Offensive) of Growth และกลยุทธ์เชิงรับ (Defensive) of CSR

ชื่อ – นามสกุล:      นางสาว มณฑา  มากมี                           รหัส :      5220224154

Issue 1   :               เนสท์เล่ลงทุน3.5พันล.เพิ่มผลิตกาแฟ-ไอศกรีม

Date:                      Week 12 Sep 3’2011

Industry:                 ธุรกิจประเภทเครื่องดื่มกาแฟสำเร็จรูป

Strategy:                กลยุทธ์เชิงรุก (Offensive) แบบ “Growth” โดยการJoint venture เป็นการเข้าไปขยายแผนการผลิตในประเทศไทยร่วมกันในธุรกิจกาแฟ และบริษัทยังช่วยเกษตรกรในการจัดซื้อต้นกล้ากาแฟที่ให้ผลผลิตสูง และเป็นผู้รับซื้อกาแฟโดยตรงจากเกษตรกรเป็นการส่งเสริมความรับผิดชอบขององค์กรธุรกิจต่อสังคม (CSR) ของกลยุทธ์เชิงรับ (Defensive) แบบ “Corporate Social Responsibility” อีกด้วย

 Competitor :         เบอร์ดี้, ซูเปอร์ กาแฟ, กาแฟกระป๋องกระทิงแดง ยูเอฟซี เป็นต้น

 ประเด็นข่าว :         เนสท์เล่ ประกาศลงทุน 3,500 ล้านบาทในอีก 2 ปีข้างหน้า ขยายโรงงานกาแฟ -ไอศกรีม พร้อมตั้งศูนย์ปฎิบัติการและควบคุมคุณภาพนายพอล บุลเก้ ประธานคณะผู้บริหารบริษัท เนสท์เล่ เอส.เอ.  ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยถึงแผนลงทุนในประเทศไทย เพื่อทบทวนผลการดำเนินธุรกิจระดับภูมิภาคร่วมกับผู้บริหารของเนสท์เล่ เตรียมงบการลงทุนครั้งใหม่ในไทย มูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาทซึ่งจะเริ่มในอีก 2 ปีข้างหน้า   โดยจะมุ่งเน้นไปที่การขยายโรงงานผลิตกาแฟและไอศกรีม รวมถึงการจัดตั้งห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้เป็นศูนย์ควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ บริษัทยังช่วยเกษตรกรในการจัดซื้อต้นกล้ากาแฟที่ให้ผลผลิตสูง ซึ่งจะช่วยให้เนสท์เล่เป็นแหล่งวัตถุดิบกาแฟคุณภาพสูง คาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทจะเป็นผู้รับซื้อกาแฟโดยตรงจากเกษตรกรชาวกาแฟไทยกว่า 12,500 ราย

 Advantage:            เนสท์เล่ได้ทำธุรกิจด้านกาแฟสำเร็จรูปอยู่ก่อนแล้วแต่market share ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่งในไทยมากนักแต่ด้วยผลการดำเนินงานที่เป็นที่พอใจ จากผลการดำเนินธุรกิจในปี 2553 มีอัตราการเติบโตมากกว่า 10% คิดเป็นรายได้จากผลประกอบการในปีที่ผ่านมา 4,400 ล้านบาทการเตรียมงบลงทุนครั้งใหม่ในไทย โดยจะมุ่งเน้นไปที่การขยายโรงงานผลิตกาแฟและไอศกรีม รวมถึงการจัดตั้งห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้เป็นศูนย์ควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์เนสท์เล่   ซึ่งเป็นจุดเด่นด้านการวางมาตรฐานการผลิตระดับโลก ก่อให้เกิดความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน จึงช่วยกระตุ้นการเติบโตด้านยอดขายในประเทศอย่างน่าพอใจ ทั้งจากธุรกิจในประเทศและธุรกิจส่งออกเนสท์เล่

