บิ๊กเครื่องดื่มลุยอินเตอร์ชิงเค้กรายได้ก้อนโต

8 09 2011

นายสุรศักดิ์   ดวงรัตน์   5220224008

Current Issue 2: บิ๊กเครื่องดื่มลุยอินเตอร์ชิงเค้กรายได้ก้อนโต

 Date : 8 กันยายน 2554

ที่มา : www.thanonline.com

 Strategic : Offensive

 เนื้อหาข่าว บิ๊กเครื่องดื่มแบรนด์ไทย สร้างฐานรากชิงเค้กตลาดอินเตอร์ โออิชิ จัดตั้งบริษัท โออิชิ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ฮ่องกง พร้อมจดทะเบียนแบรนด์โออิชิ ฟรุตโตะ ชาคูลล์ซ่าส์ในกลุ่มประเทศยุโรป ลุยส่งออกไตรมาส 4 แน่ ตั้งเป้า 3 ปี มีสัดส่วนการขายต่างประเทศเพิ่ม 30% ขณะที่ช้าง อัดงบ 150 ล้าน เดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ ผ่านกิจกรรม Below the Line ด้านสิงห์ ปรับระบบทำงาน “บุญรอดเทรดดิ้งอินเตอร์” หวังดันยอดขายต่างประเทศเพิ่ม นายแมทธิว กิจโอธาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชาเขียวไปยังต่างประเทศให้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 30% ในอีก 3 ปีข้างหน้า จากเดิมที่มีสัดส่วนการส่งออกอยู่ประมาณ 10% และเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งบริษัท โออิชิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ประเทศฮ่องกง เพื่อทำการตลาดสินค้าภายใต้โออิชิ กรุ๊ปไปในทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะแค่เพียงกลุ่มอาเซียนเท่านั้น คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ โดยได้ทำการจดทะเบียนแบรนด์โออิชิ ฟรุตโตะ ชาคูลล์ซ่าส์ในกลุ่มประเทศยุโรปเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเริ่มส่งออกสินค้าได้ไปยังประเทศกลุ่มนี้ได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2554 นี้ “ที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการส่งออกสินค้า โดยให้ทางบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนลเบฟเวอเรจ จำกัด เป็นผู้กระจายสินค้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป้าหมายของการขยายตลาดต่างประเทศนั้น เพื่อต้องการขยายฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น เพราะเมื่อเทียบตลาดชาเชียวในประเทศไทย ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดเพียง 8,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดในญี่ปุ่นมีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านบาท ทำให้มองเห็นการเติบโตของตลาดต่างประเทศ การที่บริษัทไปบุกประเทศในแถบยุโรปนั้น ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อขยายตลาดเฉพาะลูกค้ากลุ่มชาวเอเชียที่อยู่ในประเทศเหล่านั้น แต่มีเป้าหมายเพื่อต้องการขยายฐานลูกค้าท้องถิ่นด้วย ซึ่งช่องทางจำหน่ายจะเน้นโมเดิร์นเทรดเป็นหลัก เนื่องจากเป็นช่องทางที่ลูกค้าให้ความนิยมซื้อสินค้าเป็นอย่างมาก” นายแมทธิวกล่าว ล่าสุด บริษัทได้ทุ่มงบ 2,500 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวตลาดทั้งในและต่างประเทศ แบ่งเป็นการตั้งโรงงานแห่งใหม่เพื่อผลิตและบรรจุชาเขียว มีเป้าหมายเพื่อผลิตเครื่องดื่มชาเขียวและเครื่องดื่มอื่นๆ บนพื้นที่ 70 ไร่ ที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร คิดเป็นเงินลงทุน 1,400 ล้านบาท ซึ่งทำให้บริษัทสามารถผลิตชาเขียวแบบบรรจุขวดได้เพิ่มขึ้น 15 ล้านขวดต่อเดือน จากเดิมที่มีกำลังผลิต 30 ล้านขวดต่อเดือน และแบบกล่องยูเอชทีได้ 30 กล่องต่อเดือน ขณะที่เงินที่เหลืออีก 1,100 ล้านบาท จะเป็นเงินที่ใช้สำหรับการขยายไลน์สินค้าใหม่ๆ ในอนาคตต่อไป นอกจากนี้ ในส่วนของแผนการรุกตลาดนั้น บริษัทจะเน้นนวัตกรรมสินค้าใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ครบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการออกสินค้าใหม่ในขนาด 350 มล. ที่จำหน่ายในราคา 12 บาท เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายในส่วนของตลาดต่างจังหวัด โดยมีแผนเปิดตัวชาเขียวผสมเก๊กฮวยภายใต้แบรนด์ชาคูลล์ซ่าส์กลางเดือนกันยายนนี้ และมีแผนการเปิดตัวรสชาติใหม่ของฟรุตโตะอีก 2 รสชาติ ภายในสิ้นปีนี้ด้วย ขณะเดียวกัน ยังมีเป้าหมายการตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านยอดขายอันดับ 1 ในธุรกิจเครื่องดื่มชาเขียว ด้วยการขยายไลน์สินค้าที่ครอบคลุมทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น คนทำงาน และกลุ่มครอบครัว รวมทั้งอนาคตอาจจะมีการออกสินค้าขนาดใหญ่ เพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องการซื้อสินค้ากลับบ้านด้วย โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มเครื่องดื่ม 6,300 ล้านบาท และกลุ่มอาหาร 5,700 ล้านบาท ส่วนแบรนด์ช้าง ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เช่นเดียวกับโออิชิ ยังคงเดินหน้าสร้างการรับรู้ในแบรนด์ (Brand Awareness) ผ่านกิจกรรม Below the Line โดยก่อนหน้านี้ได้ใช้งบกว่า 150 ล้านบาท ร่วมเป็น Official Beverage Partner หวังเจาะกลุ่มนักกอล์ฟไฮเอนด์ กับ โรดโชว์ “Live Your Dream at CIMB Asia Pacific Classic2011, Malaysia” นายสรกฤต ลัทธิธรรม ผู้จัดการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ในนาม “เครื่องดื่มตราช้าง” กล่าวว่า “Golf Platform” ถือเป็นอาวุธหลักทางการตลาดของ “เครื่องดื่มตราช้าง” ในการสร้างการรับรู้(Brand Awareness) ให้กับเครื่องดื่มตราช้าง โดยกิจกรรมล่าสุดที่เข้าร่วม หวังสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักกับกลุ่มผู้บริโภคกว่า 450 ล้านครัวเรือนทั่วโลก จากโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ รวมถึงการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ระหว่างวันที่ 27 -30 ตุลาคมนี้ ที่สนามเดอะไมนส์ รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ ประเทศมาเลเซีย “ไทยเบฟ มีเป้าหมายในการขยายตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยที่ผ่านมาเบียร์ช้าง ส่งออกไปจำหน่ายทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย มียอดส่งออกประมาณ 7% ของยอดขายโดยรวม ขณะที่บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 10% จากศักยภาพของแบรนด์เบียร์ช้าง แสงโสม และแม่โขง ซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลายของคนเอเชีย และยุโรปจำนวนหนึ่ง ที่ผ่านมาช้างได้ปรับภาพลักษณ์และโลโก เพื่อเตรียมพร้อมในการขยายตลาดต่างประเทศ และยังเน้นการขยายช่องทางการจำหน่ายให้ครอบคลุมในทุกๆ ช่องทาง ทั้งร้านอาหารไทย ซูเปอร์มาร์เก็ต และช่องทางอื่นๆ ” ด้านนายสันต์ ภิรมย์ภักดี ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาดนอน-แอลกอฮอล์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา กลุ่มสิงห์ได้ปรับโครงสร้าง และการบริหารงานของ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้งอินเตอร์ จำกัด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน จัดตั้งสำนักงานในแต่ละประเทศให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสาขาในสหรัฐอเมริกาเพียงแห่งเดียว จะเพิ่มสาขา หรือสำนักงานในประเทศต่างๆ มากขึ้น โดยจะเลือกเปิดสำนักงานในประเทศที่เหมาะสม อาทิ อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา และยังมองหลายประเทศในเอเชีย อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง เวียดนาม โดยระบบและการขยายสาขาทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี “การเพิ่มจำนวนสำนักงานในประเทศต่างๆ จะทำให้เราสามารถเทกแคร์ลูกค้าได้มากขึ้น สะดวกกับการติดต่อของลูกค้า โดยจะมีเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนในประเทศนั้นๆ ซึ่งตรงนี้จะช่วยกระตุ้นให้การส่งออกของบริษัทขยายตัวมากขึ้น” นายสันต์กล่าวและว่า ปัจจุบันยอดขายของสิงห์ในต่างประเทศยังมีสัดส่วนไม่สูงมากนัก คือประมาณ 3-4% ของรายได้รวมบริษัทกว่า 100,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เบียร์สิงห์ ถือเป็นแบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดเบียร์ไทยในตลาดประเทศสูงสุด ในสัดส่วน 80% สำหรับตลาดยุโรป และ 50-60% ในตลาดเอเชีย อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ บริษัท ทรัพย์อนันต์ เยนเนอรัลฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์ โดย นายอดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทได้ร่วมทุนต่างชาติ เพื่อขยายตลาดเครื่องดื่มกลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์ในตลาดยุโรป และเริ่มนำเครื่องดื่มเซ็ปเป้ น้ำผลไม้ผสมว่านหางจระเข้ ออกไปทำตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในยุโรป จนปัจจุบันมีออฟฟิศอยู่ที่ ปราก สาธารณรัฐเช็ก และลงทุนสร้างฐานการผลิตที่ สโลวะเกีย ด้วยการร่วมลงทุนกับบริษัทต่างชาติ ใช้งบลงทุนสำหรับโรงงานและการทำตลาดประมาณ 150 ล้านบาท สำหรับตลาดต่างประเทศ เซ็ปเป้ส่งออกในประเทศแถบยุโรปตะวันออกกว่า 30 ประเทศ และยังมีส่งออกในประเทศในแถบเอเชีย โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้การส่งออก อยู่ 10-15% ของรายได้รวมราว 1,600 ล้านบาท เติบโตประมาณ 20% คาดว่าภายใน 2 ปี สัดส่วนการส่งออกจะเพิ่มเป็น 25% วิเคราะห์ข่าว การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มนอน-แอลกอฮอล์ นั้นค่อนข้างรุนแรง รวมทั้งการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ อย่างอิชิตัน ซึ่งบริหารงานโดยคุณตัน ผู้เชี่ยวชาญในด้านชาเขียว ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับโออิชิ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตลาดในประเทศไทย โออิชิเป็นผู้นำตลาด แต่โออิชิควรจะต้องมีกลยุทธ์เพื่อป้องกันการย้ายฐานลูกค้าจากโออิชิ ไป อิชิตัน เนื่องจาก switching cost ต่ำ และลูกค้าบางคน เลือกซื้อชาเขียวเนื่องจาก คุณ ตัน สามารถสร้าง brand awareness ได้ จากการที่โออิชิขยายตลาดไปสู่ลูกค้าต่างประเทศ นั้นจะทำให้ยอมขายของบริษัทเติบโตขึ้น แต่ตัวสินค้าเองจะต้องมีการพัฒนารสชาติ ให้สอดคล้องกับประเทศนั้นๆ


Actions

Information

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: