สรุปกลยุทธ์ที่เลือกใช้ เพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ

24 07 2011

กลยุทธ์การทำธุรกิจแบบเน้นคุณค่า

1.การทำธุรกิจแบบเน้นคุณค่าในตัวเอง คำนึงถึงสาระที่มี ของดีมีคุณภาพ และไม่มีการยึดติดในรูปแบบสิ่งที่มีอยู่หรือไม่มีอยู่ในสิ่งต่างๆ

2.เน้นแนวความคิดสร้างสรร สิ่งใหม่ๆเสมอ สอดคล้องกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และสอดคล้องกับธรรมชาติ

3.เป็นกลยุทธ์ที่เน้นความร่วมมือระหว่างกัน ระหว่างเรากับลูกค้า  ระหว่างเรากับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ

ตัวอย่าง ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

  1. 1.      MUJI  “no  brand “  ประเทศ ญี่ปุ่น
  2. 2.      ฟาร์มโชคชัย
  3. 3.      เพลินวาน
  4. 4.      ตลาดน้ำอัมพวา
  5. 5.      ทรู  คอฟฟี่    เน้นไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ที่ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ  และเป็นมากกว่าร้านกาแฟที่เอา IT  ที่ตนเองมี  เข้ามาเกี่ยวข้อง

 

สร้างแบรนด์แบบ ‘ไร้แบรนด์’ สไตล์ MUJI

โดย วิสา ศรตรากุล

 MUJI คือ ไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ปัจจุบันมีร้านตามหัวเมืองใหญ่ทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา จำหน่ายสินค้ารวมกันกว่า 5,000 ชนิด ตั้งแต่สมุด ดินสอ จานชาม เครื่องครัว เสื้อผ้า โซฟา รถยนต์ ไปจนกระทั่ง ‘บ้าน’ ทั้งหลัง

‘ของดีไม่มียี่ห้อ’ แปลตรงตัวจาก Mujirushi Ryohin คือที่มาของชื่อ MUJI แบรนด์ที่ไม่ต้องการมีแบรนด์ ‘ความไม่มี’ ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นแนวคิดหลักของ MUJI คือสภาวะเลยพ้นจากการยึดติดความมีอยู่หรือไม่มีอยู่ของสิ่งต่างๆ เป็นภาวะที่ตัวตนและอัตตาสูญสลาย ถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการประจักษ์อย่างฉับพลันหรือซาโตริ อันเป็นหลักสำคัญของเซน แนวคิดนี้ได้ก่อเกิดวัฒนธรรมมากหลายในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเขียนพู่กัน การจัดสวน หรือการชงชา ในทางกลับกัน โลกของงานออกแบบนั้นเป็นโลกแห่งการผลักดันอัตตา ใส่ความคิดให้ชิ้นงานโดดเด่นออกมา ด้วยตัวมันเอง เทียบกับงานของ MUJI ซึ่งแนวคิดในงานออกแบบคือพยายามทำให้มันกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมของห้องให้มากที่สุด

แบรนด์และสินค้าของ MUJI สะท้อนถึงปรัชญาและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นเสมอ ให้คุณลองนึกถึงห้องดื่มชาว่างๆ ในบ้านญี่ปุ่นโบราณ ในพื้นที่ว่างๆ นั้น การรับรู้ ความรู้สึก ความเข้าใจ หรือเนื้อหาใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องระหว่างคนสองคนเท่านั้น คือ ผู้ชงชาและผู้ดื่มชา ในพื้นที่ว่างไม่มีปัจจัยอื่นที่ชี้นำความรู้สึกหรือการรับรู้ของคุณ MUJI จึงเป็นเหมือนภาชนะว่างๆ แบบนั้น ที่คุณสามารถเติมความคิดและจินตนาการลงไปเอง เป็นพื้นที่ทางความคิดที่ไม่จำกัด”

โจทย์ของการออกแบบที่ไม่ง่ายเลยคือ ทำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์ยืนอยู่บนสองแนวคิดที่ไปด้วยกันยากได้ นั่นคือต้องไม่สูญเสียความเรียบน้อยแต่ลุ่มลึกแบบญี่ปุ่น ในขณะเดียวกันต้องมีความเป็นสากลด้วย ในพื้นที่ร้าน MUJI นั้น แนวคิดเรื่อง ‘ความไม่มี’ ยังคงถูกนำมาใช้อย่างชัดเจน นอกจากโลโก้ ป้ายร้านแล้ว ก็แทบจะไม่มีแบรนด์ MUJI ให้เห็นอีกเลย เราจะไม่เคยเห็นข้อความโฆษณา การสร้างบรรยากาศ หรือกลยุทธ์เร้าอารมณ์ต่างๆ ในร้านเลย สินค้าต่างๆ จะถูกจัดวางอย่างง่ายๆ บนชั้นหรือในกล่องพลาสติกใสตามสูตร ‘มีเท่าที่ตาเห็น’ จริงๆ

ทุกวันนี้ ในโลกการค้าที่กำลังบ้า ‘แบรนด์’ กันอย่างหนักหน่วง งานออกแบบและแบรนด์ที่สะท้อน ‘ความไม่มี’ นี้กลับกลายเป็นคุณค่าที่แตกต่างของ MUJI ที่ ‘ขาย’ ได้แต่ ‘ลอกเลียน’ ไม่ได้ไปแล้ว

ข่าว

Ideo Verve สุขุมวิท จับมือ Muji จัดเต็ม สุดยอดแคมเปญแต่งห้องครบชุด พร้อมเข้าอยู่ทันที !!

ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ThaiPR.net — พฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม 2554

 

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด นำขบวนเหล่าซูโม่ตัวโต เมด อิน เจแปน จัดแคมเปญใหม่ล่าสุด “Ideo Verve สุขุมวิท Made InJapan”ครั้งแรกในประเทศไทย กับการนำเข้า Muji (มูจิ) เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังคุณภาพระดับแถวหน้าวงการ จากประเทศญี่ปุ่นมาจัดโปรโมชั่น Limited Edition เพียง 30 ยูนิตเท่านั้น

ความหลากหลายของสินค้า MUJI ที่เน้นการใช้งาน และความเรียบง่าย ไม่ ยึดติด

ข่าว   ธุรกิจ : SMEs

วันที่ 23 มีนาคม 2554 Think..ต่าง ผู้ประกอบการ “นอกคอก”

โชค บูลกุล ผู้บริหาร กลุ่มบริษัท ฟาร์มโชคชัย

ภาพประกอบข่าว

  •  

 

ไม่ต้องเรียนเก่งไม่ต้องมีชีวิตที่‘เพอร์เฟค’ก็ประสบความสำเร็จในเวทีธุรกิจได้ขอแค่เชื่อมั่น มีจุดหมาย รักในสิ่งที่ทำ ปะทุพลังสร้างสรรค์ให้

“เรามาถึงจุดนี้เพราะไม่ได้ยึดติดรูปแบบ หรือทฤษฎีจนเกินไป เป็นการใช้ศาสตร์หลายๆ ศาสตร์ มาผสมผสาน

สัญชาติญาณ ปรุงแต่งจนเป็นความคิดสร้างสรรค์ของเราเอง ที่ใครก็ลอกเลียนแบบไม่ได้”

นี่คือหนึ่งในสูตรสำเร็จ ของ “ฟาร์ม โชคชัย” ที่ “โชค บูลกุล” กลุ่มบริษัท ฟาร์มโชคชัย จำกัด

ความสำเร็จทางธุรกิจ อาจไม่ต้องเริ่มที่ชัยชนะในการศึกษาเท่านั้น หากสิ่งสำคัญไปกว่านั้นก็คือ “ประสบการณ์” และการเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ

 “ภาณุ อิงคะวัต” ผู้บริหาร บริษัท เกรย์ฮาวด์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ “เกรย์ฮาวด์”  ที่ไม่ได้ จบแฟชั่นดีไซน์ ทำอาหารก็ไม่เก่ง แต่อาศัยเก็บประสบการณ์ในบริษัทโฆษณาระดับอินเตอร์ ถูกสอนให้คิด สอนให้ใช้พลังสร้างสรรค์ ผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า “Ideas Culture” หลอมรวมจนเกิดกลายเป็นธุรกิจเสื้อผ้า แบรนด์ “เกรย์ฮาวด์” 

สำหรับเกรย์ฮาวด์ พวกเขาไม่ใช่เสื้อผ้า ไม่ใช่อาหาร แต่เรียกตัวเองว่า “Style presenter” ที่สามารถหยิบสไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ มานำเสนอในรูปของ “เกรย์ฮาวด์” และนั่นหมายความว่า นับจากนี้ธุรกิจไม่จำเป็นต้องปิดกั้นตัวเองแค่เสื้อผ้าหรือร้านอาหารเท่านั้น แต่อนาคตอาจมีโรงแรมสไตล์เกรย์ฮาวด์ ของแต่งบ้านสไตล์เกรย์ฮาวด์ เพิ่มขึ้นมาอีกก็เป็นได้

“ความสำเร็จของเรามันมาจาก Timing ที่ถูกต้อง และเราสามารถเก็บเอาสิ่งที่ถูกต้องนั้น ไปทำให้มันเติบโตได้”
สิ่งที่ก่อเกิดเป็น “เกรย์ฮาวด์” คือความคิดสร้างสรรค์ เกิดขึ้นได้จากความ “ลุ่มหลง” ในสิ่งที่ทำ ทำด้วยความรู้สึกรักและสนุก พอ “ตกหลุมรัก”  ในสิ่งนั้น ก็จะเป็นแรงผลักให้เราสามารถเข้าไปสู่ส่วนลึกของมัน จนกระตุ้นให้พยายามทำมันให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ 

 “ภัทรา สหวัฒน์” ทายาท บริษัท วนชัย กรุ๊ป  การค้นพบ “ความสุข” ที่แท้จริงของชีวิต นั่นคือการได้ทำงานบนพื้นฐานของความสุขและสนุก จากการทำพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ชื่อ “เพลินวาน” ให้คนสามารถเข้าไปใช้ชีวิตในบรรยากาศเก่าๆ ที่แสนโหยหาได้ ไอเดียจากพิพิธภัณฑ์ราเม็งที่ญี่ปุ่น

 “เพลินวานไม่ใช่ Product แต่มันเป็นความเชื่อของเรา เชื่อในสถาปัตยกรรมแบบนี้ อารมณ์แบบนี้ รากเหง้าของความเป็นไทย และความเชื่อเรื่องการทำธุรกิจบนพื้นฐานของการคิดดีทำดี”

ตลาดน้ำอัมพวา

“ต้นทุน” ที่อัมพวามีอยู่ คือประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตคนไทยภาคกลาง และความหลากหลายทางชีวภาพ ทุนที่นำมาสู่ความคิดทำ “ตลาดน้ำ” ยามเย็น” เพื่อเติมเต็มจุดอ่อนของตลาดน้ำดำเนินสะดวกที่เปิดเพียงช่วงเช้า

การทำอะไรก็ตามต้องทำจาก “Content” คือ “สาระ” และ “Creative” ก็อยู่ที่ “สาระ” ไม่ใช่แพคเก็จจิ้งเหมือนที่คนไทยเข้าใจกัน และ “Content” ที่ดี ต้องเกิดจากการค้นคว้าวิจัย และพัฒนาเท่านั้น

ควรธุรกิจที่เป็น Niche ทำของดีที่มีจำนวนจำกัด คนที่ได้ครอบครองแล้วต้องรู้สึกว่า เท่ห์”
Key to success
คิดธุรกิจให้..ครีเอทีฟ
๐ แรงกดดัน ก่อความคิดสร้างสรรค์
๐ ตกหลุมรักในสิ่งที่ทำ
๐ เอาความผิดพลาดมาเป็นพลังสู่ความสำเร็จ
๐ คิดทุกอย่างจาก “Content”
๐ คิดแบบเด็ก แต่ทำแบบผู้ใหญ่
๐ ประสบการณ์การเรียนรู้สำคัญกว่าการเรียน

 

ทรู คอฟฟี่ สุขุมวิท 24 ร้านนี้…ไม่ได้มีแค่กาแฟ

 

 


“ทรู คอฟฟี่” ร้านกาแฟสัญชาติไทยที่ผุดตัวขึ้นเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนเมือง โดยเน้นความทันสมัยของทั้งรูปแบบและเครื่องดื่ม

โดยปกติ ทรู คอฟฟี่ ทุกสาขาจะมีคอนเซ็ปต์ที่คล้าย ๆ กัน สำหรับการเป็นแหล่งนัดพบ หรือแม้แต่เป็นมุมทำงานนอกสถานที่ของบางคน

แต่ที่ทรู คอฟฟี่ สุขุมวิท 24 กลางใจเมืองแห่งนี้ยังถูกวางคอนเซ็ปต์ให้เป็นบ้านหลังที่ 2 เพราะนอกจากจะมีทุกอย่างตามคอนเซ็ปต์ของทรู คอฟฟี่แล้ว ที่นี่ยังมีอาหารไว้บริการอีกด้วย ภายในร้านมีโต๊ะทำงานให้ได้นั่งในมุมส่วนตัว พร้อมปลั๊กเสียบโน้ตบุ๊ก หรือจะเลือกโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่มีไว้บริการอย่างเต็มรูปแบบ

 

 

 

ข่าว  ธุรกิจ : BizWeek

วันที่ 3 มิถุนายน 2554

ฟิชชิ่งเกม “ทรู คอฟฟี่” กุ้งฝอย ตก ปลากะพง

กรุงเทพธุรกิจ

 

ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น

ภาพประกอบข่าว

  •  

 

ทรู คอร์ปอเรชั่น    ใช้model “ทรู คอฟฟี่”

ใช้สร้างแบรนด์ให้กับทรู  นำทางรุกสู่ธุรกิจสื่อสารในจีน

โดยโมเดลนี้กำลังจะถูกสื่อสารไปยังในหลายๆ ประเทศ ก่อนจะปูทางไปทำตลาดในธุรกิจสื่อสาร โดยเฉพาะการเปิดสาขาทรู คอฟฟี่ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย 

หลังโมเดลนี้ประสบความสำเร็จมาแล้วในเวียงจันทน์ ประเทศลาว และกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ที่ทรู คอฟฟี่แทรกตัวเข้าไปทำความรู้จักกับคนท้องถิ่นด้วยการให้พวกเขามานั่งละเลียดกาแฟ หรืออย่างในพม่าทรูอยู่ คอฟฟี่ในรูปรอยเดียวกับในลาวและกัมพูชา

อุตสาหกรรมกาแฟในจีนเป็นตลาดที่ใหญ่กว่าเมืองไทยถึง 5 เท่า ซึ่งยากจะคาดเดามูลค่าตลาด ส่วนข้อมูลเฉพาะตลาด”กาแฟสด”ในไทยพบว่ามีมูลค่าสูงถึงปีละ 6,000 ล้านบาท ดังนั้นการไปเปิดตลาดของทรู คอฟฟี่ ในจีน และอินเดีย จึงน่าจะเป็นโอกาสของทรู

การพ่วงสินค้าไอที (มีเดีย คอมมูนิเคชั่น) กับร้านกาแฟ ถือเป็นความลงตัวของของทรู คอฟฟี่ ที่พยายามที่จะปั้นแบรนด์ให้แตกต่างไปจากร้านกาแฟแบรนด์อื่น ด้วยการชูจุดขายการเป็น Knowledge Provider  ร้านกาแฟเมดอินไทยแลนด์รายแรกในไทยที่ใช้โมเดลนี้

ทางด้านการตลาด  มีการนำแนวคิด Entertainment Marketing  มาใช้

ศิณา  ยิ่งจอหอ  ID  5220224044





นันยาง เสริมกลยุทธ์การตลาดแบบ 3-On เจาะไลฟ์สไตล์เด็ก GEN-Z สานต่อตำนานรองเท้าผ้าใบนักเรียนไทย

24 07 2011

นันยาง เผยกลยุทธ์การตลาดยุคดิจิตอลแบบ “3-On” On-Air On-line และ On-Ground ปูทางการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อตอบไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน ปลื้มหลังส่งกลยุทธ์ใหม่สู่ตลาดไม่ถึงปี มีสมาชิกใน Facebook ร่วม 30,000 คน เดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมโลกออนไลน์ “นันยางโกลหนู Cyber League” ชิง นันยาง ดีไซน์เอง คู่เดียวในโลก คาดกระแสตอบรับจะดันยอดสมาชิกสู่ 100,000 คนภายเร็วๆ นี้ พร้อมอัดกิจกรรม On-Ground การแข่งขันฟุตบอลพลาสติกในชุดนักเรียน “นันยางโกลหนู ไทยแลนด์ เลเจนด์คัพ” ชิงถ้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ย้ำภาพ “ตำนานรองเท้าผ้าใบนักเรียนไทย”

นายสมชาย สีสมสง่า ผู้อำนวยการการตลาดและการขายบริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้ นันยาง ได้วางกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่อย่างครบครันในทุกมิติการสื่อสาร ในแบบ “3-On” โดยในช่วงไตรมาสแรก นันยางเริ่มต้นด้วยกลยุทธ์ On-Air โดยเราได้ออกหนังโฆษณาที่ทำหน้าที่ทั้งตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด รวมถึงการโปรโมทกิจกรรม On-Ground กับการเชิญชวนเด็กไทย ร่วมแข่งขันกิจกรรม การแข่งขันฟุตบอลพลาสติกในชุดนักเรียน “นันยางโกลหนู ไทยแลนด์ เลเจนด์คัพ” ชิงถ้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยได้มีการจัดแข่งในระดับภูมิภาคกลางและตะวันออกไปแล้ว ที่โรงเรียนชลราษฎรอำรุง จ.ชลบุรี โดยทีมชนะเลิศรุ่น 18 ปีได้แก่ โรงเรียนมารดานฤมล จ.ฉะเชิงเทรา และรุ่น 15 ปีได้แก่ โรงเรียนวัดบางปิ้ง จ.สมุทรสาคร เป็นตัวแทนภาคเข้าชิงความเป็นตำนานในระดับประเทศต่อไป ซึ่งขณะนี้ก็ยังเปิดรับทีมในภูมิภาคอื่นๆ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน โดยใช้กลยุทธ์ On-Line ทางเวปไซต์ “นันยางโกลหนูดอทคอม” (www.NanyangGoalnu.com) เข้ามาเสริมผ่านกิจกรรม “นันยางโกลหนู Cyber League” เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้สัมผัสสิ่งที่เราต้องการสื่อผ่านทุกมิติการสื่อสาร เพื่อขยายฐานสมาชิกสู่การสร้าง Community ที่มีคุณภาพในอนาคต

“การเลือกใช้เครื่องมือด้านออนไลน์ในการทำการตลาดนั้น ปัจจุบันมีอยู่เป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย สำหรับนันยางกล่าวได้ว่าเราเพิ่งเริ่มต้นในการทำการตลาดออนไลน์ และกำลัง พัฒนาปรับปรุงให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายอย่างปัจจุบันและทันเหตุการณ์ สื่อหลักที่เราใช้นอกจาก Website แล้ว เรายังเน้นสื่อในด้าน Social Network เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน Facebook Page (www.facebook.com/Nanyang.co.th) ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี เมื่อต้นปีเรามีชาวนันยางที่ Click ถูกใจ (Like) ไม่กี่ร้อยคน ปัจจุบันมีมากกว่า 25,000 คน และมั่นใจว่าตัวเลขจะถึง 100,000 ในไม่ช้า ซึ่งเมื่อเทียบกับสินค้าไทยในตลาดแล้ว นับว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจทีเดียว” นายสมชาย สีสมสง่า กล่าวสรุป

 

วิเคราะห์กลยุทธ์ธุรกิจ

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัดนั้น ใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรับ  (Defensive Strategy) คือ CRM อย่างเห็นได้ชัดเจนเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมีการพัฒนาการตลาดแบบใหม่ใช้การตลาดยุคดิจิตอลแบบ “3-On” On-Air On-line และ On-Ground ปูทางการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อตอบไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน โดยในช่วงไตรมาสแรก นันยางเริ่มต้นด้วยกลยุทธ์ On-Air โดยเราได้ออกหนังโฆษณาที่ทำหน้าที่ทั้งตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด รวมถึงการโปรโมทกิจกรรม On-Ground กับการเชิญชวนเด็กไทย ร่วมแข่งขันกิจกรรม การแข่งขันฟุตบอลพลาสติกในชุดนักเรียน “นันยางโกลหนู ไทยแลนด์ เลเจนด์คัพ” ชิงถ้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กลยุทธ์ On-Line ทางเวปไซต์ “นันยางโกลหนูดอทคอม” (www.NanyangGoalnu.com) เข้ามาเสริมผ่านกิจกรรม “นันยางโกลหนู Cyber League” เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้สัมผัสสิ่งที่เราต้องการสื่อผ่านทุกมิติการสื่อสาร เพื่อขยายฐานสมาชิกสู่การสร้าง Community ที่มีคุณภาพในอนาคต

Current Issue Week 7  (Sat 23-7-2011)

             Wanitta Simchan ID.5220224063





ดั๊บเบิ้ล เอ จับมือพาราเม้าท์ พิคเจอร์ส ประกาศพันธมิตรการตลาด ตั้งเป้าเป็นแบรนด์ระดับโลก

24 07 2011

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) และ นายปัณณทัต พรหมสุภา ผู้จัดการทั่วไป บริษัทยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส (ฟาร์อีสต์) ตัวแทนจากพาราเม้าท์ พิคเจอร์ส ประกาศเป็นพันธมิตร นำกลยุทธ์ทางการตลาดแบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ตอกย้ำแบรนด์ระดับโลก ด้วยการนำกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ ลงฉากหนังทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 พร้อมได้ ไมเคิล เบย์ ผู้กำกับชื่อดังจากฮอลลีวูด มากำกับภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ Transforming Paper ของดั๊บเบิ้ล เอ ซึ่งจะออกอากาศพร้อมกันในตลาดหลัก 9 ประเทศทั่วโลก

โดยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกๆของวงการตลาดสินค้าไทย ที่จะมีภาพสินค้าเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์ดังระดับฮอลลีวูด และถือเป็นครั้งแรกของวงการตลาดกระดาษโลกที่ใช้กลยุทธ์นี้ ซึ่งนอกจากจะทำให้แบรนด์ดั๊บเบิ้ล เอเป็นที่รู้จักในวงกว้างสำหรับผู้บริโภคกระดาษทั่วโลกแล้ว ยังช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับสินค้าไทยอีกด้วย และเชื่อว่าจะทำให้การขยายตลาดสู่ระดับโลกของดั๊บเบิ้ล เอ เติบโตเร็วขึ้น จากปัจจุบันที่ดั๊บเบิ้ล เอสามารถส่งออกได้กว่า 100 ประเทศทั่วโลกแล้ว

นายชาญวิทย์ กล่าวว่า ในปี 2554 นี้ดั๊บเบิ้ล เอตั้งเป้าหมายทางการตลาดสำหรับในตลาดประเทศไทยเติบโตที่ 10% ส่วนตลาดต่างประเทศน่าจะเติบโตได้ถึง 20% โดยจะใช้กลยุทธ์ทั้งการขยายฐานในตลาดประเทศเดิม และเปิดตลาดสู่ประเทศใหม่ๆ ในกลุ่มประเทศแอฟริกา และยุโรปตะวันออก รวมทั้งมีแผนที่จะเพิ่มสาขาสำนักงานในต่างประเทศจาก 18 สาขา เป็น 22 สาขาในเร็วๆ

วิเคราะห์กลยุทธ์ธุรกิจ

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด  นั้น ใช้กลยุทธ์ชนะโดยไม่รบอย่างเห็นได้ชัดเจน (Win Without War) โดยใช้หลักการเลือกพันธมิตรที่สำคัญ (Strategy Alliance) เนื่องจากมีการประกาศเป็นพันธมิตรกับบริษัทยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส (ฟาร์อีสต์) ด้วยการนำกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ ลงฉากหนังทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 พร้อมได้ ไมเคิล เบย์ ผู้กำกับชื่อดังจากฮอลลีวูด มากำกับภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ Transforming Paper ของดั๊บเบิ้ล เอ ซึ่งจะออกอากาศพร้อมกันในตลาดหลัก 9 ประเทศทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะทำให้แบรนด์ดั๊บเบิ้ล เอเป็นที่รู้จักในวงกว้างสำหรับผู้บริโภคกระดาษทั่วโลกแล้ว ยังช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับสินค้าไทยอีกด้วย และเชื่อว่าจะทำให้การขยายตลาดสู่ระดับโลกของดั๊บเบิ้ล เอ เติบโตเร็วขึ้น

Current Issue Week 7  (Sat 23-7-2011)

Wanitta Simchan ID.5220224063





“ซาบีน่า” และ “เมืองไทยประกันชีวิต” เปิดแคมเปญ มอบประกันชีวิตคุ้มครองมะเร็งเต้านมฟรี 100 กรมธรรม์ทั่วประเทศ

24 07 2011

 “ซาบีน่า” มุ่งมั่นสานต่อเจตนารมย์ในการเติมเต็มความห่วงใยและดูแลสุขภาพผู้หญิง สานต่อโครงการ “Sewing Cup Sewing Heart – บราเติมใจ คืนกำไรให้สังคม” ครั้งแรกที่ให้ความคุ้มครองโรคมะเร็ง    เต้านมแก่ผู้หญิงทั่วประเทศ กับการจับมือกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด จัดแคมเปญ        “เป็นมะเร็งเต้านมก็ยิ้มได้ ซาบีน่าฝากให้ เมืองไทยประกันชีวิตดูแล” มอบฟรี “กรมธรรม์คุ้มครองโรคมะเร็งเต้านม” กรมธรรม์ที่ให้การดูแลครอบคลุมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอย่างครบถ้วน ให้กับทั้งสมาชิกซาบีน่าคลับ สมาชิกเมืองไทย Smile Club และบุคคลทั่วไป จำนวนทั้งสิ้น 100 กรมธรรม์ กรมธรรม์คุ้มครองรวมมูลค่า 20 ล้านบาท เพื่อมอบหลักประกันและเติมเต็มรอยยิ้มในชีวิตให้แก่ผู้หญิงไทย     ทั่วประเทศ โดยหญิงสาวสามารถลุ้นเป็นหนึ่งในร้อยผู้โชคดีที่ได้รับกรมธรรม์ฟรีได้ง่ายๆ เมื่อมียอดซื้อสินค้าภายใต้ แบรนด์ซาบีน่าครบทุก 1,500 บาทระหว่างวันที่ 23 กันยายน ถึง 21 พฤศจิกายน 2553    ณ จุดขายซาบีน่าทุกแห่งทั่วประเทศ

นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมชุดชั้นในสตรี ซาบีน่าเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคร้ายที่อาจจะเกิดกับผู้หญิงมาโดยตลอด  ซาบีน่าจึงได้จัดโครงการต่างๆ ขึ้น เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงไทยใส่ใจในเรื่องการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งเต้านมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเดินสายรณรงค์และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมให้แก่ประชาชนทั่วทุกภาค และการจัดโครงการ “Sewing Cup Sewing Heart – บราเติมใจ…คืนกำไรให้สังคม” ซึ่งซาบีน่าร่วมกับ 4 ภาคีพันธมิตรเชิญชวนลูกค้าใจดีของซาบีน่ามาร่วมทำบุญ เย็บเต้านมเทียมจำนวน 2,000 เต้า เพื่อมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดแคลนกำลังทรัพย์ ที่จัดขึ้นในปีที่ผ่านมา 

นายบุญชัย กล่าวว่า “จากความสำเร็จของโครงการ Sewing Cup Sewing Heart ทำให้ “ซาบีน่า” ยิ่งเชื่อมั่นในแนวคิดในการมอบความห่วงใยและใส่ใจสุขภาพผู้หญิงไทยทั่วประเทศ จึงเป็นที่มาของการสานต่อโครงการฯ    โดยในปีนี้ซาบีน่าได้ร่วมมือกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด จัดแคมเปญ “เป็นมะเร็งเต้านมก็ยิ้มได้     ซาบีน่าฝากให้ เมืองไทยประกันชีวิตดูแล” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงไทยห่างไกลจากมะเร็งเต้านมมากที่สุด ตลอดจนต้องการมอบรอยยิ้มและหลักประกันในชีวิตจากภาวะความเสี่ยงที่ผู้หญิงมักถูกคุกคามจากมะเร็งเต้านมและโรคร้ายแรงอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันนี้มีหญิงไทยที่ต้องเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมเป็นจำนวนมากขึ้นทุกวัน”

ทั้งนี้ แคมเปญ “เป็นมะเร็งเต้านมก็ยิ้มได้ ซาบีน่าฝากให้ เมืองไทยประกันชีวิตดูแล” จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23 กันยายน ถึง 21 พฤศจิกายน 2553 นี้ โดยผู้สนใจสามารถมีส่วนร่วมลุ้นเป็น 1 ใน 100 ผู้หญิงโชคดีได้ง่ายๆ เพียงมียอดใช้จ่ายซื้อสินค้าแบรนด์ซาบีน่าครบทุก 1,500 บาท ณ จุดจำหน่ายสินค้าซาบีน่าทุกแห่งรวมกว่า 400 จุดทั่วประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว จะได้รับคูปองลุ้นรับสิทธิ์เป็น 1 ใน 100 ผู้โชคดีได้รับกรมธรรม์ฟรี และพิเศษยิ่งขึ้นกว่าใคร สำหรับสมาชิกผู้ถือบัตรซาบีน่าคลับการ์ด บัตรเมืองไทยสไมล์การ์ด บัตรเมืองไทยแพลทินัมการ์ด และบัตรเมืองไทยเพรจทีจการ์ด ได้รับสิทธิ์เพิ่มเท่าตัวด้วยจำนวนคูปอง 2 ใบต่อยอดใช้จ่ายซื้อสินค้าภายใต้แบรนด์ “ซาบีน่า” ครบทุก 1,500 บาท จำนวนทั้งสิ้น 100 กรมธรรม์ กรมธรรม์คุ้มครองรวมมูลค่า 20 ล้านบาท 

นายบุญชัย กล่าวต่อว่า ซาบีน่าและเมืองไทยประกันชีวิตสร้างสรรค์แคมเปญ “เป็นมะเร็งเต้านมก็ยิ้มได้ ซาบีน่าฝากให้ เมืองไทยประกันชีวิตดูแล” ขึ้นในครั้งนี้เพื่อตอบแทนลูกค้าและสังคม ด้วยการมอบหลักประกันในชีวิตซึ่งให้ความคุ้มครองครอบคลุมมะเร็งเต้านมและโรคร้ายแรงของผู้หญิงโดยเฉพาะจากบริษัทประกันชีวิตทีมีคุณภาพและโดดเด่นทางด้านบริการอย่างเมืองไทยประกันชีวิต โดยนับเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการมอบความห่วงใยในสุขภาพผู้หญิง ควบคู่ไปกับกิจกรรมอื่นๆ ที่ส่งเสริมให้ผู้หญิงตระหนักในการดูแลสุขภาพตนเอง ให้ห่างไกลจากภัยมะเร็งเต้านม

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิงเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วไม่เพียงบั่นทอนสุขภาพและสภาวะจิตใจ แต่ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการรักษาอีกด้วย ซึ่ง “กรมธรรม์คุ้มครองโรคมะเร็งเต้านม” เป็นกรมธรรม์ที่ให้การดูแลครอบคลุมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอย่างครบถ้วนที่ผู้โชคดีทั้ง 100 ท่านจะได้รับการคุ้มครองระยะเวลา 1 ปีด้วยทุนประกัน 200,000 บาทต่อกรมธรรม์ โดยไม่เพียงแต่คุ้มครองการเสียชีวิต แต่ยังให้ความคุ้มครองอาการเจ็บป่วยจากโรคมะเร็งเต้านมและครอบคลุมไปถึงโรคร้ายแรงเฉพาะสตรีอีก 3 โรคด้วย 

“ทางเมืองไทยมีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมมือกับซาบีน่า เพราะทั้งเมืองไทยประกันชีวิตและซาบีน่า       มีเป้าหมายเดียวกัน คือ มุ่งช่วยเหลือสังคมและผู้หญิงไทยทั้งประเทศ การร่วมมือกันครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มความมั่นใจให้กับสมาชิกเมืองไทย Smile Club ที่เป็นผู้หญิงยุคใหม่ ได้วางแผนเพื่อสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น เพราะเมืองไทยประกันชีวิตมีความตั้งใจและตระหนักถึงสุขภาพของสตรีไทยที่ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายแรงนี้ เพื่อเป็นการเตรียมรับมือกับโรคมะเร็งเต้านมที่นับได้ว่าเป็นโรคที่มีอัตราเกิดขึ้นสูงมากในปัจจุบัน ทั้งนี้สำหรับความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ของเมืองไทยประกันชีวิตและซาบีน่า นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของความร่วมมือที่ช่วยเหลือสังคม และพร้อมที่จะขยายไปสู่ความร่วมมือในด้านอื่นๆ ต่อไปเพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าของเรา   อีกทั้งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์แห่งความสุขและรอยยิ้มของทั้ง 2 องค์กรเพื่อสตรีไทยอีกด้วย”     นายสาระ กล่าว

วิเคราะห์กลยุทธ์ธุรกิจ

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ใช้ กลยุทธ์การตลาดเชิรับ  (Defensive Strategy) คือ CSR อย่างเห็นได้ชัดเจน โดยมีการร่วมมือกับเมืองไทยประกันชีวิต มุ่งมั่นสานต่อเจตนารมย์ในการเติมเต็มความห่วงใยและดูแลสุขภาพผู้หญิง สานต่อโครงการ “Sewing Cup Sewing Heart – บราเติมใจ คืนกำไรให้สังคม” สร้างสรรค์แคมเปญ “เป็นมะเร็งเต้านมก็ยิ้มได้ ซาบีน่าฝากให้ เมืองไทยประกันชีวิตดูแล” มุ่งช่วยเหลือสังคมและผู้หญิงไทยทั้งประเทศ การร่วมมือกันครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มความมั่นใจให้กับสมาชิกเมืองไทย Smile Club  ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สร้างความเหนียวแน่นให้ลูกค้าที่เป็นผู้หญิงยุคใหม่ ได้วางแผนเพื่อสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น เพราะเมืองไทยประกันชีวิตมีความตั้งใจและตระหนักถึงสุขภาพของสตรีไทยที่ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายแรงนี้ปัจจุบัน ทั้งนี้สำหรับความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ของเมืองไทยประกันชีวิตและซาบีน่า นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของความร่วมมือที่ช่วยเหลือสังคม และพร้อมที่จะขยายไปสู่ความร่วมมือ

Current Issue Week 6  (Sat 16-7-2011)

Wanitta Simchan ID.5220224063

“ซาบีน่า” และ “เมืองไทยประกันชีวิต” เปิดแคมเปญ มอบประกันชีวิตคุ้มครองมะเร็งเต้านมฟรี 100 กรมธรรม์ทั่วประเทศ

 โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันสุกร์ที่ 1 ตุลาคม 2553

 

 





ไอ.ซี.ซีฯ เน้นกลยุทธ์ผนึกกำลังพันธมิตร จับมือเดอะมอลล์ผุดไอเดีย Elle Kids, Trombone Fashionista Boy&Girl Contest 2011

24 07 2011

นางกาญจนา ตั้งเสรีสุขสันต์ ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์เด็ก บริษัท ไอ.ซี.ซี. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับปี 2554 นี้ เน้นการกลยุทธ์การตลาดแบบ Partner Strategy ด้วยการผนึกกำลังพันธมิตรธุรกิจร่วมกันจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็กเล็กให้มีโอกาสได้เรียนรู้ในสิ่งที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กๆ ที่กำลังเจริญเติบโต เป็นวัยรุ่นที่ Smart คือ เฉลียวฉลาด กล้าคิด กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ คิดดี ทำดี และมีบุคลิกภาพที่ดี ในขณะเดียวกันเราก็ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีทั้งต่อร่างกายและจิตของผู้สวมใส่ ด้วยเนื้อผ้าที่คัดสรรอย่างประณีต เหมาะสมกับทุกสภาพอากาศ สัมผัสนุ่นสบายทุกการเคลื่อนไหว จากการคัดสรรผ้าที่มีคุณภาพดีได้มาตรฐานสากล ผ่านการรับรองคุณภาพโดย Cotton USA

ล่าสุด ELLE และ TROMBONE จับมือกับ เดอะ มอลล์กรุ๊ป Cotton USA สถาบัน John Robert Powers สถาบันสอนภาษา ECC สถาบันสอนศิลปะการใช้เสียงและลีลา Star Maker เครื่องดื่ม ไวตามิลค์แชมป์ และ Rembrandt Family Studio เปิดเวทีสร้างสรรค์ ในโครงการประกวด Fashionista Boy&Girl Contest 2011 เพื่อพิชิตทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสเด็กได้แสดงออกซึ่งความสามารถในตัวเอง และเข้าร่วมการพัฒนาบุคลิกภาพ เสริมสร้างการกล้าแสดงออกอย่างมั่นใจ กล้าคิด กล้าทำ สำหรับเด็กวัยเรียนรู้ซึ่งมีอายุระหว่าง 6-10 ปี เพื่อก้าวสู่การเป็น Presenter ผลิตภัณฑ์เด็กชั้นนำ Trombone และ Elle Kids และปั้นดาวดวงใหม่ให้เปล่งกระกายสู่วงการแฟชั่น การจัดกิจกรรมในปีนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งที่ผ่านมา มีการตอบรับที่ดีมากคุณพ่อคุณแม่สนใจให้ลูกเข้าร่วม ซึ่งกิจกรรมนี้เด็กจะได้ร่วม workshop เรียนรู้เรื่องการพัฒนาบุคลิกภาพและการแต่งตัว ก่อนเข้าสู่วัยรุ่น กล้าแสดงออก ก็จะปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ง่าย และการสร้างความประทับใจการPresent ตัวเองบนเวที จากผู้เชี่ยวชาญของสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพ John Robert Power ซึ่งปีนี้เราใช้ Theme “Look Good Do Good” ดูดี แล้วต้อง ทำดี ดูดีตั้งแต่ภายใจออกมาถึงภายนอก ร่าเริงยิ้มแย้ม การรู้จักแต่งตัวน่ารักสมวัย เข้ากับแฟชั่น และบุคลิกของตนเอง

นางสาวอนงค์ภัทร์ บุนนาค ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ชั้นนำ Elle Kids กล่าวว่า ปฏิบัติการสร้างสรรค์เหล่า Fashionista Boy & Girl Contest 2011 เพื่อปั้นดาวดวงใหม่ให้เจิดจรัสบนรันเวย์ครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่คุณพ่อ คุณแม่ จะได้เป็นส่วนผลักดันและเปิดประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆให้กับลูกน้อยได้พัฒนาบุคลิกภาพและเรียนรู้ทักษะต่างๆตั้งแต่เยาว์วัยภายใต้การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะและการสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์เด็กแบรนด์ ชั้นนำ Elle Kids , Trombone เชื่อมั่นว่ากิจกรรมดังกล่าวจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

สำหรับรายละเอียดโครงการ จะดำเนินการเปิดรับสมัครหนูน้อยวัยน่ารักอายุระหว่าง 6-10 ปี เพื่อร่วมประกวด Elle Kids, Trombone Fashionista Boy&Girl Contest 2011 จำกัดเพียง 100 คนเท่านั้น Fashionistaตัวน้อยที่ได้เข้าร่วมเวิร์คชอปครั้งนี้จะได้เรียนรู้ทักษะและความรู้แปลกใหม่ในด้านแฟชั่น มั่นใจด้วยลีลาการนำเสนอบนรันเวย์ และสัมผัสประสบการณ์จริงในการก้าวเข้าสู่วงการแฟชั่น ซึ่งผู้เข้ารอบการประกวด ELLE & Trombone Fashionista Boy&Girl Contest 2011 รอบสุดท้าย จะได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ในการก้าวสู่วงการแฟชั่นเป็นPresenter ให้เสื้อผ้าเด็ก Elle & Trombone ในวันประกวดรอบตัดสิน ในงาน His & Her Fashion Week วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2011 ณ ห้อง Ballroom ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ทั้งนี้ ผู้ชนะการประกวด จะได้รับทุนการศึกษาจาก ELLE และ TROMBONE พร้อมรับบัตรกำนัลและของขวัญจาก ผู้สนับสนุกการประกวด สถาบัน John Robert Powers สถาบันสอนภาษา ECC สถาบันสอนศิลปะการใช้เสียงและลีลา Star Maker เครื่องดื่ม ไวตามิลค์แชมป์ และ Rembrandt Family Studio รวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท

โดยมีเงื่อนไขง่ายๆ เพียงซื้อเสื้อผ้าเด็ก ELLE Kids หรือ Trombone ครบ 1,500 บาท รับสิทธิสุดพิเศษ!!! สมัครร่วมกิจกรรมเพียง 1,000 บาท โดยเงินดังกล่าวจะได้รับคืนเป็น Gift Voucher เต็มมูลค่า นำไปแลกซื้อผลิตภัณฑ์ ELLE Kids หรือ Trombone ที่ The Mall ทุกสาขา และ Paragon ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์เสื้อผ้าเด็ก ELLE หรือ Trombone ณ ห้างสรรพสินค้าพารากอน และเดอะมอลล์ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้- 30 เมษายน 2554 หรือ http://www.facebook.com/ELLE babyandkids.th หรือ เบอร์โทร 088-002-2935

วิเคราะห์กลยุทธ์ธุรกิจ

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า บริษัท ไอ.ซี.ซี. จำกัด (มหาชน) มีการใช้กลยุทธ์แบบผสมผสานคือ

  1. 1.        กลยุทธ์ชนะโดยไม่รบ (Win Without War) โดยใช้หลักการเลือกพันธมิตรที่สำคัญ

(Strategy Alliance) ด้วยการผนึกกำลังพันธมิตรธุรกิจร่วมกันจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็กเล็กให้มีโอกาสได้เรียนรู้ในสิ่งที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กๆ ที่กำลังเจริญเติบโต เป็นวัยรุ่นที่ Smart คือ เฉลียวฉลาด กล้าคิด กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ คิดดี ทำดี และมีบุคลิกภาพที่ดี

       2.  กลยุทธ์การตลาดเชิงรับ  (Defensive Strategy) คือ CSR อย่างเห็นได้ชัดเจน โดยมีการจับมือกับ เดอะ มอลล์กรุ๊ป Cotton USA สถาบัน John Robert Powers สถาบันสอนภาษา ECC สถาบันสอนศิลปะการใช้เสียงและลีลา Star Maker เครื่องดื่ม ไวตามิลค์แชมป์ และ Rembrandt Family Studio เปิดเวทีสร้างสรรค์ ในโครงการประกวด Fashionista Boy&Girl Contest 2011 เพื่อพิชิตทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสเด็กได้แสดงออกซึ่งความสามารถในตัวเอง และเข้าร่วมการพัฒนาบุคลิกภาพ เสริมสร้างการกล้าแสดงออกอย่างมั่นใจ กล้าคิด กล้าทำ สำหรับเด็กวัยเรียนรู้ซึ่งมีอายุระหว่าง 6-10 ปี เพื่อก้าวสู่การเป็น Presenter ผลิตภัณฑ์เด็กชั้นนำ Trombone และ Elle Kids และปั้นดาวดวงใหม่ให้เปล่งกระกายสู่วงการแฟชั่น นอกจากนี้ยังใช้หลักการของ R&D ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีทั้งต่อร่างกายและจิตของผู้สวมใส่ ด้วยเนื้อผ้าที่คัดสรรอย่างประณีต เหมาะสมกับทุกสภาพอากาศ สัมผัสนุ่นสบายทุกการเคลื่อนไหว จากการคัดสรรผ้าที่มีคุณภาพดีได้มาตรฐานสากล ผ่านการรับรองคุณภาพโดย Cotton USA

Current Issue Week 6  (Sat 16 -7-2011)

Wanitta Simchan ID.5220224063





ธอส.จับมือ ทีโอที สานต่อโครงการ “ธอส.รักการออมกับทีโอที ปี 2” ชวนเด็กๆ ฝากเงิน รับ 4 ไอเทมใหม่ล่าสุด เล่นเกมออนไลน์เทลส์รันเนอร์

24 07 2011

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จับมือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อโครงการ “ธอส.รักการออมกับทีโอที ปี 2” ใช้แผนกลยุทธ์ทางการตลาดแนวใหม่ สร้างจุดขายผ่านเกมออนไลน์สีขาว ขยายฐานลูกค้าผลิตภัณฑ์เงินฝากของธนาคารและปลูกฝังนิสัยรักการออมในกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 24 ปี เพียงเปิดบัญชีเงินฝากหรือฝากเงินเพิ่มในบัญชี ธอส.รักการออม ขั้นต่ำ 500 บาท และฝากต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน รับอัตราดอกเบี้ย 2%ต่อปี พร้อมรับ 4 ไอเทมใหม่สุดพิเศษสร้างความเป็นต่อมากกว่าผู้เล่นปกติในเกมออนไลน์เทลส์รันเนอร์ เฉพาะลูกค้าธอส.รักการออมเท่านั้น และผู้ที่ฝากเงินเป็นประจำทุกเดือน ขั้นต่ำเดือนละ 500 บาท โดยไม่มีการถอนตลอดระยะเวลาที่ฝาก รับโบนัสพิเศษบวกเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในปีถัดไปอีกร้อยละ 0.25 และยังได้ลุ้นรับรางวัลทองคำทุกปี มูลค่ารวมสูงสุดถึง 600,000 บาท ผู้ปกครองที่สนใจสามารถเปิดบัญชีให้แก่บุตรหลานได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2555

วิเคราะห์กลยุทธ์ธุรกิจ

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าสานต่อโครงการ “ธอส.รักการออมกับทีโอที ปี 2” :ซึ่งใช้แผนกลยุทธ์ทางการตลาดแนวใหม่ ถือเป็นการใช้กลยุทธ์ชนะโดยไม่รบอย่างเห็นได้ชัดเจน (Win Without War) โดยใช้หลักการเลือกพันธมิตรที่สำคัญ (Strategy Alliance) เนื่องจากมีการจับมือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายฐานลูกค้าผลิตภัณฑ์เงินฝากของธนาคารและปลูกฝังนิสัยรักการออมในกลุ่มเด็กและเยาวชน

 

Current Issue Week 5  (Sat 9-7-2011)

Wanitta Simchan ID.5220224063

 





ไอ-โมบาย ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เปิดกลยุทธ์การตลาดใหม่ ด้วยแนวคิด “เข้าใจ”

24 07 2011

 

ไอ-โมบาย ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เปิดกลยุทธ์การตลาดใหม่ ด้วยแนวคิด “เข้าใจ”พร้อมรุกตลาดทุกเซกเมนต์แกร่งด้วยเทคโนโลยีและบริการที่ตอบโจทย์เข้าใจทุกความต้องการลูกค้าคนไทย

 

ไอ-โมบาย ลั่นทุ่มงบการตลาดถึง 100 ล้านบาท เปิดกลยุทธ์การตลาดใหม่อัพเดทเทคโนโลยีและบริการ ที่เข้าใจคนไทยมากกว่าพร้อมเดินหน้ารุกตลาดมือถือทุกเซกเมนต์ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพและมาตรฐานบริการที่เข้าใจลูกค้าคนไทยเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำโทรศัพท์มือถือแบรนด์ไทยอันดับ 1 ด้วยยอดขายรวมกว่า 15 ล้านเครื่องทั่วประเทศ ครั้งแรกกับการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุดของไอ-โมบายภายใต้แนวคิด “เข้าใจ”

 

นายจง ดิลกสมบัติ กรรมการผู้อำนวนการ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า “ไอ-โมบายวางแผนการตลาดอย่างต่อเนื่องในปี 2554โดยทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ประกาศเปิดกลยุทธ์การตลาดใหม่ เพื่อภาพลักษณ์ใหม่ของไอ-โมบายเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำโทรศัพท์มือถือแบรนด์ไทยอันดับ 1 ด้วยยอดขายกว่า 15 ล้านเครื่อง พร้อมนำเสนอกลยุทธ์ความเข้าใจในทุกความต้องการของลูกค้าคนไทยเพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและการบริการคุณภาพ ที่เข้าใจคนไทยมากกว่า ในรูปแบบ “i-mobile…เพราะเราเข้าใจ”

 

ตั้งเป้าในปีนี้จะเปิดตัวโทรศัพท์มือถือกว่า 60 รุ่นเพื่อรองรับทุกความต้องการของตลาด ครอบคลุมทั้ง “กลุ่ม ฮิตส์ ซีรีส์” มือถือใช้งานง่าย ในราคาสุดคุ้ม “กลุ่มแชต ซีรีส์” มือถือติดโปรแกรมแชตรองรับการใช้งานโซเชียล เน็ตเวิร์ค มีดีไซน์และสีสันหลากหลาย และ“กลุ่มสมาร์ทซีรีส์” อย่างสมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ ที่ใช้แอพพลิเคชั่น ดาวน์โหลด รองรับบริการ 3G ซึ่งคาดว่าจะมีการเติบโตสูง นอกจากนี้ยังปรับปรุงการบริการแก่ลูกค้าโดยมีการให้คำแนะนำ มีผลิตภัณฑ์ใหม่มาแนะนำให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

 

สร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริโภค สำหรับโปรโมตแคมเปญตลอดเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมนี้เช่น โฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ โฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง และโฆษณาโดย Wrap รถตู้ และบนรถแท็กซี่ทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงป้ายบิลบอร์ด เว็บไซต์ออนไลน์สื่อโฆษณาหน้าร้าน สื่อส่งเสริมการขายต่างๆและโฆษณาในต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่อีกด้วย”

 

นายจง ยังกล่าวต่อว่าในอนาคตอันใกล้ไอ-โมบายจะสร้างสีสันด้านการตลาดให้ร้อนแรงยิ่งขึ้นโดยมุ่งสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องจากการให้บริการโซเชียลเน็ตเวิร์คบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G บริการคอนเทนต์ บริการบนโทรศัพท์มือถือไอ-โมบายอย่าง push mail และแอพพลิเคชั่นพิเศษบนมือถือตลอดจนการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านทางสื่อออนไลน์ โซเชียลเน็ตเวิร์คต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊คทวิตเตอร์ และโปรแกรมแชต ที่ปัจจุบันผู้บริโภคหันไปใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้นจึงเป็นโอกาสที่ไอ-โมบายจะเข้าถึงผู้บริโภคสะดวกขึ้นอีกทั้งการสร้างสรรค์กิจกรรมบนโลกออนไลน์ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสื่อสารตอบกลับแบบเรียลไทม์ก็เป็นช่องทางการสื่อสารที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นเช่นกัน

 

สำหรับมูลค่าตลาดรวมของโทรศัพท์มือถือในปี 2554 มียอดจำหน่ายทั้งหมด 12 ล้านเครื่อง มีมูลค่าตลาดรวม 37,000 ล้านบาท โดยมียอดจำหน่ายทั้ง 3 เซกเมนต์ ได้แก่กลุ่มฮิตส์ ซีรีส์ ตั้งเป้า 50 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 30 รุ่น กลุ่มแชต ซีรีส์ ตั้งเป้า 40 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 25 รุ่น และ กลุ่มสมาร์ท ซีรีส์ ตั้งเป้า 10เปอร์เซ็นต์ จำนวน 10 รุ่น โดยไอ-โมบายเป็นโทรศัพท์มือถือแบรนด์ไทยที่ได้ส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 30% ในปีที่ผ่านมา และหลังการรีเฟรชแบรนด์แล้วคาดว่าจะสามารถแชร์ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเป็น 31% ในปีนี้ (ปี 54 ตลาดรวม 11.3 ล้านเครื่อง : ไอ-โมบาย 3.5 ล้านเครื่องหรือคิดเป็น 31% )

 

ทางด้านนางสาวสุพรรณี ถวิลหวัง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สามารถ ไอ-โมบายจำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “ไอ-โมบายเสริมภาพลักษณ์สร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ โดยใช้สโลแกนใหม่ “i-mobile…เพราะเราเข้าใจ” ภายใต้แนวคิด “เข้าใจ” โดยทำการวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภค เก็บความต้องการของลูกค้าแล้วนำมาพัฒนาสร้างสรรค์เทคโนโลยีคุณภาพให้ลูกค้าการแข่งขันในตลาดโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟนเป็นตลาดใหญ่และเต็มไปด้วยการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภค ที่อ่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว i-mobile…เพราะเราเข้าใจเป็นแนวคิดที่คิดถึงลูกค้าเป็นหลัก ตอบโจทย์เข้าใจทุกความต้องการของลูกค้าเพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์

 

โดยไอ-โมบายทำโฆษณาที่ตอบโจทย์ความเข้าใจทุกความต้องการของลูกค้า เช่นคนที่ชอบใช้โทรศัพท์มือถือหลายเบอร์ สามารถเลือกใช้มือถือรองรับ 2 ซิมต้องการสนทนาแบบเห็นหน้าสามารถใช้ มือถือระบบ 3G วิดีโอคอลล์ดูทีวีแบบเรียลไทม์ได้ฟรีบนมือถือไอ-โมบายเด็กนักเรียนสามารถใช้ทอล์คกิ้งดิกชันนารีจากมือถือได้ผู้สูงอายุสามารถปรับตัวอักษรขนาดใหญ่บนมือถือเพื่อให้มองเห็นและใช้งานง่ายขึ้นมีคอนเทนต์ข่าวสารความบันเทิงไว้ในเมนูหลักภายในเครื่องและยังสามารถเรียกใช้งานโปรแกรมแชต และโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ บนมือถือไอ-โมบายได้ ” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวปิดท้าย

 

ครั้งแรกสำหรับโฆษณาชุด “HEART” ความยาว 30 วินาที และ “HUAJAI” ความยาว 15 วินาที ออกอากาศวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เอเจนซี่ผลิตงานโฆษณาโดย บริษัท ซีเจเวิร์คจำกัด เอเจนซี่ผลิต ภาพยนตร์โฆษณาโดย บริษัท เดอะฟิล์ม แฟคตอรี่ จำกัดพร้อมโปรโมทผ่านสื่อทุกประเภท เช่น โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ สื่อหน้าร้านและสื่อ outdoor ประเภทต่างๆ

 

วิเคราะห์กลยุทธ์ธุรกิจ

 

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าไอ-โมบายนั้นใช้กลยุทธ์แบบผสมผสานทั้งกลยุทธ์เชิงรับ (Defensive Strategy),กลยุทธ์การตลาดเชิงรุก (Offensive Strategy)โดยใช้หลักการของกลยุทธ์เชิงรับคือการค้นคว้าวิจัยและพัฒนา (R&D)ให้มีผลิตภัณฑ์พัฒนาสร้างสรรค์เทคโนโลยีคุณภาพให้ลูกค้าและการทำ CRM ให้แข็งแกร่ง ได้แก่

 

1.อัพเดทเทคโนโลยีและบริการ ที่เข้าใจคนไทยมากกว่าความเข้าใจในทุกความต้องการของลูกค้าคนไทยเพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและการบริการคุณภาพ ที่เข้าใจคนไทยมากกว่า ในรูปแบบ “i-mobile…เพราะเราเข้าใจ”

 

2.ปรับปรุงการบริการแก่ลูกค้าโดยมีการให้คำแนะนำ มีผลิตภัณฑ์ใหม่มาแนะนำให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของกลยุทธ์เชิงรุก (Offensive Strategy) ไอ-โมบายใช้หลักการการบุกตลาดคู่แข่ง (Direct Attach)คือ

 

 

1.เปิดตัวโทรศัพท์มือถือกว่า 60 รุ่นเพื่อรองรับทุกความต้องการของตลาด ครอบคลุมทั้ง “กลุ่ม ฮิตส์ ซีรีส์” มือถือใช้งานง่าย ในราคาสุดคุ้ม “กลุ่มแชต ซีรีส์” มือถือติดโปรแกรมแชตรองรับการใช้งานโซเชียล เน็ตเวิร์ค มีดีไซน์และสีสันหลากหลาย และ“กลุ่มสมาร์ทซีรีส์” อย่างสมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ ที่ใช้แอพพลิเคชั่น ดาวน์โหลด รองรับบริการ 3G ซึ่งคาดว่าจะมีการเติบโตสูง

 

2.โปรโมตแคมเปญตลอดเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมนี้เช่น โฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ โฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง และโฆษณาโดย Wrap รถตู้ และบนรถแท็กซี่ทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงป้ายบิลบอร์ด เว็บไซต์ออนไลน์สื่อโฆษณาหน้าร้าน สื่อส่งเสริมการขายต่างๆและโฆษณาในต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่

 

Current Issue Week5 (Sat 9-7-2011)

 

WanittaSimchan ID.5220224063

 








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.