 Analysis:               เป็นการนำกลยุทธ์เชิงรุก (Offensive) แบบ “Growth” โดยการทำJoint ventureในไทย โดยการลงทุนเข้าไปขยายแผนการผลิตในประเทศด้านธุรกิจกาแฟ ไอศกรีม และจัดตั้งห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้เป็นศูนย์ควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ และเป็นศูนย์สนับสนุนคุณภาพในภูมิภาคเอเชียด้วยซึ่งเป็นจุดแข็งของเนสท์เล่เอง นอกจากนี้บริษัทยังช่วยเกษตรกรในการจัดซื้อต้นกล้ากาแฟที่ให้ผลผลิตสูง และเป็นผู้รับซื้อกาแฟโดยตรงจากเกษตรกรเป็นการส่งเสริมความรับผิดชอบขององค์กรธุรกิจต่อสังคม (CSR) ของกลยุทธ์เชิงรับ (Defensive) แบบ “Corporate Social Responsibility” อีกด้วย

Rating :                  P1 = Positive  P2 = Powerful

 ”เนสท์เล่ลงทุน3.5พันล.เพิ่มผลิตกาแฟ-ไอศกรีม

เนสท์เล่ ประกาศลงทุน 3,500  ล้านบาทในอีก 2 ปีข้างหน้า ขยายโรงงานกาแฟ -ไอศกรีม พร้อมตั้งศูนย์ปฎิบัติการและควบคุมคุณภาพนายพอล บุลเก้ ประธานคณะผู้บริหารบริษัท เนสท์เล่ เอส.เอ.  ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ที่เมืองเวเว่ย์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยถึงแผนลงทุนในประเทศไทย ในโอกาสเดินทางมาร่วมประชุมกับทีมผู้บริหารเนสท์เล่ ในประเทศไทย เพื่อทบทวนผลการดำเนินธุรกิจระดับภูมิภาคร่วมกับผู้บริหารของเนสท์เล่  ว่า เตรียมงบการลงทุนครั้งใหม่ในไทย มูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาทซึ่งจะเริ่มในอีก 2 ปีข้างหน้า   โดยจะมุ่งเน้นไปที่การขยายโรงงานผลิตกาแฟและไอศกรีม รวมถึงการจัดตั้งห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้เป็นศูนย์ควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์เนสท์เล่  โดยแผนธุรกิจของเนสท์เล่ในประเทศไทย มีผลการดำเนินงานที่เป็นที่พอใจ จากผลการดำเนินธุรกิจในปี 2553  มีอัตราการเติบโตมากกว่า 10% คิดเป็นรายได้จากผลประกอบการในปีที่ผ่านมา 4,400 ล้านบาท ผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นนี้มาจาก ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงที่ผลิตจากโรงงานผลิตของเนสท์เล่ในประเทศไทย เป็นโรงงานที่มีมาตรฐานการผลิตสูงสุดระดับโลก ทำให้บริษัทสามารถรักษาระดับการส่งออกในระดับที่สูงมาก 

 นอกจากนี้ บริษัทยังช่วยเกษตรกรในการจัดซื้อต้นกล้ากาแฟที่ให้ผลผลิตสูง ซึ่งจะช่วยให้เนสท์เล่เป็นแหล่งวัตถุดิบกาแฟคุณภาพสูง  คาดว่าในอีก  5 ปีข้างหน้า บริษัทจะเป็นผู้รับซื้อกาแฟโดยตรงจากเกษตรกรชาวกาแฟไทยกว่า 12,500 ราย เนสท์เล่จะเพิ่มการกระจายกล้าพันธุ์กาแฟเป็นประมาณ 6,000,000 ต้น ภายในระยะเวลา 5 ปี   

  นายบุลเก้  กล่าวด้วยว่า  เนสท์เล่ ประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของเนสท์เล่ โดยเฉพาะความสามารถพิเศษด้วยการวางมาตรฐานการผลิตระดับโลก ก่อให้เกิดความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน จึงช่วยกระตุ้นการเติบโตด้านยอดขายในประเทศอย่างน่าพอใจ ทั้งจากธุรกิจในประเทศและธุรกิจส่งออกเนสท์เล่ โดยประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางธุรกิจของเนสท์เล่ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในเอเชีย ซึ่งเห็นได้จากการตั้งศูนย์ปฎิบัติการศูนย์ควบคุณคุณภาพที่เตรียมตั้งในประเทศไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า

จากโดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์วันที่ 30 สิงหาคม 2554 08:04

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/marketing/20110830/407145/เนสท์เล่ลงทุน3.5พันล.เพิ่มผลิตกาแฟ-ไอศกรีม.html


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: